อาชญากรรม | ปิดฉากแก๊งโจ๋งานบวช บุกตื้บครู-ลวนลามนร. สิ้นฤทธิ์-นอนเรือนจำ ร่ำไห้โฮ-อ้างเมาขาดสติ

เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง สำหรับเรื่องแก๊งวัยรุ่นงานบวช ที่แทนจะอิ่มบุญสุขใจ

กลับก่อเหตุบุกโรงเรียนมัธยมข้างเคียง กระทืบนักเรียนชาย ตบหน้าอาจารย์ ลวนลามนักเรียนหญิง แถมทำลายข้าวของพังเสียหายเหตุเพราะไม่พอใจที่ถูกขอร้องให้ลดเสียงวงดนตรี และเครื่องเสียงงานบวช เพื่อให้เด็กนักเรียนที่สอบแกท/แพท ได้มีสมาธิทำข้อสอบ แต่กลุ่มโจ๋กลับมองว่าเสียเงินค่าวงดนตรีมา 2 หมื่นบาท จะไม่เล่นได้ยังไง

จึงบุกประกาศกร้าวถึงโรงเรียน “ถ้าพี่กูไม่ได้บวช พวกมึงก็ไม่ได้สอบ”

แต่หลังจากก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องใช้ไม้แข็ง

สุดท้ายก็ร่ำไห้ขอโทษ อ้างเป็นเพราะเมาจนขาดสติ โดนคดีกันทั่วหน้า แถมยังเสี่ยงจะตกงานเพราะบริษัทต้นสังกัดรับไม่ได้

ต้องเผชิญกับปัญหาสารพัด ก็เพราะความขาดสติ


โจ๋บุกร.ร.ตื้บครูลวนลามน.ร.
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของ วันที่ 24 ก.พ. ที่แม้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนเอกชัย 43 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. ก็ยังคงเต็มไปด้วยนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่เดินทางมาสอบแกท/แพท ที่สนามสอบแห่งนี้

โดยติดกันซึ่งก็คือวัดสิงห์ มีงานบรรพชาอุปสมบท สามเณรและพระภิกษุ ซึ่งแบ่งเป็น 2 รอบ คือรอบเช้าและรอบบ่าย

ช่วงเช้าเหตุการณ์ผ่านไปตามปกติ แต่ในช่วงบ่ายซึ่งเป็นการอุปสมบทของพระมลเทียร คำมูลนาม กลับเกิดปัญหาขึ้น เมื่อวงดนตรีแตรวง ที่คณะเจ้าภาพจ้างมาเล่นกันภายในงาน เกิดเสียงดังมากจนเกินควร

เป็นเหตุให้ทางโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ได้ประกาศขอร้องให้ลดระดับเสียงลง เพราะรบกวนการสอบของนักเรียน

แต่แทนที่จะได้รับความร่วมมือ กลุ่มเพื่อนนาคต่างไม่ยี่หระ ซ้ำยังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน มีการดื่มเครื่องดื่มจากแก้วและถุงพลาสติก ซึ่งคาดว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนกระทั่งการแห่นาครอบโบสถ์ผ่านไปได้ 2 รอบ

ทางโรงเรียนจึงนำเรื่องไปกราบเรียน พระครูนวการวิมล เจ้าอาวาสวัดสิงห์ เจ้าอาวาสจึงเดินไปคุยกับกลุ่มวงดนตรีด้วยตัวเอง และยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่หยุดใช้เสียง จะไม่บวชพระใหม่ให้ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ ปาแก้วลงกับพื้น พร้อมตะโกนว่า “จ้างมาตั้ง 2 หมื่น จะไม่ให้เล่นได้ไง”

ก่อนเรื่องจะลุกลามบานปลาย นายวัลลภ นุชแฟง หรือเอกไฝ หัวหน้าคณะกระตั้วศิษย์หลวงพ่อขาว หัวโจกของกลุ่ม ก็เข้ามาขอโทษเจ้าอาวาส และเอารถเครื่องเสียงออกไป เจ้าอาวาสจึงเข้าโบสถ์บวชให้กับพระใหม่

แต่เรื่องก็ไม่จบเท่านั้น เมื่อเอกไฝเก็บความโมโหที่ไม่ได้ใช้เครื่องเสียงไปลงเอากับโรงเรียนมัธยม วัดสิงห์ เพราะคิดว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา

