เบื้องหลังกว่าที่ “แคนดิเดตนายกฯ” ของเพื่อไทยจะลงตัว จับตาไทยรักษาชาติ “ใคร?”

ถือว่าเป็นไปตามที่คาดหมายมาตลอดว่า ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น จะประกอบไปด้วย

1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งขณะนี้มีตำแหน่งเป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยด้วย

2. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้รับการขนานนามจากโลกโซเชียลว่าเป็นรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

และ 3.นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเคยเป็นตัวแทนของฝั่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทุบโต๊ะยืนยันเสียงหนักแน่นว่าจะไม่ลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการในขณะนั้น เพราะกฎหมายระบุชัดว่าต้องอยู่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ทำเอา “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในขณะนั้นประกาศขอยึดอำนาจทันทีหลังจากสิ้นประโยค “รัฐบาลผมไม่ลาออก” ของ “นายชัยเกษม”

ก่อนหน้าที่จะปรากฏเป็น 3 รายชื่อที่กล่าวไปข้างต้นนั้น เคยมีกระแสชื่อ “โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายใหญ่ดูไบถูกปล่อยออกมาก่อนหน้า เพราะเจ้าตัวเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไว้ด้วย

แต่ก็มีคนออกมาปฏิเสธเสียงแข็งแทนให้ทุกวันว่า จะเป็นได้อย่างไรในเมื่อทุกวันนี้ยังต้องเทียวขึ้นศาลสู้คดีอยู่เลย

นอกจากนี้ยังเคยมีชื่อ “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แว่วเข้าหูอยู่บ่อยๆ ด้วยเหตุผลว่ามีฝีมือและชั้นเชิงทางเศรษฐกิจพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ เพราะวันนี้ชาวบ้านทุกข์หนักและหวังให้เพื่อไทยไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลงานหลักของพรรคมาโดยตลอด

แต่กระแสชื่อนี้ก็สงบไปด้วยเบื้องหลังเบื้องลึกที่ดีลกันไม่ลงตัว

จากนั้นมีการปล่อยชื่อคนโน้นคนนี้ออกมาอยู่เรื่อยๆ จนมานิ่งที่ 3 ชื่อดังกล่าว

แต่คณะกรรมการสรรหาของพรรคก็ยังตีกันนัวอยู่พักหนึ่ง

เพราะชื่อเดิมเริ่มแรก ซึ่งประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ นายชัชชาติ และนายชัยเกษม นั้น ถูกคณะกรรมการท้วงติงว่า แล้วชื่อของ “พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์” ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นอันดับหนึ่งในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยนั้นไปอยู่ที่ไหนเสีย

อย่างน้อยก็ควรให้เกียรติหัวหน้าพรรค และสามารถอธิบายกับสังคมได้ว่าเขาเป็นหัวหน้าพรรคจึงควรได้รับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วย

เหตุผลนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้วงประชุมต้องหันกลับมาคิด

เพื่อให้หมดข้อครหาคาใจ คณะกรรมการจึงจัดโหวตโดยหยิบมา 5 รายชื่อ ประกอบด้วย 1.คุณหญิงสุดารัตน์ 2.นายชัชชาติ 3.นายชัยเกษม 4.พล.ต.ท.วิโรจน์ และ 5.นายกิติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่ง “พล.ต.ท.วิโรจน์” ยกมือขอถอนตัวโดยให้เหตุผลว่า ตัวเองนั้นมีตำแหน่งเป็นทั้งหัวหน้าพรรค และยังเป็นอันดับ 1 ในบัญชีรายชื่อของพรรคอยู่แล้ว

สรุปผลโหวตออกมาก็เป็นไปตามที่ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคเพื่อไทยจะเปิดรายชื่อแคนดิเดตของพรรคทั้ง 3 รายชื่อแล้ว แต่พรรคน้องอย่างพรรคไทยรักษาชาติยังนิ่ง เงียบสนิท

จากเดิมที่มีข่าวว่าจะเสนอ 2 รายชื่อ คือนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค และ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคนั้น

แว่วข่าวมาว่าจะมีการเปลี่ยนแผน โดยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงรายชื่อเดียวเท่านั้น

ซึ่งเป็นรายชื่อที่มีความสำคัญ

จึงอยากให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่พรรค “ทษช.” นี้กันโดยพลัน เพราะหวยอาจจะมาออกที่พรรคนี้

บทความก่อนหน้านี้‘หมอธี’ เร่ง ‘สพฐ.’ แก้ประกาศรับ น.ร. สกัดช่องรับแป๊ะเจี๊ยะ
บทความถัดไปรู้จัก “พรรคไทยรักษาชาติ” ให้มากขึ้น กางยุทธศาสตร์ แก้เกมสู้เลือกตั้ง พรรคพี่พรรคน้อง “พท.-ทษช.” รอลุ้นบัญชี “นายกฯ”