เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ : การเลือกตั้ง คือ เครื่องกรองน้ำหมดอายุ ?

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

เคยเปรียบเทียบการเลือกตั้งว่าเป็นเหมือนเครื่องกรองน้ำ ซึ่งมีวันหมดอายุได้

มาถึงวันนี้ เครื่องกรองน้ำเครื่องนี้ก็ยังใช้อยู่ ทั้งที่ส่อสภาพว่ามันหมดอายุแล้วจริงๆ

เครื่องกรองน้ำที่หมดอายุนั้นไม่มีวันจะกรองน้ำให้เป็นน้ำดีได้เลย เช่น เอาน้ำไม่ดีลงเครื่องกรอง ถ้าเครื่องกรองดีไม่หมดอายุ น้ำไม่ดีก็จะกรองออกมาเป็นน้ำดี แต่ถ้าเครื่องกรองไม่ดีหมดอายุแล้ว น้ำไม่ดีผ่านเครื่องกรองก็จะกลายเป็นน้ำเน่าที่เน่ากว่าเดิม และถึงหากเอาน้ำดีผ่านเครื่องกรองหมดอายุ น้ำดีนั้นก็จะกลายเป็นน้ำเน่าทันทีเช่นกัน

เราจึงได้มีผู้แทนน้ำเน่าเข้าสภากันโฉ่ฉาว กลายเป็นสภาน้ำเน่าฉาวโฉ่มาจนวันนี้

สภาใหม่ก็จะใหม่แต่อาคารสถานที่ อาจกลายเป็นแหล่งน้ำเน่ากลางเมืองแห่งใหม่ได้อีก

หากยังใช้เครื่องกรองเกรอะสนิม หมดอายุเหมือนเดิม

นักเลือกตั้งแหละรู้ดีว่าจะใช้เครื่องกรองนี้อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

นักการเมืองน้ำเน่าแหละรู้ดีว่าจะใช้เครื่องกรองหมดอายุนี้อย่างไรให้พวกตนเข้าไปร่วมมหกรรมน้ำเน่าในสภากันให้มากที่สุด

ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงกลไกหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย หาใช่เป็นทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตยไม่

การเลือกตั้งเป็นเพียงการใช้สิทธิเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาเท่านั้น เป็นกลไกขั้นต้น ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นนัก ด้วยอำนาจประชาธิปไตยที่ครบถ้วนน้นจักต้องธำรงอยู่และเป็นไปด้วยความ “ชอบธรรม” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นต้น คือการเลือกตั้งต้อง “ชอบธรรม”

สรุปความหมายโดยรวมของประชาธิปไตยนั้นคือ

อำนาจอันชอบธรรมของประชาชนในการบริหารจัดการเรื่องที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมเป็นหลักและเป็นใหญ่

นี้คือความหมายที่แท้ที่ตรงสุดของคำว่า “ประชาธิปไตย” เพราะประชาธิปไตยมาจากสองศัพท์ผสมกันคือประชากับอธิปไตย แปลตรงตัวก็คือ อำนาจของประชาชน (ประชา=ประชาชน อธิปไตย=อำนาจ)

ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวเป็นใจความว่า ประชาธิปไตยต้องกำหนดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่เอาประชาชนเป็นใหญ่ เพราะหากเอาประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าประชาชนชั่วร้าย บ้านเมืองก็ฉิบหาย

แท้จริงแล้วความหมายโดยขยายครอบคลุมทั้งหมดของประชาธิปไตยก็เป็นดังกล่าวมานั้นคือ

อำนาจอันชอบธรรมของประชาชนในการบริหารจัดการเรื่องที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมเป็นหลักและเป็นใหญ่

ตรงอำนาจอันชอบธรรมนี่แหละเป็นประเด็นสำคัญ ด้วยอำนาจในประชาธิปไตยนั้นมีสามอำนาจคือ

หนึ่ง การได้มาซึ่งอำนาจ

สอง การใช้อำนาจ

สาม การมีส่วนร่วมในอำนาจ

การเลือกตั้งเป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมในอำนาจคือการใช้สิทธิและเสรีภาพในการเลือกหรือไม่เลือกผู้แทนให้เข้ามาใช้อำนาจแทนตน ซึ่งขั้นตอนการเลือกตั้งมีสองขั้นตอนคือ