เอกไฝจึงพาพวกร่วม 50 คนบุกเข้าไปในโรงเรียน อ้างว่าจะเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงจาก ผอ.โรงเรียน

แต่เมื่อกรูเข้าไปในรั้วโรงเรียน ก็ลงมือชกต่อยรปภ. และคนที่จะเข้ามาห้าม ก่อนลุกลามขึ้นไปบนอาคาร ขณะที่นักเรียนกำลังสอบ พังข้าวของ จนนักเรียนที่สอบอยู่ต้องวิ่งหลบหนี พร้อมประกาศ “ใครเป็นคนคุมสอบครั้งนี้ มึงรู้มั้ย พี่กูไม่ได้บวช เสียเงินไป 2 หมื่น ถ้าพี่กูไม่ได้บวช พวกมึงก็ไม่ได้สอบเหมือนกัน ผู้ชายตรงหน้ามันก็จับกระทืบเลย” มันบอกว่ามีงานบวชแล้วขอให้งดใช้เสียง งั้นพวกมึงก็ไม่ต้องสอบกัน

ประกาศตัวด้วยความยิ่งใหญ่เหนือกฎหมาย

ฟัน7ข้อหา-ส่งนอนเรือนจำ
เหตุการณ์ไม่จบง่ายๆ กลุ่มวัยรุ่นลงมืออย่างคึกคะนอง ทำร้ายชกหน้าและตบหน้า ดร.บุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผอ.โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์จนจมูกแตก ตาปูดบวม ทำลายโทรทัศน์แอลอีดี ขนาด 40 นิ้ว พังชุดน้ำตกจำลอง ทำร้ายนักเรียน แถมยังลวนลามเด็กนักเรียนสาว หอมแก้ม กอดคอ พร้อมถามว่า “ขอเป็นเมียได้ไหม บ้านอยู่ไหน ให้จำชื่อไว้นะ”

หลังเหตุการณ์สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้ กับนักเรียนและครู รวมทั้งคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง และจากการตรวจสอบมีผู้ บาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งครู อาจารย์ นักเรียน รปภ. รวม 15 คน เป็นชาย 13 คนและหญิงอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

จากนั้นทางโรงเรียนจึงแจ้งให้ตำรวจ สน.บางขุนเทียนเข้ามาตรวจสอบ พร้อมส่งกำลังสายตรวจเข้าดูแลป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน ก่อนที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียน พร้อมขออนุมัติหมายจับ 24 โจ๋ เป็นเยาวชน 4 ราย

ประกอบด้วย 1.นายวัลลภ นุชแฟง อายุ 32 ปี 2.นายจีรศักดิ์ นีละเสวี อายุ 41 ปี 3.นายสมชาย แก้วสิมมา อายุ 26 ปี 4.นายชัชศิริ แซ่โง้ว อายุ 39 ปี 5.นายธวัช สดำพงษ์ อายุ 33 ปี 6.นาย ณัฐพงศ์ นุชแฟง อายุ 18 ปี 7.นายมนตรี พูลทรัพย์ อายุ 32 ปี 8.นายวรภัทร พินิจปรีชา อายุ 28 ปี

9.นายอนุกูล สังข์ศรี อายุ 33 ปี 10.นาย จิรายุทธ อาจอาสา อายุ 25 ปี 11.นายธิติ ไวยสุกรี อายุ 26 ปี 12.นายเมืองแมน นิลโพธิ์ทอง อายุ 18 ปีเศษ 13.นายชาติสยาม จันทรวิภาค อายุ 24 ปี 14.นายวิโรจน์ คำชาย อายุ 28 ปี 15.นายดลราม เก่งวิชา อายุ 27 ปี 16.นายขวัญชัย สุขเสมอ อายุ 29 ปี 17.นายศรายุทธ นุชแฟง อายุ 24 ปี 18.นายเอกลักษณ์ พูลทรัพย์ อายุ 26 ปี 19.นายไน้ท จ้อยเจริญ อายุ 20 ปี และ 20.นายชนะชัย ใจหล้า อายุ 25 ปี

