“ชูวิทย์” มองหลังเลือกตั้ง “ประยุทธ์” กลับมาแน่ “รัฐบาลอยู่ไม่นาน” “งูเห่า” โผล่แน่! แม้แต่ในเพื่อไทยเอง

“ผมทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกฯ โดยจะได้พรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่ด้วย ได้พรรคภูมิใจไทยไป พรรคชาติไทย และพรรคอื่นๆ ไปอยู่ โดยที่มีฝั่งพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่รัฐบาลหน้าจะไม่สามารถอยู่ได้นาน เพราะว่าในระบบสภาจะไม่ใช่ระบบที่ พล.อ.ประยุทธ์สั่งได้หมดอีกต่อไปแล้ว มันก็จะมีคนที่เล่นการเมืองเป็น คุณต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองกันเก่งจริงๆ ไม่งั้นไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ที่ให้เกิดภาพกรรมการลงมาเล่นเอง แต่คุณดันมาเรียกร้องว่าให้กรรมการวางตัวเป็นกลาง คุณบ้าหรือเปล่า?” นี่คือความเห็นชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่มองการเมืองไทยปี 2562 ช่วงเลือกตั้ง

ชูวิทย์มองว่า “รัฐธรรมนูญนี้เปิดช่องให้มี “งูเห่า” มันเป็นเหตุผลที่สอดคล้องกับสิ่งที่สมศักดิ์ เทพสุทิน พูดเอาไว้ว่า “รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ผมขอถามสั้นๆ ว่า มีใครอยากจะเป็นฝ่ายค้าน? ฉะนั้น ปรากฏการณ์โหวตสวนกับมติพรรคมีแน่ มันจะมีพวกที่ไม่สนใจอุดมการณ์ เพียงขออย่างเดียวคือขอให้ได้เข้าสภา ขอให้ได้เป็นรัฐบาล ได้มีอำนาจ อย่าหวังเรื่องการปฏิรูปไม่มี”

“จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมพูดได้คำเดียวว่า “ห้องน้ำสภาจะแน่น” คนจะเข้าไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเสียงโหวตกัน หรือจะมีสถานการณ์ในทำนองว่า ถ้าไม่เห็นด้วยกับพรรคต้นสังกัดก็สามารถย้ายไปพรรคอื่นได้เลย มีช่องที่เปิดเอาไว้ ต่างจากที่ผ่านมา หากว่าออกจากพรรคไปแล้วเท่ากับพ้นสมาชิกสภาพ ส.ส.”

ชูวิทย์บอกว่า “ไฮไลต์สำคัญจึงจะอยู่ที่หลังจากเลือกตั้งไปแล้ว จะมีการบีบ มีการต่อรองตำแหน่ง ซึ่งมันมีอยู่มากมาย ไม่ได้จำกัดแค่เพียงรัฐมนตรีอย่างเดียว ยังมีตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ตำแหน่งเลขาฯ ตำแหน่งทางการเมืองสำคัญๆ หรือแม้แต่ประธานกรรมาธิการเขาก็เอานะ ขอแค่เป็นอะไรก็ได้ ไม่ให้เป็นฝ่ายค้าน”

“ผลคะแนนเลือกตั้งออกมาแล้วทุกอย่างจะชัด ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยต่อให้ได้ ส.ส.เยอะ แต่ในที่สุดก็จะหลุด เพราะจะมีคนเป็นงูเห่า แบ่งก๊วนกลุ่มก้อนแพ็กกลุ่มต่อรอง เพื่อให้มีอำนาจทางการเมือง”

“นี่ยังไม่พูดถึงผลประโยชน์อื่นๆ เกี่ยวกับด้านงบประมาณที่จะลงไปในพื้นที่อีก”

มองพรรคพลังประชารัฐ

ชูวิทย์เห็นว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่ได้คะแนนเยอะ แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นนายกฯ ปัจจัยจะมีดังนี้ 1.งูเห่า 2.รัฐธรรมนูญ 3.กองทัพ (ที่ พล.อ.ประยุทธ์สามารถควบคุมได้) แต่เป็นได้ไม่นาน

ส่วนคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การชิงความได้เปรียบผ่านโครงการและอำนาจรัฐ สมัยประชาธิปัตย์เองที่ตอนปลายรัฐบาลก็ทำ เพราะอยากกลับมา ทุกพรรค แม้แต่เพื่อไทยก็ทำ มันเป็นเรื่องปกติ จะไปว่าใครก็พูดได้ไม่เต็มปาก การที่พรรคพลังประชารัฐใช้อำนาจรัฐ เพื่อจะทำให้ตัวเองได้กลับมาใหม่ ผมเลยถามกลับว่ามีรัฐบาลไหนในอดีตที่ไม่ทำ ทุกคนต้องอาศัยความได้เปรียบของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม เพียงแต่ถ้าเป็นทหารทำแบบทื่อๆ หน่อย

