ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ /Abducted in Plain Sight

พรพิมล ลิ้มเจริญ

ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ

Abducted in Plain Sight

 

เธอจ๊ะ

Abducted in Plain Sight เป็นหนังสารคดี ดูแล้วหลอนๆ หลอนพอๆ กับเมื่อวานตอนบ่ายๆ ที่ฉันขับรถอยู่บนทางด่วนศรีรัช มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ที่ฉันรัก แต่มองไม่ชัดเพราะหมอกฝุ่นครอบอยู่เต็ม

ฉันขอเรียกหมอกฝุ่นเถิดนะ เรียก “ฝุ่นจิ๋ว” ตามหนังสือพิมพ์มันดูน่ารักเกินเหตุ ไม่มีเหตุผลว่าต้องทำให้สิ่งนี้มันน่ารัก เพราะสิ่งนี้ ในภายภาคหน้า ปอดและระบบหายใจของฉันคงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แต่แค่นึกว่ามันจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาของมัน มันไม่ใช่เสียแล้ว มีสภาพแวดล้อมเร่งเร้าให้เสื่อมเร็วขึ้นได้แล้วสินะ

สักวันเราจะชินไหมเธอว่า แต่ก่อนหน้าหนาวเราใส่เสื้อหนาวกันทุกๆ ปี หน้าร้อนเราใส่เสื้อผ้าฝ้ายบางๆ หน้าฝนเราก็ถือร่ม

คราวนี้เมื่อถึงหน้าหมอกฝุ่นเราต้องใส่หน้ากากป้องกัน ทำเช่นนั้นให้มันเป็นกิจวัตรใช่ไหม?

แต่แหม… ฝนตกลืมร่ม เราก็แค่เปียก แต่ไม่มีความตายมาข้องเกี่ยวนะ

 

Abducted in Plain Sight เป็นหนังสารคดี เขาทำดีนะ วิธีการก็คือ มีบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเล่า มีหลักฐานประกอบอย่างเทปบันทึกเสียงมาเปิดให้ฟัง และมีเหตุการณ์จำลอง มีผู้แสดงมาแสดงเหตุการณ์นั้นๆ ตัดสลับกันไปมาไม่น่าเบื่อเลย

แต่ดูไปก็ไม่สบายใจ เพราะมันเป็นเรื่องของเด็กอายุ 12 ถูกลักพาตัวไป โดยคนข้างบ้าน ที่เป็นเพื่อนสนิทกัน และนั่นยังไม่พอ ลักพาตัวไปถึงสองครั้งสองครา!!

abducted แปลว่า ถูกลักพาตัวไป

in plain sight หมายถึง ที่ที่เห็นได้ชัดเจน

มันชอบมาพร้อมกับคำว่า hidden กลายเป็น hidden in plain sight หมายถึง ซ่อนไว้ในที่คนเห็นได้ชัด แต่คิดไม่ถึงกันเอง แบบในหนังละครไทยที่ชอบมีพินัยกรรมที่เจ้าคุณปู่ทิ้งไว้ แล้วพวกตัวอิจฉาหาพินัยกรรมกันให้ควั่กแต่ไม่เคยเจอ สุดท้ายก็มักพบว่าพินัยกรรมซ่อนอยู่หลังรูปภาพพอร์ตเทรตเจ้าคุณปู่ที่แขวนอยู่ที่โถงบันได!

abducted in plain sight จึงหมายถึง ลักพาตัวไปกันเห็นๆ เลย

 

เรื่องก็เริ่มสมัยช่วงปี ค.ศ.1970 ครอบครัว Broberg อันประกอบด้วย พ่อ-Robert และแม่-Mary Ann และลูกสาว 3 คน อันได้แก่ Jan, Karen และ Susan

ครอบครัวนี้อยู่ที่รัฐไอดาโฮ พ่อประกอบกิจการร้านดอกไม้ แม่เป็นแม่บ้าน

We had that type of a neighborhood

that you never locked your doors.

Always open.

ละแวกบ้านเรา

เป็นบ้านแบบที่ไม่ต้องล็อกประตู

เปิดตลอด

ทุกคนในเมืองเล็กๆ นั้นรู้จักกันหมด ไว้ใจกัน เชื่อใจกัน ไปเข้าโบสถ์วันอาทิตย์มีแต่คนคุ้นเคยกันไปเสียทั้งนั้น

I was completely loved.

I was completely secure.

ฉันมีแต่คนรัก

ฉันปลอดภัย

วันหนึ่งในปี ค.ศ.1972 ครอบครัวโบรเบิร์กก็ได้ไปพบครอบครัวหนึ่งที่โบสถ์ มีพ่อ-แม่และลูก 5 คน ลูกอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับลูกเลย แม่บอก เขาดูดี แม่ตื่นเต้น

He had such an effervescent,

wonderful personality.

บุคลิกดีเลยแหละ

มีชีวิตชีวา

effervescent อ่านว่า เอฟ เฟอร์ เว้ เส่น หมายถึง มีชีวิตชีวา

แต่ถ้าอยู่ข้างกล่องยา effervescent tablets หมายถึง ยาเม็ดฟู่ หรือยาที่เวลาเราจะกินต้องเอาไปละลายน้ำให้มันฟู่ๆ หมดก่อนแล้วค่อยกิน แบบอีโนแก้ท้องอืดท้องเฟ้อก็ฟู่ๆ มีคำนี้อยู่ในคำอธิบายสรรพคุณ

เขาคือ Robert Berchtold

สองครอบครัวสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว

I don’t remember

who came up with the idea,

but we’d started to call him B.

