มองบ้านมองเมือง | ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ -ขึ้นชื่อว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

เต็มใจให้หลอก

 

คนนอกวงการ คงไม่คิดว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น แปรเปลี่ยนไปตามกระแสโลกอย่างมากและรวดเร็ว

คนนอกวงการ คงคิดแค่ว่า ธุรกิจนี้ มีแค่บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม มีแค่ชั้นเดียว สองชั้น แปดชั้น สามสิบชั้น หรือมีแค่สองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ สามห้องนอนสองห้องน้ำอย่างที่เห็นอยู่ทั่วไป

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้จะรู้ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อแปลกต่างนำหน้าบริษัทอื่น

เพราะนอกจากการแข่งขันที่สูงแล้ว ยังมีรัฐบาลที่เป็นกรรมการหวังดี คอยออกกฎระเบียบมาถ่วงให้ทุกคนช้าเท่าๆ กัน คอยออกมาตรการมาเยียวยาให้แผลลุกลามเท่าๆ กัน

 

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจนี้จึงเป็นที่นิยมชมชอบของบรรดาลูกหลานเศรษฐี ที่ชีวิตสบายจนเคยตัว อยากหาเอ็กซ์เกมมาเล่นให้รู้สึกเจ็บปวดบ้าง

พอๆ กับผู้บริโภค ที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกระแส ที่นักการตลาดสร้างฝันว่า จะมีชีวิตในบ้าน แบบดาราที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่สุขสบายสวยหรู วันๆ ได้แต่กลิ้งเกลือกไปบนฟูกหนา สวมนาฬิกาแพง ทำอาหารฝรั่ง มีสนามให้ลูกน้อยเปื้อนดิน จะได้ใส่ครีมหอมในเครื่องซักผ้า

นักการตลาดก็ชอบวิธีนี้ เพราะมีงานทำเรื่อยๆ คอยหาเรื่องหาราว มาเสริมแต่งสินค้าที่สถาปนิกออกแบบมาเหมือนเดิม อย่างเช่น พอนักวิชาการรังเกียจตึกแถว ก็เลยคิดชื่อสินค้าใหม่ กลายเป็นทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ หรือโมเดิร์นโฮมแบบฝรั่ง เป็นบ้านกลางกรุง บ้านกลางเมือง หรือบ้านกลางพระนคร แบบไทย ล้วนแล้วแต่นักการตลาดจะสร้างสรรค์ชื่อให้ต่างออกไป

แต่สำหรับสถาปนิก จะชื่อไหนๆ ก็ยังเป็นตึกแถวอยู่ดี ใช้กฎระเบียบตึกแถวในการออกแบบอยู่ดี

 

ตามกฎหมายบ้านเราที่ลอกมาจากฝรั่ง บ้านเดี่ยวจะต้องสร้างบนที่ดิน ขนาดไม่น้อยกว่าห้าสิบตารางวา หน้ากว้างไม่น้อยกว่าสิบเมตร ลึกไม่น้อยกว่ายี่สิบเมตร

ต่อมานอกจากราคาค่าก่อสร้างบ้านจะสูงขึ้นแล้ว ราคาที่ดินยิ่งสูงขึ้นไปมาก ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง เขาจึงใช้วิธีลดขนาดที่ดินลง เพื่อคงราคาบ้านไว้ใกล้เคียงของเดิม โดยตัวบ้านกลายเป็นบ้านแฝด เพราะกฎหมายยอมให้บ้านแฝด สร้างอยู่บนที่ดินขนาดไม่น้อยกว่าสามสิบห้าตารางวา หน้ากว้างไม่น้อยกว่าแปดเมตร ลึกไม่น้อยกว่าสิบแปดเมตร

สถาปนิกก็แค่ให้รั้วหรือเสาโรงรถร่วมกัน ตัวบ้านก็ยังแยกและรูปร่างเหมือนเดิม จึงเกิดสินค้าบ้านแฝด ที่ดูเป็นบ้านเดี่ยว หรือบ้านเดี่ยวรุ่นใหม่ ในราคาบ้านแฝด ที่ผู้บริโภคทำเป็นไม่รู้

มาถึงตอนนี้ ราคาบ้านแฝดเริ่มสูงจนเกินกำลังผู้ซื้อบางกลุ่ม เขาเลยใช้กลยุทธ์เดิม ออกแบบทาวน์เฮาส์บนที่ดินขนาดไม่น้อยกว่าสิบหกตารางวา หน้ากว้างไม่น้อยกว่าสี่เมตร ลึกไม่น้อยกว่าสิบหกเมตร โดยออกแบบทาวน์เฮาส์ให้ดูเป็นบ้านแฝด หรือบ้านแฝดรุ่นใหม่ในราคาทาวน์เฮาส์

กลายเป็นว่าผู้ซื้อก็เต็มใจให้หลอก เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป

ทำนองเดียวกัน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็เต็มใจให้นักเก็งกำไรขายใบจองหลอก เพราะอย่างน้อยทำให้ตัวเลขยอดจองมากพอที่ธนาคารยอมปล่อยสินเชื่อ

ทำนองเดียวกัน ที่ภาคเอกชนทำเป็นตื่นเต้นกับเรื่องอีไอเอ ที่ต้องเปลี่ยนไปตามพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านสภา สนช. เมื่อ การวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กลายเป็น การประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะรู้ว่าทุกอย่างเหมียนเดิม

เอาเป็นว่า เพลงประจำสถาบัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชื่อ รู้ว่าเขาหลอก ขับร้องโดยศิรินทรา นิยากร

บทความก่อนหน้านี้ดีเบตโชว์กึ๋น 4ยักษ์จาก4พรรค เอายังไง กับ “งบกลาโหม”
บทความถัดไปจดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2562