ใช้สิทธิไปเลือกตั้ง กับใช้เสรีภาพที่จะเลือกใครหรือไม่เลือก

นี้คือสิทธิและเสรีภาพขั้นต้น ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นในการมีส่วนร่วมในอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

กระทั่งเสรีภาพในการชุมนุมเพื่อต่อต้านคัดค้านความไม่ยุติธรรมทั้งหลาย ซึ่งทั้งนี้ต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ

ส่วนอำนาจตามข้อหนึ่งคือ การได้มาซึ่งอำนาจ

นี้แหละสำคัญนัก ตรงที่ การได้มาซึ่งอำนาจนั้น “ชอบธรรม” อย่างไรหรือไม่

ที่ว่าเครื่องกรองน้ำหมดอายุ ก็ที่ตรงนี้เอง นั่นคือ การ “ซื้อสิทธิขายเสียง” ที่มิอาจเอาผิดได้ด้วยวิธีการฉ้อฉลอันชาญฉลาดของนักเลือกตั้งและนักการเมืองน้ำเน่า

ดังข้ออ้างที่ใช้กันในรัฐบาลหลายชุดว่า “มาจากการเลือกตั้ง” คือถือเอา “การผ่านการเลือกตั้ง” ด้วยคะแนนมากกว่าเป็นผู้ชนะ โดยมิพักว่าได้ใช้เล่ห์เพทุบายใดๆ เพื่อเอาชนะ เพื่อให้ได้ “อำนาจ” นี้มา แม้ “ไม่ชอบธรรม” เลยก็ตาม

คือถือเอาการผ่านชนะเลือกตั้งเป็นความชอบธรรม โดยไม่คำนึงถึงความไม่ชอบธรรมในการผ่านชนะนั้นเลยด้วยซ้ำ

ซึ่งอำนาจที่ได้มาเช่นนี้ย่อมเป็นอำนาจอันไม่ชอบธรรมโดยแท้

อำนาจอันไม่ชอบธรรมนี้แหละที่บรรดาผู้ได้มามักเหมารวมเป็นความชอบธรรม และมักอ้างความชอบธรรมนี้มาอ้างเอากับการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย

ซึ่งเข้าข้อสองของการใช้อำนาจ

ดังตัวอย่างรัฐบาลชุดที่ผ่านมาอ้างความชอบธรรมจากการบิดเบือน เอาเสียงส่วนใหญ่มาออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมในสภา

โดยที่อ้างกันนักว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่การเลือกตั้งนั้นเองส่อเค้าสกปรกสิ้นดี

แม้จะร่างกติกาซับซ้อนป้องกันความไม่ชอบธรรมจากการเลือกตั้งอย่างไร ก็อย่าหวังเลยว่าจะพ้นมือพวกนักเลือกตั้งและนักการเมืองน้ำเน่า

จะผูกจะแก้เกมแห่งการได้มาซึ่งอำนาจโดยกระบวนการเลือกตั้งอย่างไรก็สุดแท้ แต่ถ้ายังมองไม่เห็นว่า เครื่องกรองน้ำนี้มันหมดอายุแล้ว มันขึ้นสนิมแล้ว ไส้กรองรั่วแล้ว

รัฐสภาแห่งใหม่ก็จะเป็นแอ่งรองรับน้ำเน่าใหม่เหมือนเดิม

ฝากนักวิชาการช่วยมองหาวิธีแก้ไขเครื่องกรองนี้ หรือจะโละทิ้งแล้วเปลี่ยนเครื่องกรองใหม่ที่มีประสิทธิภาพก็จะยิ่งดียิ่ง

ฝากเรื่อง “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ให้นักประชาธิปไตยและนักรัฐศาสตร์ด้วยว่า ถึงคราวแล้วหรือยังที่จะใช้ระบบนี้มาผสมผสานหรือตั้งเป็นเครื่องกรองใหม่เพื่อกรองเอาน้ำดีเข้าสภา

มิฉะนั้นงานปฏิรูปก็จะเตาะแตะอยู่เพียงนี้เท่านั้น คือ

ปฏิลูบ ปฏิคลำ

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว/หมอทรัพย์ สวนพลู/ ประจำวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ 2562
บทความถัดไปเชิงบันไดทำเนียบฯ : พลิกล็อค ศุกร์หยุกโลก! – ‘พยัคฆ์ตู่’ มาเหนือ นำทัพ ‘พรรครังผึ้ง’