อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : กล้วยบวชชีในอุดมคติ

อุรุดา โควินท์

เห็นเขาเดินหิ้วถุงพลาสติกขึ้นบ้านมา ฉันก็พอจะเดาออก “กล้วยหอมวันก่อนพี่ยังกินไม่หมดเลยฟา” ฉันว่า

เขาหัวเราะ “วันนี้กล้วยน้ำว้าครับ”

กล้วยคือกัน ฉันชอบกินกล้วย แต่ถ้ามากไป ฉันก็ไม่รู้จะกินอย่างไรให้ทัน ที่สำคัญ ฉันเกรงใจคนให้

ฟาวางกล้วยบนโต๊ะอาหาร วางเบามือ แทบจะเรียกได้ว่าบรรจงวาง

“โห…งามมาก บอกแม่ให้เอาไปขาย หวีละ 20 บาทได้สบายเลย”

เขาหัวเราะ

ฟาพูดน้อย ต่างจากปลา-แม่ของเขาที่ช่างพูดตั้งแต่เด็ก ปลากับฉันโตมาด้วยกัน ปลาอายุมากกว่าฉัน 8 ปี สำหรับฉัน เธอคือสมาชิกในครอบครัว แต่สถานภาพของเธอคือคนทำงานบ้านให้ยายกับตา ต่อให้เธออยู่กับตายายนานแค่ไหน และต่อให้ยายรักเธอมากเพียงใด เธอก็ยังเป็นคนทำงานบ้าน และจากเราไปอย่างคนที่เคยทำงานบ้านให้เรา

ความเท่าเทียมเป็นสิ่งที่เราฝันถึง เป็นอุดมคติ เป็นคำสามพยางค์งามงด ทว่าไม่เคยเป็นจริง จับต้องไม่ได้ แม้ในหน่วยสังคมเล็กสุดอย่างครอบครัว

กระทั่งระหว่างฉันกับเขา ก็ยังรู้สึกถึงระยะห่างซึ่งเกิดจากการลำดับชั้น มันเหลวไหลและน่าเบื่อที่สุด ฉันแทบทนไม่ได้เลย ที่ปลายกมือไหว้ฉัน ฉันบอกเธอนับร้อยครั้งว่าอย่าทำ อย่าไหว้ฉัน เธออายุมากกว่าฉัน เธอเก่งกว่าฉันตั้งหลายด้าน เธอเข้มแข็งกว่าฉันมาก

ฉันต่างหากที่ควรไหว้เธอ หากไหว้คือการแสดงความนับถือแล้วละก็

 

มองกล้วยหวีงามบนโต๊ะ คล้ายว่าเห็นใบหน้าเธอ เธอร่วงโรยลงมากในสามปีหลัง เธอเป็นธาลัสซีเมีย ไม่ควรมีลูก แต่เธอก็มี เธอควรจะพักผ่อนให้มาก แต่เธอยังปลูกผักปลูกหญ้าเท่าที่มีแรง ทุกครั้งที่ลูกชายของเธอมาช่วยงานฉันที่บ้าน เธอจะฝากผักผลไม้มาให้

ผลผลิตจากเธอเป็นของดี เธอมีฝีมือ ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ รวมทั้งมีการวางแผนงานล่วงหน้าละเอียดลออ เธอทำอาหารอร่อยมาก เธอทำความสะอาดบ้านได้เอี่ยมอ่อง เธอซักรีดเสื้อผ้าได้สะอาดเรียบร้อย ปลาทำทุกงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดหวังผลดีเลิศ

คุณสมบัตินี้ถ่ายทอดมาถึงฟา ในยุคสมัยที่เด็กหนุ่มเล่นเกมเก่ง มีแฟนเก่ง ใช้เงินเก่ง สมาธิสั้นเก่ง ฟากลับมีทักษะทางช่างหลายด้าน เขาเป็นสารพัดช่างของบ้านเรา รวมทั้งงานสวนในส่วนที่หนักมือเกินแรงฉัน

เราทำงานด้วยกันราวสองเดือน ฉันรู้ว่าเขาสามารถจดจ่อกับการงาน รับผิดชอบ และมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติที่ฟามีหาได้ยากในคนวัยเดียวกับเขา เป็นของล้ำค่าสำหรับฉัน แต่ก็นั่นล่ะ ฉันจำต้องยอมรับความจริง เขาได้ความสามารถและคุณสมบัติเหล่านี้จากชีวิตที่ขัดสนและเต็มไปด้วยข้อจำกัด ทั้งเขาเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีคุณค่าหรือมูลค่าเท่าใด

เหมือนกล้วยหวีงามนี้ เหมือนข้าวจากนาของเขา มันทรงคุณค่า มีมูลค่า เพียงแต่อยู่ในมือของคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม

ฉันจะทำกล้วยบวชชีให้ฟากิน และตักใส่ถุงไปฝากปลา

 