ต่อมา ตร.จับกุมนายพีรพล เอมชาวนา อายุ 28 ปี และนายสิทธิชัย จรสุข อายุ 37 ปี

เหลืออีก 1 คนที่ติดตามตัวอยู่

ถูกดำเนินคดีรวม 7 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 2.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ 3.ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายเป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ 4.ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือไม่กระทำการ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต หรือร่างกายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้นั้นต้องจำยอม โดยร่วมกันกระทำการตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 5.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 6.บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด และ 7.กระทำอนาจารกับบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายโดยอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

ส่งตัวฝากขังศาล ไม่ได้ประกัน ต้องนอนเรือนจำ

ส่วนอีก 4 คนที่เป็นเยาวชนอายุ 16 และ 17 ปี ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และไม่คัดค้านการประกันตัว

ไม่เพียงแค่นั้นยังถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกร่วมล้านบาท

ถูกดำเนินคดีกันทั่วหน้า

แก๊งงานบวชร่ำไห้-ขอโทษ


ด้านเอกไฝ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปค้นบ้านที่เป็นคณะกระตั้วศิษย์หลวงพ่อขาว และถูก น.ร.สาวชี้ตัวว่าเป็นคนลวนลาม กล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ที่ทำลงไป ขอโทษทุกคน ขอโทษ ผู้อำนวยการ ครู รปภ. และนักเรียนทุกคน

ตอนนั้นคิดแค่ว่า จะไปเจรจากับผอ. แต่ไม่พบจึงโกรธ ประกอบกับดื่มสุราจนมีอาการมึนเมาทำให้ขาดสติก่อเหตุดังกล่าว ตอนนี้สำนึกผิดแล้วจริงๆ

ขณะที่มารดาของนายวัลลภ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนทำมาหากิน ครอบครัวประกอบวงดนตรีกระตั้วกลองยาว โดยลูกชายเป็นหัวหน้าวง เปิดมานานหลายปีแล้วมีลูกน้องในวงหลายคน ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ที่วงมีงานเข้ามามากมายทำงานทุกวันจนไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่อทราบว่า พี่ชายที่สนิทกันกำลังจะบวชเพื่อทดแทนบุญคุณให้บิดามารดา ด้วยความสนิทสนมกันจึงไปช่วยงาน

แต่เจ้าภาพหาวงดนตรีมาเล่นในงานแล้ว เนื่องจากเห็นว่าวงของลูกชายมีงานล้นมือ ในวันงานลูกชายจึงพาลูกน้องไปร่วมสนุกด้วย แต่ในวันงานมีกลุ่มวัยรุ่นเยอะมาก บางรายที่ก่อเหตุไม่ใช่คนในวง มาจากหลากหลายพื้นที่ เมื่อมารวมกันด้วยความเหนื่อยจากงาน และได้เจอเพื่อนๆ อาจจะทำให้หลายคนคึกคะนอง ประกอบกับ ดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการมึนเมา ควบคุมสติตนเองไม่ได้ จึงก่อเหตุ ดังกล่าว

พระมลเทียร คำมูลนาม กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเลย ปกติเพื่อนของตนก็ไม่มีพฤติกรรมแบบนี้ เมื่อฟังแล้วก็เสียใจ ตอนที่มีเรื่องคิดจะสึกด้วยซ้ำ เพราะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เช้าก็ยังไม่ได้ฉัน เมื่อคืนนอนร้องไห้ทั้งคืน ยังไม่ได้คุยกับเพื่อนเลย อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ยังไม่มอบตัวให้มามอบตัว ส่วนวงดนตรีที่ไปจ้างมาพวกตนเป็นคนจ้าง แต่ตนไม่ทราบว่าโรงเรียนมีการสอบในวันนั้น

ทั้งนี้นอกจากคดีความที่ต้องว่ากันไปตาม ขั้นตอนกระบวนการแล้ว ก็ยังมีกระแสสังคมคอยโจมตี และยังมีบริษัทห้างร้านที่เป็นต้นสังกัดของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ได้สั่งพักงานจนกว่าคดีความจะ แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในวัด

ไม่ให้งานบุญกลายเป็นงานบาปอีกต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ศาลอาญาพิพากษา “ยกฟ้อง” พันธมิตรล้อมสภา 7 ต.ค.51
บทความถัดไปฐากูร บุนปาน | ทำไมการศึกษาไทย ไม่เคยสอนให้เข้าใจผลพวง “รัฐประหาร”