โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/คนชั้นกลางกับคนชนบท

เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง

โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง [email protected]

คนชั้นกลางกับคนชนบท

 

ในบรรยากาศการเมืองที่ทั้งมีชีวิตชีวาทั้งร้อนแรง ปัญหาต่างๆ ในสังคมถูกหยิบยกขึ้นมา และหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากที่สุดคือความเหลื่อมล้ำ

ในวันนี้โพลหลายสำนักระบุว่า คนไทยถึง 90% ต้องการออกไปเลือกตั้ง

เห็นได้ชัดว่าคนไทยต้องการมีส่วนร่วมในอนาคตของชาติบ้านเมือง เห็นได้ชัดว่าคนไทยรู้สึกว่าเสียงของตัวมีความหมาย คนไทยรู้สึกว่าตัวเองมีทางเลือกใหม่ๆ จึงอยากออกมาเลือกตั้ง

ลึกๆ แล้วคนไทยรู้ว่าปัญหาของประเทศคืออะไร และคนไทยอยากให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวังวนของปัญหาเดิมๆ เสียที

ปัญหาที่มีมาตลอดและยังแก้ไม่ได้คือเรื่องคอร์รัปชั่น ความเหลื่อมล้ำ การทำมาหากินและเศรษฐกิจ

คนไทยต้องคิดหนักว่าจะเลือกใครมาบริหารประเทศจึงจะมีทิศทางที่ดีในเรื่องเหล่านี้

ณ วันนี้เรื่องคอร์รัปชั่นดูจะไม่ถูกหยิบยกมาพูดมากนัก เหลือแต่เรื่องความเหลื่อมล้ำ การทำมาหากินและเศรษฐกิจ

 

อยากจะขอพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่เป็นปัญหาซับซ้อน ว่าด้วยเรื่องวัฒนธรรมในสังคมและนำมาซึ่งโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน

หลายพรรคการเมืองพูดเรื่องโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม เพื่อนำพาชีวิตไปสู่โอกาสในการทำมาหากินที่เท่าเทียม

ในหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้ให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม แต่เพราะเหตุไรคนไทยก็ยังไม่มีโอกาสในการทำมาหากินที่เท่าเทียม คนจนในชนบทยังจนอยู่เป็นส่วนใหญ่ ความเหลื่อมล้ำยังไม่หมดไป

ประเทศไทยของเรายังคงเป็นเหมือนโลกสองโลก โลกของคนจนและโลกของคนมี โลกของคนจนมีขนาดใหญ่กว่า และทำให้พรรคการเมืองทั้งหลายทราบดีว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องแก้ปัญหาในจุดนี้ให้จงได้

ลองมาดูภาพที่ผู้พิพากษาท่านหนึ่งเล่าถึงมุมเล็กๆ ที่สำนักงานที่ดินที่ได้พบมา ผู้พิพากษาเป็นคนชั้นกลางที่เกิดในกรุงเทพฯ และหลายครั้งต้องตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับคนจนอยู่บ่อยๆ ท่านมักจะนำเรื่องของตัวละครที่เป็นคนจนมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ

ท่านเขียนเล่ามาว่า

 

“วันนี้ขับรถพาเมียไปอำเภอ…จังหวัด… เพื่อโอนขายที่ดิน มีความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับเรื่องการแบ่งมรดกในหมู่ทายาทมาฝาก เป็นเรื่องครอบครัวอื่น พี่น้อง 5 คน คนโตอายุ 71 ไล่ลงไปจนถึงคนสุดท้องอายุ 61 หลายคนเดินไม่สะดวก บุคลิกและเสื้อผ้าเป็นชาวไร่ชาวนาทุกคน ไปรอเจ้าหน้าที่ที่ดิน เพื่อยืนยันว่า 3 ใน 5 ยอมยกมรดกเป็นที่ดินของแม่ให้พี่น้อง 2 คนที่ยากไร้ ขั้นตอนยุ่งยากพอควร เพราะต้องมีหน้าที่เอาประกาศแจ้งความประสงค์ไปปิดประกาศรับรองว่าไม่มีใครคัดค้านตามหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ 4 แห่งภายในเวลาที่กำหนดพร้อมลายเซ็นรับรองกลับไปที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทุกคนตั้งใจฟัง และเล่าให้เราฟังถึงความกลมเกลียว เอื้ออาทรกันในหมู่พี่น้อง ที่เล่ามาเพราะสี่สิบกว่าปีของการเป็นผู้พิพากษา ต้องพิจารณาคดีที่พี่น้องแย่งมรดก ถึงขั้นไม่เผาผี หรือจะฆ่ากันตายมานับไม่ถ้วน ยังกะบ้านเมืองตอนนี้ เห็นภาพที่เขาประคองกลับขึ้นไปนั่งเบียดกันในรถบุโรทั่งที่บอกว่าปีหนึ่งๆ แทบไม่ได้ใช้ ไปไหนก็นั่งหลังควายไป สะท้อนสังคมชนบทของไทยแท้ๆ ที่ผู้คนจิตใจงดงาม นี่คือคนไทยตัวจริง”

