อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : แค่หลับตา

อุรุดา โควินท์

เผลอใจไปไม่นาน หลานชายก็เป็นหนุ่ม เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง

อะไรกันนี่ อย่างกับว่า แค่ฉันหลับตา แล้วลืมตาขึ้น หลานชายตัวน้อยก็กลายเป็นผู้ใหญ่

เขากำลังเดินวนในครัว ครัวซึ่งเดิมเป็นครัวร้านอาหารของแม่เขา ครัวซึ่งเมื่อฉันย้ายมาอยู่ ทั้งรก ทั้งสกปรก ทั้งเหม็น ครัวซึ่งตอนนี้เกลี้ยงเกลาด้วยฝีมือฉัน ครัวที่แทบจะว่างเปล่า มีแค่อุปกรณ์ทำครัวที่จำเป็น

“หาอะไรกันคะ ไหนบอกสิ จะทำอะไรกิน” ฉันถามหลานชายกับคนรักของเขา

อืม…อีกไม่นาน ฉันจะเป็นยายแล้วหรือ… บ้าจริง

“ไผ่จะย่างหมูครับ หาเตาถ่าน”

ฉันชี้เตาถ่าน หยิบเขียงและมีดให้

น้องสาวของฉันย้ายครอบครัวไปเชียงใหม่ เราจึงมาอยู่บ้านน้องสาว ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาว ไผ่จะกลับเชียงราย ไม่แปลกเลย ที่เขาอยากใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับเพื่อนชั้นมัธยม

เขาคงอยากจัดปาร์ตี้เล็กๆ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร คิดแล้วทั้งขำ ทั้งสงสารหลาน เขายังรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน กลับมาด้วยความเคยชิน แต่บ้านของเขาถูกเปลี่ยนแปลงโดยป้า

เรามาแย่งบ้านหลานอยู่ ฉันอดคิดไม่ได้ แล้วความรู้สึกผิดก็ระบายทั่วบ้าน แม้อย่างบางเบา

แต่ฉันคิด-ควรทำอะไรมากกว่านี้

 

จริงอยู่ เราย้ายมาตามความต้องการของน้องสาว เพราะไม่ใช่แค่ที่ดินที่ต้องมีคนดูแล แต่หมายรวมเอาแม่ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังติดกันด้วย

หลานโตพอที่จะเข้าใจเหตุผล หลานจึงกลับบ้านด้วยความเกรงอกเกรงใจ

ลำพังหลานคนเดียว จะนอนที่ไหนก็ได้ บ้านยายก็มี บ้านป้าก็ได้ แต่หลานโตเป็นหนุ่ม มีคนรัก มีเพื่อน เขาต้องการความเป็นส่วนตัว ฉันจึงจัดห้องพักของลูกค้าให้เขาตั้งแต่เมื่อวาน โดยไม่รู้ว่าเขาจะชวนเพื่อนๆ มาปาร์ตี้

ฉันรีบหยิบผ้าปูโต๊ะ เทียนหอม แจกันดอกไม้ ทั้งหมดใส่ลงตะกร้า ตรงไปหาพวกเขาที่ห้องพัก

“จะปิ้งย่างกันตรงไหน ที่ลานหน้าบุ๊กคลับดีมั้ย”

“ตรงนี้ดีกว่าครับ” ไผ่ชี้ลานทรายข้างห้องพัก

นับเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคนไม่มากนัก ฉันเพิ่งถมทราย ทรายใหม่สะอาดสะอ้าน น่าเอาเก้าอี้เอาโต๊ะมาตั้ง

เราช่วยกันจัดสถานที่ ฉันกวาดตาดูปาร์ตี้เล็กๆ ที่อบอุ่น ผ้าปูโต๊ะลายจุด ดอกไม้ เทียนหอม เก้าอี้ไม้ เตาพร้อม ถ่านพร้อม

รอก็แต่เพื่อนของไผ่

 

“ย่างหมูอย่างเดียวเหรอ” ฉันชะโงกดูหมูในกะละมังใบเล็ก มันเยอะมาก วัยรุ่นกินหมูกันขนาดนี้เลย ฉันหัวเราะ หันไปถามหลาน “น้ำจิ้มล่ะ”

“ไผ่ซื้อแบบเป็นขวดมาครับ”

เดินกลับบ้าน ดูว่าจะทำอะไรให้พวกเขาได้บ้าง เรามีหมูบด มีขนมปัง แล้วก็มีต้นหอมผักชี

ทำขนมปังหน้าหมูได้ พวกเขาต้องชอบอยู่แล้ว เป็นของทอด มีหมู และมีแป้ง

ตำรากผักชีกระเทียมพริกไทยก่อนเลย ใส่เกลือป่นลงไปนิดหน่อย ไม่มาก เพราะตอนหมักหมูฉันจะปรุงซีอิ๊วขาวเพิ่ม

