อาชญากรรม : ผ่าแผนปฏิบัติการ ตร. ล้าง “เงินกู้-โกงที่ดิน” โดนรูดเครือญาติ ส.ส. บิ๊กโจ๊กปัดเกมการเมือง

นับเป็นปฏิบัติการที่ดุเดือดของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังการตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน (ศปฉช.ตร.)

โดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นรอง ผบ.ศูนย์

ซึ่งเดินหน้ากวาดล้างการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ทั้งการฉ้อฉล ปลอมแปลงลายมือชื่อในสัญญาเงินกู้ ก่อนจะบังคับชำระหนี้เป็นโฉนดที่ดิน

โดยที่ชาวบ้านรู้ไม่เท่าทัน

ซึ่งหลังจากปฏิบัติการมาได้ร่วม 3 เดือน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้นับร้อยราย ยึดโฉนดที่ดินและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดนับพันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ย่อมมีข้อสังเกตว่าในกลุ่มที่ถูกจับกุมดำเนินคดี

ส่วนหนึ่งเป็นเครือญาติของผู้สมัคร ส.ส.ที่สังกัดพรรคตรงข้ามรัฐบาล

จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่ามีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร

แต่ก็มีเสียงยืนยันจากบิ๊กโจ๊กว่าเป็นการทำตามนโยบาย ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างที่ถูกกล่าวหา

ล็อกเสี่ยแก๋ขณะหาเสียง

เหตุการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เกิดขึ้นเมื่อ 7 มกราคม เจ้าหน้าที่ ศปฉช.ตร. เปิดยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และขอนแก่น รวม 16 ราย 37 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 7 ราย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

1 ในนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุม “เสี่ยแก๋” นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 6 จ.บุรีรัมย์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญของพรรคการเมืองเจ้าถิ่น

โดยเป็นจังหวะที่นายพรชัยพร้อมผู้สมัครอีก 3 คน กำลังพาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยและแกนนำลงพื้นที่พบปะประชาชน และเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ลำปลายมาศ

โดยคุมตัวนายพรชัยไปที่ สภ.นางรอง เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายศาลในคดีปล่อยเงินกู้ โดยกำลังอีกชุดบุกเข้าตรวจค้นแสงสว่างลิสซิ่ง ที่อ้างว่าเป็นของเสี่ยแก๋

ขณะที่การสอบสวนเสี่ยแก๋ หรือนายพรชัย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปถึงช่วง 18.00 น. ก็ยังไม่ได้ประกันตัว ทำให้ไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยพบปะประชาชนที่ศูนย์ประสานงานพรรค อ.นางรอง ที่มีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมากได้

โดยนางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน ส.จ.บุรีรัมย์ ภรรยานายพรชัย ต้องกล่าวปราศรัยแทนทั้งน้ำตา ระบุว่า ต้องขอโทษประชาชนที่สามีไม่สามารถมาปราศรัยได้ เพราะถูกจับและยังไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่ไปรับทราบข้อหาแล้ว

ยืนยันว่าไม่เคยไปรับจำนองใครเลย และไม่มีชื่อในบริษัทลิสซิ่งดังกล่าวเลย

หรือความผิดเป็นเพราะสังกัดพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประกิจ พลเดช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามองเป็นเรื่องอื่นนอกจากเรื่องการเมืองไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้มีเปิดเวทีพบปะประชาชนและมีตัวแทนพรรคมาช่วย ซึ่งการจับกุมหรือเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาทำได้ทุกวัน จะเป็นวันก่อนที่นัดพบปะประชาชน หรือหลังจากนั้นก็ได้ ทำไมต้องเป็นวันนี้

แถมหลังจากไปที่ สภ.นางรอง ก็ยื่นประกัน 5 แสนบาท คุยกันเบื้องต้นบอกจะเสร็จก่อน 14.00 น. แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอผู้บังคับบัญชา จนสุดท้าย 18.00 น. ก็ยังไม่เสร็จ

อย่างไรก็ตาม นายพรชัยก็ได้รับประกันตัวในเวลาต่อมา

กำนันโป้ยนครพนมไม่รอด

อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 ที่ บก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภาค 4 พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส. บช.ภ.4 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 ปปง. และ พล.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. แถลงผลการปฏิบัติงานดาวกระจาย 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม บึงกาฬ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และอุบลราชธานี ภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 26”

โดยเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 5 จังหวัด ตามเป้าหมายมีนายทุน 13 ราย 18 จุด ตรวจยึดและอายัดไว้ตรวจสอบ 4 จุด สามารถยึดโฉนดที่ดินจำนวน 111 ฉบับ มูลค่า 160.5 ล้านบาท อายัดทรัพย์สินอีก 100 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 260.5 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า จังหวัดนครพนมมีนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนมาก แต่ที่ยิ่งใหญ่มีเครือข่ายมากที่สุดอยู่ใน อ.ศรีสงคราม จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาข้อมูล แต่เนื่องจากนายทุนรายนี้มีอิทธิพลมาก การสืบสวนสอบสวนจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ลงวันที่ 22 มกราคม 2562 จับกุม น.ส.กุหลาบ เรืองวรบูรณ์ อายุ 49 ปี และนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อายุ 72 ปี หรือกำนันโป้ย อดีต ส.ว.นครพนม โดยทั้งคู่เป็นพ่อ-ลูกกัน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด

จากนั้นชุดปฏิบัติการนำโดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ถนนสายท่าแร่-ศรีสงคราม เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม

พร้อมเรียกนายอิทธิพลหรือกำนันโป้ย พร้อมกับแสดงหมายจับ เข้าตรวจค้นทรัพย์สิน

เบื้องต้นยึดและอายัดทรัพย์ผู้ต้องหา มูลค่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ 4 คูหา บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง อาวุธปืน 5 กระบอก รถยนต์ 3 คัน ส่วนทองรูปพรรณหนัก 130 บาท ยึดจากร้านทองบานเย็นกับร้านทองกุหลาบ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายทองในเครือข่ายของกำนันโป้ย สำหรับ น.ส.กุหลาบผู้เป็นลูกสาวของกำนันโป้ยนั้นถูกจับกุมตัวได้ที่ช่องผู้โดยสารขาเข้า สนามบินจังหวัดสกลนคร เวลา 10.30 น. ขณะลงเครื่องจะเดินทางกลับบ้านที่อำเภอศรีสงคราม โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ถูกจับ เป็นพ่อและพี่สาวของนายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทย

จับ “แม่-ย่า” ว่าที่ ส.ส.ศรีสะเกษ

ต่อด้วยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันรับสมัคร ส.ส.วันแรก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็นำกำลังปูพรมตรวจค้น 33 จุด 8 จังหวัด ในพื้นที่ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และนครสวรรค์

โดยที่ จ.ศรีสะเกษ ค้นบ้านเลขที่ 75 ม.4 ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางสุนีย์ อินฉัตร อดีต ส.ว.ศรีสะเกษ และ น.ส.มาลินี อินฉัตร อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ตรวจค้นพบโฉนดที่ดินและ น.ส. 3 จำนวน 214 ฉบับ มีชื่อของนางสุนีย์และบุคคลในครอบครัวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม

จากการตรวจสอบพบว่า มี น.ส.ภรณ์ทิพย์ ชิณจักร เป็นผู้หาซื้อที่ดินให้กับนางสุนีย์ พบความผิดปกติในการซื้อขายที่ดิน โดยเจ้าของที่ดินเดิมขายให้กับ น.ส.ภรณ์ทิพย์ แต่ในวันถัดมา หรือภายในระยะไม่นาน น.ส.ภรณ์ทิพย์ขายที่ดินให้กับนางสุนีย์ ทั้งๆ ที่การซื้อขายที่ดินภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จะต้องมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราที่สูง จึงเชื่อว่า น.ส.ภรณ์ทิพย์เป็นเพียงตัวแทนของนางสุนีย์

นอกจากนี้ยังพบทั้งคู่ยังมีความผิดเกี่ยวกับเรื่องคดีเช็ค จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นางสุนีย์ น.ส.มาลินี น.ส.ภรณ์ทิพย์ ชิณจักร น.ส.พรทิพย์ พิกุลทองทรัพย์ และนายจตุพล โตรักษา ทั้งหมดเข้ามอบตัว ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและซ่องโจร

เมื่อตรวจสอบพบว่า สำหรับนางมาลินีเป็นแม่ของนายอธิป อินฉัตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ขณะที่นางสุนีย์มีศักดิ์เป็นย่าของนายอธิปเช่นกัน

จึงไม่แปลกที่จะถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า เป็นการทำหน้าที่ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกันกับทุกคน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม

ยืนยันชัดเจนไม่ใช่เรื่องการเมือง

บทความก่อนหน้านี้“ผบ.เหล่าทัพ”ยังอยู่ ผบ.ทบ.เพิ่งกลับจากตปท. ผบ.ทร.-ผบ.ทอ. มีภารกิจวาระปกติ
บทความถัดไปไลน์กลุ่มส.ส.ปชป.เดือด ‘วิฑูรย์’ รองหน.ปชป.โวยได้ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ40 ชี้ ฆ่ากันชัดๆ