ยืมมอเตอร์ไซค์ฟาไปตลาด ไม่ลืมถามเขา-ขี้เลื่อยกับไม้ที่ฉันซื้อมาให้พอสำหรับการซ่อมพื้นระเบียงมั้ย

เขาบอกว่าน่าจะพอ ซึ่งอาจหมายถึงไม่พอเมื่อลงมือทำไปครึ่งทาง ไม่เป็นไร ที่ฉันต้องการตอนนี้คือกะทิอย่างดี

มีกล้วยงามก็ต้องมีกะทิดีเทียมกัน ฉันไม่ใช้กะทิกระป๋อง กะทิคั้นเท่านั้น จะคั้นเองหรือคั้นเครื่องจากตลาดก็อร่อยเหมือนกัน

ปลาไม่ควรกินหวาน ส่วนฉัน ชอบกล้วยบวชชีไม่หวาน ฉันชอบกะทิ และชอบกล้วย แต่น้อยครั้งที่ฉันจะสั่งกล้วยบวชชี นั่นก็เพราะมันหวานเกินไป หรือบางทีก็ร้อนด้วย

ฉันชอบกินกล้วยบวชชีแช่ตู้เย็น ไม่ใส่น้ำตาล มีแต่กล้วย กะทิ และเกลือ รสหวานนิดหน่อย มาจากกะทิกับกล้วยซึ่งฉันเลือกใช้กล้วยเกือบสุก

กล้วยบวชชีที่ไม่มีใครทำขาย และอาจไม่มีใครกินกับฉัน นอกจากปลากับฟา

มันง่ายมากเพราะไม่ต้องกลัวฝาด คำว่าฝาดจะไม่เกิดขึ้นกับกล้วยบวชชีไร้น้ำตาล

ยายย้ำเสมอ น้ำตาลมีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ใช่แค่หวาน แต่มันรัดตรึงวัตถุดิบอื่น น้ำตาลทำให้หมูสามชั้นเด้งสวยในหมูหวาน และแน่นอน น้ำตาลในกล้วยบวชชี หากใส่ผิดเวลาจะทำให้กล้วยฝาด ต้องใส่น้ำตาลหลังกล้วยสุกเท่านั้น

บางคนจึงนึ่งกล้วยให้สุกก่อนนำไปบวชชี เพื่อปกป้องกล้วยจากการรัดของน้ำตาล

 

แต่ฉันไม่ต้องคิดมาก ตัดกล้วยลงหม้อที่มีกะทิรออยู่ได้เลย กล้วยหนึ่งลูก หั่นครึ่งตามยาว ก่อนจะตัดขวางสองครั้ง หนึ่งลูกได้กล้วย 6 ชิ้นเต็มคำ ใช้หัวกะทิทั้งหมด โดยเติมหางกะทิเล็กน้อย

จากนั้นก็ตั้งไฟ ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ให้กะทิค่อยๆ เดือด เติมเกลือนิดหน่อย ดึงรสให้เข้มขึ้น รอกะทิเดือดสักครู่ ค่อยตักกล้วยชิม หากมันสุก ฉันก็ปิดเตา และหากอยากเติมน้ำตาล ก็เติมตอนนี้ (รับประกันความไม่ฝาดโดยหลานยายอยู่)

ปิดเตาแล้ว ฉันตักใส่ถ้วยแกงใบเล็กให้ฟา โดยหยิบกระปุกน้ำตาลไปด้วย

“กินกล้วยบวชชีก่อน เดี๋ยวค่อยทำงานต่อ พี่ตักใส่ถุงให้แม่ฟาด้วย”

เขายิ้ม ละมือจากไม้หน้าสามและเลื่อย เดินมาที่โต๊ะวางขนม ถ้วยลายหวานไม่ได้ทำให้เกิดคำถาม โถน้ำตาลต่างหาก เขาหยิบมันขึ้นมาดู

“พี่ไม่ใส่น้ำตาลในกล้วยบวชชี ถ้าฟาชอบหวาน ก็กินแบบโรยน้ำตาลได้ ได้เคี้ยวน้ำตาลด้วย อร่อยดีนะ”

ถ้าพูดแบบนี้กับคนอื่น อาจได้ยินเสียงหัวเราะเยาะดังลั่น

แต่กับฟา-ลูกชายคนเดียวของปลา เขาบอกฉัน “ขอบคุณครับ ไม่ใส่น้ำตาลก็อร่อยดีครับ”

บทความก่อนหน้านี้มท.ออกระเบียบให้ท้องถิ่นช่วยเหลือได้มากขึ้น
บทความถัดไปบทวิเคราะห์ : 4 รมต.พปชร. “ลาออก” ลุยเลือกตั้งเต็มตัว หาม “บิ๊กตู่” สู้กระแส ไม่เอาพรรคทหาร