คลุกเคล้าจนเข้ากันดีกับหมู ชิมรสให้เค็มนิดหน่อย

เพื่อสุขอนามัย ฉันแบ่งหมูชิ้นเล็กมาจี่ในกระทะก่อนชิม จะได้ทั้งรสและกลิ่นที่แท้จริง หาเค็มไม่พอก็เติมเกลือหรือซีอิ๊ว ถ้าอยากได้กลิ่นเครื่องเทศเพิ่ม ค่อยตำสามเกลอมาเติม

ขนมปังหน้าหมูขาดอาจาดไม่ได้ ฉันมีแตงกวาติดตู้เย็นเสมอ เพราะเป็นผักที่กินง่าย กินกับสิ่งใดก็อร่อย แถมกินแล้วชื่นใจ บางวันไม่มีอะไร ฉันก็เอาแตงกวามาผัดไข่ ผ่านหนึ่งมื้อไปอย่างง่ายดาย

สำหรับอาจาด ฉันหั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็ก ซอยหอมแดง และพริกชี้ฟ้านิดหน่อย ทั้งหมดแช่ไว้ในตู้เย็น

ตวงน้ำตาลหนึ่งส่วน น้ำส้มสายชูหนึ่งส่วน ใส่ลงหม้อใบเล็ก เติมเกลือเล็กน้อย ตั้งไฟอ่อนให้น้ำตาลละลาย พอเดือดปุดๆ ก็ปิดไฟ

รอน้ำอาจาดเย็น รอทอดขนมปังหน้าหมู ค่อยรวมร่างผักกับน้ำอาจาดในชามใบใหญ่

เคล็ดลับขนมปังหน้าหมูของฉันมีสองข้อ หนึ่ง-หมูเยอะมาก สอง-ไม่อมน้ำมัน

ปัจจัยที่จะทำให้ขนมปังไม่ดูดน้ำมันก็คือขนมปังต้องไม่นิ่ม หากมีแดด ฉันจะจับขนมปังตากแดดสักพัก แต่หากไม่มี ฉันใช้ทางลัด คือใส่ขนมปังลงเครื่องปิ้ง

เอาขนมปังที่เกือบกรอบนั้นมาแปะหน้าหมู แปะให้ทั่วทั้งแผ่น ความหนาเท่าที่ต้องการ ฉันทำทีละแผ่นอย่างบรรจง ท่อง…จงอร่อย จงอร่อย (ในใจ)

ได้ขนมปังหน้าหมูพร้อมปิ้งทั้งหมด 10 แผ่น คงพอสำหรับเรียกน้ำย่อย

ตอนนี้ก็แค่รอ…ของทอดต้องกินตอนร้อน คนทำของทอดต้องรู้จักรอ คนกินก็ด้วย

 

เพื่อนของหลานมาแล้ว ฉันตอกไข่ลงถ้วย ตีให้เข้ากัน ก่อนเทไข่ลงจานที่มีขอบ ฉันชอบชุบไข่ในจาน เพราะไม่ต้องการไข่มาก และชุบแค่ด้านเดียว คือด้านที่มีหมู ใช้ไข่เชื่อมให้หมูอยู่กับขนมปัง ถ้าไข่มากไป โอกาสที่จะอมน้ำมันก็สูง ไข่ยิ่งน้อย ขนมปังหน้าหมูจะยิ่งน่ากิน

ทอดในกระทะแบน น้ำมันไม่ท่วมขนมปัง รอน้ำมันร้อน ฉันเบาไฟกลาง จับขนมปังชุบไข่ ส่งลงกระทะโดยคว่ำด้านที่มีหมูลง ทอดให้หมูสุก ก็พลิกอีกด้าน นับหนึ่งถึงสิบ แล้วพลิกด้านหน้าลงอีกครั้ง เร่งไฟแรง นับหนึ่งถึงสิบ (รอบสอง) ตักขนมปังขึ้นจากเตา

ทอดตามขั้นตอนทีละแผ่นจนครบ แล้วค่อยตัดเป็นชิ้นเล็ก เสิร์ฟในจานใบสวย ยกไปให้หลานพร้อมกับอาจาด

เห็นตาวาวๆ และยิ้มกว้างของพวกเขาตอนกินขนมปังหน้าหมู ฉันก็ชื่นใจ

ความรู้สึกผิดหายวับ ตระหนักรู้เข้ามาแทนที่

ใช่…ฉันเป็นป้าแล้วล่ะ เป็นป้าของหนุ่มสาวพวกนี้

ก็แค่เผลอหลับตา

บทความก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ : “คิม-ทรัมป์” ซัมมิตหน 2 จุดเปลี่ยนหรือโอกาสสุดท้าย
บทความถัดไปจรัญ พงษ์จีน : ได้เลือกตั้งแล้ว! ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา