“โง่แล้วขยัน ให้รีบเอาไปฆ่าทิ้ง” (แต่ปลอดภัยในยุค คสช. ของนายกฯ ตู่)

มนัส สัตยารักษ์

คําพูดประโยค “โง่แล้วขยัน…” นี้ ได้ยินบ่อยหรืออ่านพบเป็นประจำตั้งแต่เด็กจนแก่

มาถึงวันนี้นึกไม่ออกแล้วว่าจำมาจากไหน จากอะไร หนังหรือหนังสือ เรื่องจริงหรือนิยาย หรือนิทาน หรือเป็นส่วนหนึ่งของตำราสอนทหารและนักปกครอง

หรือแค่ประโยคเสียดสี ถากถาง หรือกระแหนะกระแหน (satire) ด้วยอารมณ์ตลกร้าย

ใจความสำคัญคล้ายกันคือ แบ่งคนออกเป็นสี่แบบ ฉลาดแต่ขี้เกียจ ฉลาดและขยัน โง่และขี้เกียจ กับ โง่แล้วขยัน แบบหลังสุดนี่นับเป็นอันตรายมากที่สุด ต้องรีบเอาไปฆ่าทิ้ง

บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของขงจื๊อ ปราชญ์จีนโบราณเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เป็นปรัชญาสอนผู้นำหรือนักบริหารให้รู้จักใช้คนให้ถูกทาง มีความเป็นไปได้ว่าคำพูดนี้มาจากเรื่องจริงเพราะขงจื๊อมีปรัชญาหรือคำสอนปรากฏเป็นหลักฐานมากมาย

บ้างก็อ้างว่ามาจากคำพูดของจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต แห่งฝรั่งเศส ในการพิจารณาจัดวางตัวแม่ทัพนายกอง และพลทหารในสงคราม บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมนี ซึ่งหงุดหงิดเอากับนาซีจอมขยันบางคน เรื่องนี้จึงมีท่าทีจะเป็นของจริงจากประวัติศาสตร์ของสองประเทศ

แต่เรื่องทำนองเดียวกันจะมาพ้องถึง 2 ประเทศก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ น้ำหนักจึงโน้มเอียงไปทางประเทศจีนมากกว่า รวมทั้งคำสอนของขงจื๊อก็เป็นปรัชญาสากล ทั่วโลกยอมรับนับถือ

ถ้าคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงจากจีน ก็ทำให้นึกถึงนิยายกึ่งประวัติศาสตร์เรื่อง 3 ก๊ก มีใครก็ไม่ทราบยัดประโยคสำคัญ “โง่แล้วขยัน” ใส่ปากโจโฉได้อย่างเหมาะเจาะ เพราะโจโฉนั้น “ฆ่าทิ้ง” ใครต่อใครได้ง่ายๆ จนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

ผมหยิบเรื่องนี้มาเขียน เพราะมีเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาในวงสนทนา… “โง่แล้วขยัน อยู่ที่ไหนก็ตาย ไม่มีใครเอาไว้หรอก อยู่เมืองจีนก็ถูกตัดคอในจีน อยู่ฝรั่งเศสก็ถูกแม่ทัพฝรั่งเศสฆ่าทิ้ง อยู่เยอรมนีก็ตายด้วยมือผู้นำนาซีเยอรมัน”

“โง่แล้วขยัน อยู่เมืองไทยยุค คสช. มีลุงตู่เป็นนายกฯ ปลอดภัยที่สุด” เพื่อนสรุป

ผมเอาคลิปภาพทนายวันชัย สอนศิริ ปราศรัยในงานชุมนุมศิษย์เก่าเด็กวัดไตรมิตร เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 มาดูซ้ำอีกที เพราะมั่นใจว่านายวันชัยเป็นคนประเภท “ฉลาดและขยัน” เข้าลักษณะที่ คสช.ชมชอบ จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สปช. และ สปท. (สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) ต่อเนื่องกันมาแล้ว

ขณะปราศรัยดูเหมือนเป็นโฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง

ทุกตำแหน่งล้วนมีเงินเดือนประจำ แจกจ่ายไปถึงผู้ช่วยและเลขานุการอีกต่างหาก จนถูกมองว่าเป็นตำแหน่งตอบแทนบุญคุณที่เชียร์ คสช.

