อนุสรณ์ ติปยานนท์ : หาพื้นที่ปลอดภัย

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

รัก/หลง/เมือง (8)

เช้าวันถัดมา

เขาตื่นขึ้นบนเตียงนอนในกระท่อมด้วยอาการอิดโรย

ร่างกายเจ็บปวดจากการเดินทาง แต่นั่นไม่อาจเทียบได้กับจิตใจ

จิตใจของเขาเจ็บปวดกว่าร่างกายหลายเท่าทวีนัก

หมอกจางๆ ลอยไล่เลี่ยอยู่ตามสนามหญ้าเบื้องนอก ที่ภูเขาไกลออกไปก็มีไอหมอกปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น

เขาพลิกตัวไปมา นอนมองออกไปนอกหน้าต่าง

เป็นครั้งแรกที่เขาอยากกลายสภาพเป็นหมอก

เป็นหมอกที่เมื่อยามแสงแดดมาถึง ยามสายมาถึง มันจะสลายหายไป

เป็นการสลายหายไปที่ไม่มีใครจับต้องได้อีกต่อไป

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอน อย่างน้อยการขยับร่างกายก็น่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ไม่มากก็น้อย

เขาเดินวนไปมาในกระท่อม ใช้ความคิด ความคิดที่ใคร่ครวญว่าเขาควรกระทำอะไรนับจากนี้

การหนีดูเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

ที่เขาหนีไม่ใช่เธอ หากแต่เป็นตัวของเขาเอง เพราะหากเขาตั้งใจจะหลบหนีเธอ หลบหนีหญิงสาวผู้นั้น เขาควรเก็บสัมภาระโดยเร็ว จากเมืองนี้ไป ไปที่ไหนอีกสักแห่ง ที่ที่จะไม่ได้พบเจอกับเธออีก

แต่นั่นคือความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อเขาหลบหนีออกจากเมืองหลวง

มันไม่อาจใช้การได้ในวิธีดังกล่าวนี้

การปรากฏตัวขึ้นของเธออย่างไม่คาดฝันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดเท่ากับการต้องยอมรับความจริงว่าเธอยังอยู่ในความคิดคำนึงของเขาตลอดเวลา

เธอไม่ได้ห่างหายไปไหน

การปรากฏตัวของเธอเป็นเพียงการซ้อนทับกันระหว่างภาพความจริงและภาพในความคิดคำนึงของเขาเท่านั้น

ความทรงพลังของมันจึงทำให้เขาเจ็บปวด หากเขาหลบหนีเธอไปอีกครั้ง เขาก็เพียงแค่ลบเลือนภาพในความจริงของเธอ

ทว่าภาพของเธอในความคิดคำนึงของเขายังคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แจ่มชัดและไม่อาจลบเลือนได้เลย

 

หลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบนาที เขาก็ปลงใจแล้วว่าการหลบหนีจะไม่มีขึ้นอีกต่อไป

เขาจะคงพำนักอยู่ในเมืองนี้ ใช้ชีวิตที่นี่ให้นานที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้

หากเธอจากเมืองนี้ไป ทุกอย่างก็จบสิ้นลง

เขายังจะเก็บภาพของเธอไว้ในความทรงจำ เก็บมันไว้จนกว่ามันจะสูญสลายไปเอง

และหากเขาได้พบเธอในเมืองนี้อีก เขาก็เพียงแต่มองเธอให้เต็มตา เก็บภาพของเธอให้ละเอียดลออขึ้นอีก

ภาพของเธอที่สถานีรถไฟ

ภาพของเธอที่สถานีรถประจำทาง

ภาพของเธอที่คล้องแขนกับคนรักของเธอ

ภาพเหล่านี้เขาเพียงแค่นึกถึงมัน มันก็แจ่มชัดขึ้น

ดังนั้น หากจะมีภาพของเธอเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาพหรือสองภาพ อาจเป็นภาพของเธอที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ จิบกาแฟหอมกรุ่นกับคนรักของเธอท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บอย่างมีความสุข มันก็เพียงแค่การเพิ่มภาพความทรงจำของเธออีกหนึ่งภาพหรือสองภาพลงไปในความคิดคำนึงของเขา