ฉันจำไม่ได้

ว่าใครเป็นต้นคิด

ให้เราเรียกเขาว่า “บี”

สนิทกันขนาดนั้น ก็แกออกแนวรักเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก แกว่งชิงช้าให้ เล่นเกมต่อภาพด้วย พาไปเที่ยว พาไปกินไอติม ฯลฯ

But definitely his attentions

were definitely on Jan.

และแน่นอนว่า เขามุ่งหมายใส่ใจ

ไปที่แจน

พ่อและแม่สังเกตเห็นไหม? เห็น

ไม่สบายใจใช่ไหม? ใช่

แต่ทำอะไรไหม? ไม่

ลูกก็ยังคงไปมาหาสู่ ให้เขาไปมาหาสู่ลูกของตนเองอยู่ดี แจนรู้สึกเพียงว่าเขาเหมือนพ่อคนที่สอง ไว้ใจเขา รักเขา ก็เด็กอายุสิบสองนะ มีคนมาดีด้วย เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ด้วยซ้ำ จะให้รู้สึกอื่นใดได้

อยู่มาวันหนึ่ง เขามาขอพาแจนไปขี่ม้าเล่น พ่อ-แม่ก็ไม่อยากให้ไป แต่สุดท้ายก็ให้ไป และไม่เห็นลูกอีกเลยตลอด 5 สัปดาห์!

 

คุณแจนตอนโตแล้ว นั่งเล่าให้ฟังกับกล้อง ถึงความทรงจำที่กระท่อนกระแท่นในช่วงนั้น จำได้ว่ากินยาไป “บี” บอกว่าเป็นยาแก้แพ้

มันสะเทือนใจตั้งแต่ตรงนี้ ลูกหายไปวันพฤหัสบดี กว่าพ่อ-แม่จะโทรศัพท์แจ้งตำรวจเอฟบีไอก็ปาเข้าไปวันอาทิตย์ ก็คนมันไว้ใจ คนมันคิดไม่ถึงว่าจะออกมาอีหรอบนี้

เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่มาทำคดีให้ความเห็น

They were duped

in a terrible, terrible way.

พวกเขาโดนหลอก

แบบที่แย่มากๆ

แม้จะโดนข้อหาลักพาตัว แต่ “บี” ก็มีวิธีที่จะทำให้ตนหลุดคดี มาบอกครอบครัวโบรเบิร์กว่ากลับเนื้อกลับตัวแล้ว ไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการแล้ว

มาเพื่อให้ครอบครัวโบรเบิร์กโดนหลอกอีกครั้ง

ให้ลูกสาวโดนลักพาตัวไปอีกครั้ง!

พ่อกับแม่น่าสงสาร

I don’t know how we could’ve been so gullible

when there were so many red flags.

ฉันไม่รู้ว่าเราเป็นคนหลอกง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร

ทั้งๆ ที่มีสัญญาณบอกตั้งมากมาย

gullible ใช้อธิบายลักษณะนิสัยคน หมายถึง ถูกหลอกได้ง่าย ใครพูดอะไรมาก็พร้อมจะเชื่อเขาได้ง่าย

ส่วน red flag หรือธงสีแดงในสมัยก่อนใช้หลายกรณี ตำราว่า ใช้บอกว่าพร้อมรบก็ได้ หรือใช้บอกว่าน้ำท่วมรุนแรงก็ได้ หรือใช้ให้สัญญาณหยุดก็ได้

red flag ในที่นี้หมายถึง สัญญาณอันตราย จงหยุดคิดให้ดีก่อนเถิด ทำนองนั้น

หนังสารคดีเรื่องนี้ดีนะ มันเล่าให้เราฟังตลอดเหตุการณ์ ฉันดีใจที่ได้ดู ถ้าไปดูตามคนแสดงความคิดเห็นหน้าเว็บ จะเจอคนก่นด่า ว่าทำไมพ่อ-แม่โง่อย่างนี้ หยาบคายบ้าง ไม่หยาบคายบ้าง เลยไม่ได้พูดคุยเรื่องเนื้อหากันพอดี, เธอดูเถิด ฉันแนะนำ มันอยู่ในเน็ตฟลิกซ์ เราจะได้เห็นกระบวนการล่อลวงมนุษย์ ที่น่ากลัวที่สุด

คือคนโดนหลอกไม่รู้ตัวหรอกตอนโดนหลอก วันหนึ่งมันอาจเป็นลูกหลานเราได้ไหม?

เราต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นแบบนี้แหละดีฉันว่า ดีกว่าสวดมนต์และภาวนาอย่าให้เป็นเราเป็นไหนๆ

ฉันเอง

บทความก่อนหน้านี้เพราะ “คบซ้อน” เป็นเหตุ!? รีวิว “The Favourite” หนังโคตรเผ็ด!สารพัดมารยา และความบ้าหลายซีน
บทความถัดไป‘วัน’ เดือด! ฉะอันธพาลงานบวช ขออาสาช่วย บอกยอมไม่ได้ ย้ำไม่เกี่ยวหาเสียง