พิศณุ นิลกลัด : เบื้องหลังความเก่งของโนวัค โจโควิช

พิศณุ นิลกลัด

โนวัค โจโควิช เพิ่งครองแชมป์ Australian Open 2019 เมเจอร์แรกของปีนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชนะราฟาเอล นาดาล ขาดลอย 3 เซ็ตรวด ภายในเวลาเพียง 124 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมาก และเป็นครั้งแรกของการแข่งขันนัดชิงแชมป์ในรายการเมเจอร์ที่นาดาลแพ้ 3 เซ็ตรวด ไม่ได้แม้แต่เซ็ตเดียว

นี่เป็นแชมป์เมเจอร์รายการที่ 15 ของโจโควิช และเป็นครั้งที่ 7 ที่ได้แชมป์ Australian Open

ปีนี้โจโควิชอายุ 31 ปี แต่ดูฟิต อึด แข็งแรงยิ่งกว่าเมื่อตอนอายุ 20 กว่าๆ ซะอีก

โจโควิชบอกว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เขายังฟิตปั๋ง ฝีมือไม่ตก ก็คือการดูแลเรื่องโภชนาการอย่างเข้มงวด

ตั้งแต่ปี 2010 หลังจากทราบว่าตัวเองแพ้กลูเต็น (Gluten) และแพ้นม จึงเปลี่ยนการกินอาหารใหม่หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไม่กินอาหารที่มีกลูเต็น

กลูเต็นมีอยู่ในอาหารที่มีส่วนผสมของข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งคนที่แพ้กลูเต็น หากกินกลูเต็นเข้าไปจะมีอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย ปวดท้อง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีสารคดีชื่อ What”s In Our Food? หรือ อะไรอยู่ในอาหารของเรา ซึ่งโจโควิชได้พูดถึงความสำคัญของโภชนาการที่เปลี่ยนแปลงเขาจากนักเทนนิสที่เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ปวดท้องเป็นประจำ กลายเป็นนักเทนนิสที่อึด แรงดีไม่ตก

โจโควิชมาทราบว่าตัวเองแพ้กลูเต็นเมื่อปี 2010 ด้วยความบังเอิญจากแพทย์ที่ชมการแข่งขัน Australian Open ปี 2010

โดย นพ.อีกอร์ เซโตเยวิช (Igor Cetojevic) หมอชาวเซอร์เบียซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศไซปรัส บังเอิญเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเจอการแข่งขันของโจโควิชในรอบควอเตอร์ไฟนอลกับโจ วิลฟรีด ซองก้า

คุณหมออีกอร์ไม่ได้เป็นแฟนเทนนิส แต่เห็นโจโควิชซึ่งเป็นคนชาติเดียวกันกำลังแข่งขัน จึงดูซะหน่อย

สามเซ็ตผ่านไป โจโควิชเล่นดีกว่า ชนะไปสองเซ็ต

พอเริ่มเซ็ตที่ 4 โจโควิชเริ่มแสดงอาการเหนื่อยอ่อน หายใจติดขัด ซึ่งผู้บรรยายบอกว่าเป็นเพราะอาการหอบหืด

แต่หมออีกอร์ เซโตเยวิช เห็นว่านี่ไม่ใช่อาการหอบหืด เพราะการแข่งขันมีขึ้นตอนกลางคืน ในขณะที่หอบหืดมักเกิดตอนเช้า

หมอคิดว่าโจโควิชน่าจะมีปัญหาเรื่องระบบการย่อยอาหารมากกว่า

จากนั้นหมออีกอร์ได้ติดต่อผ่านคนที่รู้จักโจโควิช เสนอตัวเข้าวินิจฉัยอาการเหนื่อยง่ายของโจโควิช ซึ่งต่อมาทั้งคู่ก็ได้พบกันในเดือนกรกฎาคม ปี 2010 ตรวจพบว่าโจโควิชแพ้กลูเต็น และแพ้นมด้วย จึงแนะนำให้โจโควิชเปลี่ยนการกินอาหารใหม่หมด

โจโควิชเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นคนชอบกินแป้งมาก

เวลากินพิซซ่า ยังกินขนมปังตามไปด้วย เพราะสมัยเด็กครอบครัวเคยเปิดร้านพิซซ่า

มาตอนนี้เขาไม่แตะพิซซ่าและขนมปังที่มีกลูเต็นเลย

ปี2013 โจโควิชออกหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ “Serve to Win” หรือ เสิร์ฟเพื่อชัยชนะ ซึ่งเสิร์ฟมีความหมายทั้งสองด้าน คือ เสิร์ฟลูกเทนนิส และเสิร์ฟอาหาร เพราะเป็นหนังสือที่เปิดเผยเรื่องราวชีวิตการเป็นนักเทนนิสตั้งแต่เด็ก เคล็ดลับในการทานอาหารของเขาที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ปราดเปรียวขึ้น และมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งเป็นที่มาแห่งความสำเร็จในการแข่งขันเทนนิส

จากแต่ก่อนที่เป็นคนเหนื่อยง่าย หายใจติดขัด ต้องถอนตัวจากการแข่งขันอยู่เรื่อยๆ

แต่มาตอนนี้ โจโควิชเป็นนักเทนนิสที่ได้รับการยกย่องว่ามีร่างกายฟิตแข็งแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โจโควิชเผยเคล็ดลับว่าทุกเช้าจะดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมานูก้า 2 ช้อนชา (มานูก้าคือน้ำผึ้งจากผึ้งที่เก็บน้ำหวานจากเกสรของดอกมานูก้า) จะไม่ดื่มน้ำเย็นเลย เพราะการดื่มน้ำเย็นจะไม่เป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหาร

โจโควิชไม่ได้ควบคุมอาหารแบบนับแคลอรี่ เขาคิดว่าให้ขึ้นอยู่กับร่างกายว่าเป็นอย่างไรจะดีกว่า เพราะคนที่ออกกำลังกายมากับคนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทั้งวันคงกินเหมือนกันไม่ได้

สิ่งที่เขากินแต่ละมื้อก็คือ มื้อเช้ากินขนมปังที่ไม่มีแป้งสาลี ทาเนยอัลมอนด์

มื้อเที่ยงกินวานิลลา อัลมอนด์ สมูตตี้ 2 แก้ว

มื้อเย็นกินยำเส้นโซบะ

ที่สำคัญก็คือ ไม่ดื่มชา กาแฟ ที่มีกาเฟอีน

แต่ละวันโจโควิชจะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ แต่จะไม่ต่างจากนี้มาก เช่น สมูตตี้อาจจะเปลี่ยนผลไม้เป็นสตรอว์เบอร์รี่หรือกล้วย

โจโควิชบอกว่า ตั้งแต่เลิกกินอาหารประเภทกลูเต็น โรคหอบหืดที่เขาเคยเป็นก็หายไป

การเขียนหนังสือ Serve to Win นั้น โจโควิชบอกว่า ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะโน้มน้าวให้คนหันมาทานอาหารไร้กลูเต็นแบบเขา เพียงแต่ต้องการนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง และหวังว่าผู้อ่านสามารถนำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้กับชีวิต

วันนี้ โจโควิชเป็นแชมป์เมเจอร์ 15 รายการ ตามหลังนาดาล (แชมป์เมเจอร์ 17 รายการ) และโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (แชมป์เมเจอร์ 20 รายการ) ซึ่งโจโควิชบอกว่า การทำลายสถิติของเฟเดอเรอร์เป็นเป้าหมายที่ทำให้เขายังมีความมุ่งมั่นในการแข่งขันเทนนิส

ก็ต้องติดตามกันว่า การกินอาหารแบบไร้กลูเต็น จะช่วยให้โจโควิชทำลายสถิติแชมป์เมเจอร์ 20 รายการของโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ สำเร็จหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้“มาร์ค”นำทีม “ปชป.”ยื่นสมัครปาร์ตี้ลิสต์ คาด หากคะแนนเท่าเดิม จะได้ ส.ส.140 ที่นั่ง
บทความถัดไป“ณัฐวุฒิ” ยัน “นปช.” ร่วม “ทษช.” ต้านเผด็จการ เมินกระแสไม่พอใจปาร์ตี้ลิสต์ ปัดตอบแคนดิเดตนายกฯ