ความเจ็บปวดอาจมีมากขึ้นแต่มันจะไม่มากจนไม่อาจทานทนได้

ดังนั้น หากทานทนได้ เขาควรเผชิญหน้ามัน เขาควรยืนสงบนิ่งอยู่กับที่และต่อสู้กับมัน เขาจะไม่หนี เขาจะไม่หนีอีกต่อไป

 

สิบนาทีต่อมา หลังการทำความสะอาดหน้าตา เขาก็พบตนเองอยู่ที่มุมอาหารเช้าของที่พัก ระเบียงเล็กๆ ที่มองเห็นยอดเขาสลับซับซ้อน

อาหารเช้าของที่พักไม่มีอะไรมากไปกว่ากาแฟสำเร็จรูปพร้อมทั้งน้ำร้อนในกระติก

ขนมปังที่ต้องจัดการปิ้งด้วยตนเอง เนยและแยมหลากชนิด

เขาปิ้งขนมปังสองแผ่น ชงกาแฟให้ตนเองหนึ่งแก้ว เมื่อนั่งลงที่โต๊ะ เขาจิบกาแฟ มองดูหมอก กัดขนมปังกรอบเกรียมทีละคำอย่างช้าๆ

และพยายามหาเหตุผลว่าทำไมเขาจึงรักเธอ

ความรักเกิดขึ้นได้ด้วยหลายเหตุผล หน้าตาที่พึงใจ อุปนิสัยที่ตกต้องกันหรืออาจเป็นบทสนทนาที่ลื่นไหลยามอยู่เคียงข้างกัน

ทว่าพ้นจากเรื่องหน้าตาของเธอแล้ว เขาไม่เคยมีประสบการณ์กับเธอในเรื่องอื่นเลย

และหากจะกล่าวว่าเธอเป็นหญิงสาวที่สวยสะดุดตาจนทุกคนเหลียวหลัง นั่นก็ไม่ใช่ความจริง เธอเป็นเพียงหญิงสาวผู้มีใบหน้าธรรมดา

อาจเป็นใบหน้าที่บริสุทธิ์ หมดจด หรือจริงใจ แต่ไม่ใช่ใบหน้าที่งามล้ำเลิศเลอจนเกินควร

ถ้าเช่นนั้นแล้วอะไรเล่าที่ดึงดูดเขาเข้าหาเธอ และอะไรเล่าที่ทำให้แรงดึงดูดนั้นยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย

ความปลอดภัย

 

ความปลอดภัย เขาคิดถึงถ้อยคำคำนี้หลังจากวนเวียนไปมากับคำตอบจำนวนมากมาย

เมื่อคืนก่อน หลังการระลึกถึงความรักระหว่างเจสซี่และเซลีน เขาก็พบว่าบทสนทนาจำนวนมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่นั้นมีขึ้นเพราะต่างฝ่ายต่างรู้สึกปลอดภัยซึ่งกันและกัน

เมื่อเราวางใจใคร เราย่อมเปิดเผยตนเอง เราย่อมเปิดตนเองให้กว้างเพื่อโอบรับ โอบกอดและยอมรับบุคคลนั้น

ความรักสำหรับบุคคลอื่นอาจมีนิยามที่แตกต่างจากเขา แต่สำหรับเขาแล้ว ความรักคือการรู้สึกถึงความปลอดภัย

มันคือการแสวงหาพื้นที่ที่ปลอดภัยหรือ Comfort Zone ที่เขารู้ดีว่าในพื้นที่นั้นจะไม่มีความคลางแคลงใจ ในพื้นที่นั้นจะไม่มีความไม่เชื่อใจ

