อ่านตำนาน “ดอกชะมั่ง” ที่เขาปลูกไว้ป้องกัน “คนมีอาคม”

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “ดอกจ๊ะมั่ง”

ดอกจ๊ะมั่ง หรือ ดอกชะมั่ง คือดอกเล็บมือนาง

ดอกเล็บมือนางมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Combretum indicum (L.) Defilipps

คนล้านนาจำนวนหนึ่งไม่นิยมปลูกดอกชะมั่งไว้ในบริเวณบ้าน โดยถือว่าเป็นไม้อัปมงคลเช่นเดียวกับคนไทยโบราณทั่วไป

ต่อเรื่องนี้คนล้านนามีตำนานเรื่องพระนางจามเทวีกับขุนหลวงวิรังคะเล่าสืบต่อกันมาว่า

ขุนหลวงวิรังคะปกครองชนเผ่าลัวะอยู่เชิงดอยสุเทพ ได้ข่าวกิตติศัพท์ความงามของพระนางจามเทวีที่มาครองเมืองหริภุญชัย ก็อยากได้นางเป็นมเหสี จึงส่งทูตไปขอนางอภิเษกหลายครั้ง

ครั้นนางจะปฏิเสธด้วยเห็นว่าขุนหลวงวิรังคะเป็น “คนป่า” ไม่มีความศิวิไลซ์ แต่ก็ยังเกรงกองกำลังของลัวะ แถมขุนหลวงวิรังคะยังขึ้นชื่อในเรื่องอิทธิฤทธิ์ด้วยมีคาถาอาคมแกร่งกล้า นางจึงออกอุบายให้ขุนหลวงวิรังคะพุ่งเสน่าหรืออาวุธคล้ายหอกจากดอยสุเทพให้ไปตกยังกลางเมืองหริภุญชัย ถ้าทำได้นางจึงจะยอมอภิเษกด้วย

เมื่อฝ่ายชายรับคำท้า ทีนี้นางก็เพียรทอนทำลายอาคมของขุนหลวงวิรังคะเพื่อไม่ให้ทำการสำเร็จ

นางคงทำหลายวิธี ที่เล่าๆ กันมามีตั้งแต่ เจียนหมากพลูให้โดยเอาหางพลูป้ายของลับของนาง เอาตีนซิ่นมาเย็บเป็นหมวกให้สวม และที่เกี่ยวข้องกับดอกชะมั่งคือ นางเอาดอกชะมั่งไปสัมผัสกับประจำเดือนส่งไปให้ขุนหลวงวิรังคะทัดหู บางกระแสก็ว่านางเอาดอกชะมั่งที่เปื้อนเลือดเสียบแซมประดับไปกับหมวก

ผลก็คือ อาคมของขุนหลวงวิรังคะถูกทำลาย หรือถูก “ข่ม” จนไร้ฤทธิ์เดช ไม่สามารถพุ่งเสน่าไปตกถึงเมืองหริภุญชัยได้ เสน่าที่พุ่งออกไปตกแค่เชิงดอยสุเทพเท่านั้น

ตั้งแต่นั้นมาดอกชะมั่งป่าที่เคยมีกลีบสีขาวล้วน ก็กลายเป็นมีสีชมพูและสีแดงปน เหมือนกับถูกเอาไปคลุกเคล้ากับสีแดงของประจำเดือน

ดังนั้น จึงมีคนล้านนาไม่น้อยนิยมปลูกดอกชะมั่งเป็นซุ้มไว้ที่หน้าบ้าน เอาไว้ “ข่ม” หรือทำลายศัตรูที่อาจจะมีอาคมแก่กล้า หากคนผู้นั้นได้ลอดซุ้มไม้ชะมั่งเข้ามาถึงในบ้าน อาคมจะอ่อนพลังลงและไม่อาจทำร้ายคนในบ้านได้

การปลูกดอกชะมั่งหน้าบ้านจึงถือเป็นการป้องกันศัตรูของคนล้านนาวิธีหนึ่ง

“กาพย์เจี้ยจามเทวี และวิรังคะ” ของอาจารย์ไกรศรี นิมมานเหมินท์ เขียนเอาไว้บทหนึ่งว่า

อันว่า ดอกชะมั่ง ก่อนเกรอะกรัง สีมั่นคง

ขาวสะอาด งามดำรง อะคร้าวเคื้อ ก่องประไพ

ถูกย้อม ให้เปื้อนเปรอะ แดงเลอะเทอะ เปลี่ยนสีใหม่

แต่นั้น ชะมั่งไพร เปลี่ยนสีขาว สลับแดง

บทความก่อนหน้านี้“ประยุทธ์” ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ยิ้มอ่อนพร้อมพูดสั้นๆ “ไปดูข้อกฎหมาย”
บทความถัดไป“อนาคตใหม่” เสนอยุตินำเข้าเทคโนโลยี ตปท. ชู สร้าง “อุตสาหกรรม-รถไฟ-เกษตรแปรรูป” ฝีมือคนไทย