นี่เป็นภาพประทับใจที่คนชั้นกลางชาวกรุงมีต่อคนชนบท เป็นภาพของจิตใจที่งดงาม

แต่ภาพของความเป็นจริงที่ขมขื่นก็ยังมี หมดเนื้อหมดตัวเพราะหนี้สิน โดนโกงที่ดิน ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ

อยากให้คนที่ทำงานการเมืองได้ไปสัมผัสชีวิตจริงของคนชนบท ไม่ใช่ผิวเผินแบบเดินสายเยี่ยมเยียน

 

เพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่งที่ทำงานองค์กรไม่หวังผลกำไร เวลาที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยกันเธอชอบซักถามชาวบ้าน เก็บข้อมูลตลอดเวลา ไปซื้อผ้าก็ถามคนทอว่าได้ค่าจ้างวันละเท่าไหร่ คนทอก็บอกได้วันละ 300 ก็ไม่เป็นไรเพราะไม่มีต้นทุน ไม่มีผลกระทบจากฤดูกาล

ไม่เหมือนเกษตรกรที่มีต้นทุน ค่าปุ๋ย ค่าจ้างแรงงาน ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ น้ำแล้ง น้ำท่วม

คนอย่างคุณอภิสิทธิ์ คุณธนาธร ควรไปอยู่บ้านนอกสักเดือนเป็นอย่างน้อย คลุกคลีกับคนชนบท ยิ่งถ้าลุงป้าไม่รู้จักว่าเป็นใครยิ่งดี เขาจะได้เล่าความจริงให้ฟัง แค่ไปเดินสายรับฟังจังหวัดละวันสองวันมันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าผิวๆ เกินไป

เมื่อสองวันก่อนฟังสัมภาษณ์นักศึกษาสาว 2 คนเรื่องเลือกตั้ง คนหนึ่งในนั้นยังบอกว่าไม่ต้องแจกเงินคนจน เพราะมันไม่ยั่งยืน ควรทำอะไรที่แก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง เธอเป็นแค่นักศึกษายังรู้เลย

พนักงานทำความสะอาดริมถนนบอกว่า ขอให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อตอนหาเสียง นี่ก็รู้อีกเหมือนกันว่าบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพอได้รับเลือกเข้าไปก็ไม่ทำตามสัญญา

 

ชีวิตนักการเมืองเป็นชีวิตที่หอมหวาน มีอำนาจ มีอภิสิทธิ์ มีคนรู้จัก ได้เข้าไปอยู่ในศูนย์กลางอำนาจ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ ที่เอามาเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง จึงมีคนอยากเข้าไปทำงานการเมืองกันมาก จะมีสักกี่คนที่มีอุดมคติและทำตามอุดมคติ เข้าไปแล้วก็ลืมความทุกข์ยากของคนชนบท

แต่ก็ยังดีที่ในฤดูกาลเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงเราเห็นนิมิตหมายที่ดี ได้เห็นน้ำใหม่ๆ เข้ามาถ่ายน้ำเสียที่มีอยู่เดิมๆ ออกไป น้ำใหม่เหล่านี้ล้วนเป็นคนชั้นกลางที่ปรารถนาดี อยากใช้ความรู้ความสามารถที่มีแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ

กระแสความสนใจที่มีต่อน้ำใหม่เหล่านี้บอกเราว่าการเมืองของประเทศกำลังจะเปลี่ยนไป

คนชั้นกลางจะเข้ามามีบทบาท ถ้าคนชั้นกลางจะไม่เหลิงอำนาจหรือละโมบจนกลายพันธุ์ไปเสียก่อน และต้องเป็นชนชั้นกลางที่รู้ว่าเราคือประเทศเดียวกัน ไม่ใช่ประเทศของคนมีกับประเทศของคนไม่มี

เพราะเศรษฐกิจจะดีได้ต้องอาศัยกำลังใช้จ่ายจากคนชนบท ถ้าหากคนชนบทไม่เข้มแข็งประเทศก็ไม่เข้มแข็ง งานของคนชั้นกลางก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

คนชนบทจะเข้มแข็งก็ต้องมาจากระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เอื้ออำนวย ไม่ใช่วัฒนธรรมพึ่งพาและต้อยต่ำ

ประเทศไทยต้องมีทางออก ทางออกอยู่ที่คนชั้นกลางและคนชนบท

ทางออกคือเศรษฐกิจที่ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ส่วนเรื่องความมั่นคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารและกลุ่มคนชั้นสูงที่มีพลังพิเศษและวิสัยทัศน์ยาวไกลที่ปกป้องบ้านเมืองด้วยความชาญฉลาดตลอดมา

บทความก่อนหน้านี้‘ม.จ.จุลเจิม’ โพสต์ขำๆ ‘การเมืองยุ่งนักหนา ใบ้หวยดีกว่า ใครถูกขอ 10% ไว้จ้างทนายสู้คดี’
บทความถัดไป“อนุทิน” ย้ำไม่กลัว! เสียงวิจารณ์ “กัญชาเสรี” หวั่นนายทุน-ต่างชาติมากอบโกย ชาวบ้านไม่ได้อะไร!