ในพื้นที่นั้นจะมีแต่ความสุขสงบ

เป็นพื้นที่ที่เมื่อเข้าไปถึงแล้ว เขาสามารถเอนกายลงนอนหลับอย่างสนิทราวกับมีเทพาอารักษ์คอยปกป้องเขา

แต่ความปลอดภัยนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใดเล่า

ทำไมเขาจึงรู้สึกว่าเธอจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขา

กาแฟในถ้วยหมดแล้ว เขาลุกขึ้นไปชงกาแฟอีกแก้ว เปลี่ยนอิริยาบถอีกครั้ง

ตอนนั้นเองที่เขาพบว่าโต๊ะถัดไปจากด้านหลังของเขามีหญิงชายคู่หนึ่งกำลังนั่งสนทนากัน

ทั้งคู่คงเข้าพักที่นี่หลังจากเขา เป็นแขกอีกสองคนในกระท่อมไกลเมืองเช่นนี้

เสียงหัวเราะอย่างร่าเริงแจ่มใสของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกว่าทั้งคู่คงเป็นคู่รักกัน

พวกเขาอาจมาที่นี่เพื่อพักผ่อน เพื่อฉลองวันครบรอบแต่งงาน หรืออาจเพียงแค่ฉลองรอบปีแห่งการคบหากัน เป็นไปได้ทั้งนั้น เป็นไปได้แทบทั้งสิ้น

แต่เหนืออื่นใดเขากลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ หญิงสาวผู้นั้น หญิงสาวที่เขาหลงรักคงกระทำเช่นนี้ในเวลานี้ ที่ที่พักสักแห่งในเมืองนี้

เธอคงส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงแจ่มใส พวกเขาทั้งคู่คงมาที่เมืองนี้เพื่อฉลองวันครบรอบแต่งงานหรืออาจเพียงแค่ฉลองรอบปีแห่งการคบหากัน เป็นไปได้ทั้งนั้น เป็นไปได้ทั้งสิ้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลเช่นใด ความรู้สึกของเขาก็ไม่แตกต่างออกไปเลย

เขายังคงเจ็บแปลบ

เขายังคงเจ็บแปลบที่หัวใจ

 

เขาถือถ้วยกาแฟกลับมายังที่นั่ง และเมื่อนั่งลงยังเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาก็พบคำตอบ

ความรู้สึกปลอดภัยที่มีต่อหญิงสาวผู้นั้นเกิดจากความรู้สึกคุ้นเคย

ความรู้สึกคุ้นเคยเกิดจากความรู้สึกที่ว่าเขาได้รู้จักเธอมาเนิ่นนานแล้ว

แม้ว่าเขาพึ่งจะได้พบเห็นเธอ แต่ความรู้สึกภายในของเขาบอกว่าเธอเป็นบุคคลที่เขาคุ้นเคยมาเนิ่นนานแล้ว

และสำหรับคนแปลกหน้าอย่างเขา ที่แปลกหน้าต่อเมือง ต่อผู้คน และต่อสรรพสิ่ง ความรู้สึกคุ้นเคยที่ว่านั้นก่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยอย่างใหญ่หลวง และความรู้สึกปลอดภัยที่ว่าเรียกร้องให้เขาโถมตัวเข้าไปหาเธอ เข้าไปหาอ้อมกอดของเธอ

หมอกเริ่มจางลง เผยให้เห็นนาข้าวสีเขียวขจีรอบๆ

นี่เป็นภาพบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างยิ่ง

โลกที่บริสุทธิ์ ไร้มลทิน ปราศจากการแบ่งแยก ปราศจากความขัดแย้ง

เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังเดินทางย้อนอดีต ย้อนกลับไปในเวลาดึกดำบรรพ์

ย้อนกลับไปถามหาจุดกำเนิดของความรู้สึกที่ว่า เขาคุ้นเคยกับหญิงสาวผู้นั้นได้อย่างไร