คำปราศรัยของทนายวันชัยครั้งนี้มีลักษณะโอ้อวดว่า เป็นคนเขียนถึงสิทธิ์ของ ส.ว.ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกติจะไม่มีน้ำหนักเท่าไร ไม่มีสิทธิ์ไปโหวตนายกรัฐมนตรี แต่เขาเป็นคนเสนอให้ ส.ว. 250 คนที่ คสช.แต่งตั้ง มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์มีเสียงสนับสนุนอยู่ในมือแล้วถึง 250 เสียง (โดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง)

ในขณะที่ผู้ฟังยังงงๆ อยู่ก็ตบท้ายว่า “ขอเสียงปรบมือให้ผมหน่อย!”

ในความหมายถึงการฝากเตือน “ทวงบุญคุณ” ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.โดยเปิดเผย ไม่มิดเม้มหรือซ่อนเร้นความต้องการ!

ผมตีความว่า นี่คือความฉลาดและขยัน เพื่อรอรับ “การตอบแทนบุญคุณ” ดังที่เคยทำสำเร็จมาแล้วหลังรัฐประหารใหม่ๆ

แต่เพื่อนของผมกลับตีความว่านี่คือ “โง่แต่ขยัน” เพราะการใช้เล่ห์กลทางกฎหมายในการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดนั้น เท่ากับยืนยันถึงพฤติกรรมที่ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ไม่มีความเป็นนักสู้ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง

ถือเป็นความเลวร้าย น่าอัปยศขั้นสูงสุด ถึงขนาดที่ ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดแรก (พฤศจิกายน 2557-กันยายน 2558) ประกาศเปิดไต๋เสียงดังสนั่นสื่อว่า

“เขาอยากอยู่ยาว!!”

แล้ว คสช.ก็แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดใหม่ขึ้นมาแทน จนกระทั่งค้นพบหนทางแห่งความเลวร้าย ให้ ส.ว. 250 คนมีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีดังที่ทนายวันชัยคุยอวด โดยทนายวันชัยละเว้นไม่พูดว่า ส.ว.ก็จะ “ไม่มีสิทธิ์” อะไรหลังจากนั้น

ผมรีไวด์คลิป “เด็กวัดไตรมิตร” ดูอีกรอบ คราวนี้โฟกัสไปสำรวจปฏิกิริยาของผู้ฟัง (ซึ่งคงไม่ใช่ คสช.) พบว่าพวกเขาไม่ได้แสดงกิริยาตื่นเต้นหรือชื่นชมยินดีต่อทนายวันชัยสักเท่าไร ผมไม่มีอคติที่จะขอพูดว่า พวกเขาออกอาการผะอืดผะอมเสียด้วยซ้ำ

มีคนหนึ่งลุกจากที่นั่งออกไปเฉยๆ โดยไม่ปรบมือ

เพื่อนของผมถือว่าการ “ขยัน” ป่าวประกาศโอ้อวดความคิดและพฤติกรรมที่เลวร้ายของ คสช. ซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นการขยันประจานความชั่วร้าย น่าที่ คสช.จะไม่พอใจ กระดากอาย แล้วหาวิธีหยุด แต่ คสช.กลับชื่นชอบ

เพื่อนจึงตบท้ายว่า “โง่แล้วขยันอย่างนี้ อยู่เมืองไทยในยุค คสช.ของนายกฯ ตู่ ปลอดภัย!”

ซึ่งเท่ากับเจตนาถากถาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มากกว่าจะเจตนาเหน็บแนม กระแหนะกระแหนทนายวันชัย สอนศิริ

บทความก่อนหน้านี้‘ธีรศิลป์-ชนาธิป’ ยันชัดเพื่อนร่วมทีมมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อเอาชนะบาห์เรน
บทความถัดไปปรากฏว่า “ชัชฮัลค์” ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลาม/ฉบับประจำวันที่ 11-17 มกราคม 2562