เมื่อเทียบพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคสามัคคีธรรมในอดีต ซึ่งเป็นพรรคของทหาร ณ วันนี้เราจะเห็นแล้วว่าทหาร Apply แล้ว เปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้ว โดยเอาสิ่งที่ผิดพลาดในอดีตมาปรับใหม่

เราดูตัวอย่างจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จากนายทหารบก วันหนึ่งมาเป็นนักการเมือง เป็นหัวหน้าพรรค ก็เห็นอยู่ว่าราศีหมด เพราะว่าเมื่อคุณเข้าไปอยู่ในสภา คุณไม่สามารถสั่งใครได้อีกแล้ว เงื่อนไขมันเปลี่ยนไป นักการเมืองเอาผลประโยชน์ใครผลประโยชน์มันเป็นที่ตั้ง ใครจะเป็นพลเอกยังไงไม่สน เพราะสภาพและบริบทต่างกัน

มองอนาคตใหม่

“ผมเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่จะได้น้อยเพราะว่าคุณเล่นกับกระแสของคนในเมืองหลวงเป็นหลัก และคนกรุงเทพฯ เป็นคนที่กลับได้ตลอด การสื่อสารต้องเก่ง ต้องเล่นกับกระแสให้เป็น”

“ผมมักจะเปรียบเทียบให้คนฟังว่า เหมือนกับการวิ่งแข่ง คุณจะเห็นได้ว่าตอนสตาร์ตออกตัวดี ตอนกลางเริ่มแผ่ว ของจริงเขาดูกันช่วงอาทิตย์หนึ่งก่อนเลือกตั้งเข้าคูหา ตัวอย่างที่ชัดคือการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทุกคนก็เห็นว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ น่าจะได้แน่นอน แต่เพียงแค่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก็มีวาทกรรมจากพรรคประชาธิปัตย์ กระแสก็ตีกลับทันที อาทิตย์สุดท้ายจะฟันธงได้ทุกอย่าง”

“ฉะนั้น การรักษาสถานะเหมือนกับการเล่นโต้คลื่น คุณจะต้องอยู่ให้ได้ หากเป็นพรรคใหม่แต่ถ้าไม่เจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ระมัดระวังก็จะเกิดปัญหา”

พรรค รปช. (สุเทพ เทือกสุบรรณ)

ชูวิทย์มองว่า “ไม่ได้เป็นพรรคที่หวังผลทางการเลือก แต่ตั้งขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง การจัดตั้งพรรคของคุณสุเทพไม่ได้หวังเรื่องของคะแนนเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นพรรคหน้าม้า ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจด้วยเหตุผลเพื่อวันหนึ่งถูกใช้ขึ้นเมื่อเวลามีเหตุผิดพลาด ทำให้จากการเป็นตัวสำรองกลายเป็นตัวจริงได้ในวันหนึ่ง บทบาทตอนนี้จึงเป็นเพียงพรรคหน้าม้าที่เชียร์รัฐบาล หวังว่าการเชียร์ของเขาจะเป็นผลประโยชน์ทางอ้อม”

“การให้ชาวบ้านมาบริจาค 50 บาท 100 บาท ไม่มีหรอก การจะได้เงินหลายสิบล้านมาทำพรรค ล้วนมาจาก “บริษัทกับแกล้ม” ทั้งนั้น พวกพ่อค้าต้องอยู่ทุกยุคทุกสมัย ไม่มีหรอกชาวบ้านเอาเงินมาให้”

มองประชาธิปัตย์

“ประชาธิปัตย์จะได้ต่ำ” ชูวิทย์กล่าวย้ำ เหตุผลเพราะว่า มาจากคุณสุเทพเป็นหลัก ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของคุณสุเทพเมื่อ 5 ปีที่แล้วมีผลกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน บางคนต้องหลบๆ ซ่อนๆ กึ่งๆ ออกหน้าสนับสนุนสุเทพ ทำให้อภิสิทธิ์และพรรคได้ผลพลอยเสียไปด้วย ผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจริงๆ จังๆ คุณอภิสิทธิ์ทุกวันนี้เหมือน “พระเอกที่เรตติ้งตกแล้ว” อาจเป็นเพราะว่าคนไปติดภาพว่ามีความไม่ชัดเจน แม้ว่าหลังๆ จะวิจารณ์ทหารอยู่บ้างก็ตาม

พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับว่าในด้านการเมืองเขาเก่ง แต่ด้านบริหารประเทศยังไม่ได้ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็การเมืองไม่ได้เช่นกัน รวมถึงเปิดช่องเอง ทำให้สุเทพและประชาธิปัตย์สมคบคิดกันตอนนั้น

เพราะตัวเองแท้ๆ

ชูวิทย์ย้ำว่า สรุปแล้วเราจะได้การเมืองเหมือนเก่า ไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย นักการเมืองหน้าเก่าย้ายพรรคใหม่ 2 ก๊ก 1 กั๊กมันมีอยู่แล้ว คนที่กั๊ก ผมเชื่อว่าแฝงอยู่ในเพื่อไทยมีจำนวนมากด้วย

ไม่ต้องห่วงเรื่องของการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ผ่านมา 5 ปีแล้วรัฐบาลทหารและกองทัพค่อนข้างที่จะเข้าใจกลยุทธ์ทางการเมืองดี รวมถึงกุมหัวใจควบคุมหลายๆ เครื่องมือทางการเมืองไว้หมดแล้ว กลุ่มก้อนต่างๆ ทหารมีข้อมูลหมดหากเคลื่อนไหว และสามารถหยุดยั้งได้

ฉะนั้น ภาพของการประท้วงไม่ยอมรับผล หรือก่อความวุ่นวาย ชัตดาวน์อะไรทำนองนั้นไม่มีให้แล้ว แต่ย้ำอีกทีว่า สิ่งที่มีแน่นอนคือ “งูเห่า” หลังการเลือกตั้งล้านเปอร์เซ็นต์!!

ส่วนช่องโอกาสที่ทำให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ คงมีแต่น้อยมาก ยากที่จะได้แลนด์สไลด์ แม้ว่าคุณจะแตกพรรคออกมาเก็บเศษ แยกกันเดินร่วมกันตี แต่สุดท้ายคุณต้องไปอาศัย “พวกพรรคที่อะไรก็ได้” แต่ถามจริงๆ เถอะว่า พรรคพวกนี้ถ้ามี 2 ชอยส์ให้เลือก ระหว่างทักษิณหรือประยุทธ์ จะเลือกใคร ผมก็เชื่อว่าเขาก็ต้องเลือกประยุทธ์ ที่สามารถกุมกำลังหลักได้ ถ้าอยู่กับเพื่อไทย มีโอกาสอยู่ได้ไม่นาน คนเหล่านี้หวังว่าที่ลงทุนไปแล้วจะเอาคืนมาให้มากที่สุด เขาไม่ได้มองเรื่องอุดมการณ์ ยิ่งถ้ามีตำแหน่งมาล่อก็ต้องเอาอยู่แล้ว ขอให้เป็นรัฐบาลไว้ก่อน ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน

“พล.อ.ประยุทธ์เองก็รู้ตัวว่าละครครั้งต่อไปมันเล่นกันคนละโรงแล้ว ก็จะมีพวกที่จะทำให้คุณประยุทธ์เกิดความปวดหัวมากขึ้น มียื่นกระทู้ถาม จากที่เห็นอารมณ์เสียบ่อยมากอยู่แล้ว ครั้งหน้ายิ่งคุมอารมณ์ไม่อยู่ ต่อให้คุณมีงูเห่าสนับสนุนก็ตาม แต่คงจะมีอำนาจ “อยู่ไม่นาน” เท่าไหร่”

“การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการโหวตตัดสินผลงาน 5 ปีของรัฐบาล คสช.ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ที่คนอัดอั้นมา 5 ปีเขามีความรู้สึกอะไรอยู่ ย้ำอีกทีว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ได้หวังคะแนนที่จะได้มาก หวังปลาซิวปลาสร้อยมาบวกกับ ส.ว. แล้วงูเห่าที่ตั้งก๊วนขึ้นมาจับแพ็กคู่เอาโควต้าตำแหน่งเราจะเห็นภาพเหล่านี้”

“รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีช่องทางทำให้เกิดเรื่องราวทางการเมืองขึ้นมาอีกมากมายจากนี้”

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มเมืองจันท์ : นิทานเรื่อง “ยืม”
บทความถัดไปเรื่องสั้น : ยามะ- อะคาเดีย (ตอนจบ)