อาจเป็นในวัยเยาว์ ก่อนที่เขาจะถูกลุงและป้ารับตัวไปยังเมืองเหนือ

เขาเคยมีเพื่อนต่างเพศที่สนิทสนม เธอเป็นเพื่อนเล่นของเขา เธอให้ยืมสิ่งของอุปกรณ์การเรียนที่เขาหลงลืมมา

เธอนั่งเคียงข้างเขาในขณะที่มีอาหารมื้อกลางวัน

เขาไม่มีพี่หรือน้องต่างเพศ เธอจึงเปรียบเสมือนดังญาติสนิทของเขา

น่าเสียดายที่เขาจำชื่อหรือใบหน้าของเธอไม่ได้เลย

สิ่งที่เขาจดจำได้มีเพียงแต่ความรู้สึกปลอดภัย

ความรู้สึกปลอดภัยยามที่เขาอยู่ใกล้เธอ

 

แต่ก็นั่นเอง กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน ผู้คนเปลี่ยนแปลง การจดจำชื่อหรือใบหน้าของเธอไม่มีผลแตกต่างใดๆ ในวันนี้

การจดจำความรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้เธอเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว

เขาลุกขึ้นจากโต๊ะ แน่แก่ใจว่าควรมุ่งไปยังสถานที่ใดในเมืองนี้

กาแฟในถ้วยยังคงเหลือ ขนมปังถูกกัดกินไปเพียงน้อย แต่เขาไม่อยากรีรอและเสียเวลา

เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เบาสบาย ขอยืมจักรยานจากที่พัก ขับมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลประจำเมือง

และหลังจากพลัดหลงอยู่หลายนาที ชายชราผู้หนึ่งก็บอกเส้นทางให้เขาไปถึงโรงพยาบาลแห่งนั้นได้ในที่สุด

มันเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย สำหรับเมืองแห่งนี้ ที่มีน้ำตก มีบ่อน้ำพุร้อน มีสะพานเหล็กโบราณ มีร้านกาแฟที่เสิร์ฟกาแฟรสเลิศจำนวนมาก

ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนยอมเสียเวลาที่นี่ และที่นี่เองที่เขาเชื่อว่าเขาจะปลอดภัยจากเธอ

หญิงสาวผู้นั้นและคนรักของเธอไม่มีทางมายังสถานที่แห่งนี้

ความรู้สึกปลอดภัยทำให้เขาหยิบหนังสือจากเป้หลังขึ้นอ่านอย่างเพลิดเพลิน หน้าแล้วหน้าเล่า เขาอ่านหนังสืออย่างกระหาย เลิกสนใจโลกภายนอก

ตลอดเวลาเขาหยุดพักเพียงแค่ไปล้างหน้าตายังห้องน้ำของโรงพยาบาล

ทานอาหารที่โรงอาหารของโรงพยาบาลและดื่มกาแฟรสปร่าที่นั่น ก่อนจะกลับสู่การอ่านหนังสืออีกครั้ง

เมื่อถึงเวลาบ่าย ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาก็จากไป ญาติที่มาเยี่ยมผู้คนก็จากไป ทั้งโรงพยาบาลหลงเหลือแต่ความเงียบและบุคลากรอีกสองสามคน

เขาเอนกายลงกับม้านั่งนอนอ่านหนังสือสลับกับการมองแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องทะลุร่มไม้ครึ้ม ก่อนจะงีบหลับลง

เสียงไซเรนจากรถพยาบาลปลุกเขาให้ตื่นขึ้น เขามองไปที่รถพยาบาล บุคลากรชุดขาวพากันวิ่งวุ่นไปที่ท้ายรถ จากม้านั่งที่เขายืนอยู่เขาแลเห็นผู้ที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากด้านหลังรถพยาบาลในเสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด

เป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง

บทความก่อนหน้านี้การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ โลกที่พวกคนอ้างว้างต่างพากันเขียน
บทความถัดไป“ทูลกระหม่อมฯ” เผยทรงใช้สิทธิอย่างสามัญชนภายใต้รธน. ประกาศนำประเทศสู่ความรุ่งเรือง