อัญเจียแขมร์ / หมูบิน! จ้าวเวหา : เสียมเรียบแอร์พอร์ต-เหินฟ้าท้านรก

ก่อนหน้านี้ไม่นาน สำนักอภิรักษ์เมืองพระนคร (อภิรักษ์องกอร์) ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอารยธรรมและโบราณวัตถุที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เจ้าหน้าที่กว่า 800 ชีวิต นักประวัติวิธู โบราณวิทยา และนักบูรณศึกษาตามโบราณสถานนับสิบแห่งทั่วเขตพระนคร

แต่สงครามระหว่างรัฐบาลกับเขมรคอมมิวนิสต์ที่เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ทำให้เจ้าหน้าที่อภิรักษ์องกอร์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ จนในที่สุดต้องถอนตัวออกมาเกือบจะทั้งหมด

นับวันโอกาสที่ฝ่ายรัฐบาลจะยึดคืนพื้นที่เดิมดูจะริบหรี่ลง

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางคนถูกสังหาร และก่อนหน้านี้นักชาติพันธุ์วิทยาฝรั่งเศส ฟรังซัวส์ บิโซต์ เป็นคนหนึ่งที่ถูกลักพาตัวขณะลงพื้นที่ทำงานวิจัย เขาถูกไต่สวนและกักขังนานถึง 7 เดือนโดยกัง เก็กเอียว ครูสอนคณิตศาสตร์ ซึ่งต่อมาคือสหายดุช-ผู้คุมนักโทษแห่งโตลสแลง

ภายใต้วิกฤตที่รุมเร้าของช่วงเวลาแห่งการถ่ายผ่าน สำนักอภิรักษ์องกอร์ ในที่สุดจึงยุติภารกิจ

แต่การที่ฮาเว่ มานาช ไปเสียมเรียบครั้งนี้ นับเป็นภารกิจสำคัญระยะสุดท้ายที่ไม่อาจทราบได้ว่าคือภารกิจอันใด? และทำไมต้องไปที่นั่น? ท่ามกลางการต่อสู้ที่เสี่ยงภัยและเต็มไปด้วยอันตราย!

ซึ่งกีย์ หมูบิน! ก็มิได้กล่าวไว้

 

เป็นไม่กี่ชั่วโมงของความมืดที่เงียบสงัด การรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เพื่อปั่นไฟในยามจำเป็นถือเป็นสิ่งเคร่งครัด แม้จะถูกรบกวนจากสัตว์เลื้อยคลานที่รบกวนและมีพิษ อีกเสียงโหยหวนสัตว์วัวกระบือที่ไกลออกไป เสียงปืนกลจากเอเค-47 ที่แผดระส่ำโสตประสาท สร้างความหวาดกลัวในขณะหลับใหล

ทันใดนั้น เสียงไซเรนที่ดังปกคลุมไปทั่วราวกับปืนกลไฟที่เสียงกึกก้องคำรามของเครื่องยนต์ และตามมาด้วยเปลวไฟแดงฉานไปทั่วท้องฟ้าฝั่งแม่น้ำเสียมเรียบ จากนั้นความเงียบสงบที่คุ้นเคยก็กลับคืนมา

ทว่า ในบางค่ำคืน บร็องโก-โอวี10 (Bronco- OV 10) เครื่องบินสงครามสมรรถนะสูงทั้งด้านความเร็วและติดอาวุธใต้ปีกที่มากับตัวเครื่อง ความพิเศษคือการบินลงจากท้องฟ้าที่ 45 องศา ราวกับเครื่องร่อนแห่งความเงียบนั้น

และเหนือพื้นดินราว 2 เมตร พลร่มบางกลุ่มที่มากับภารกิจนี้พากันเดินเท้าไปตามถนนชารล์ส์ เดอ โกลที่ทอดไปสู่ปราสาทนครวัด

ระหว่างกลางวัน เฮอร์คิวลิสแห่งแคปปิตอล C-130 บางครั้งก็ปล่อยกระสุนปืนกลที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญ เป้าหมายคือฐานกำลังฝ่ายปัจจามิตร ที่มาพร้อมกับเสียงคำรามของปฏิกรณ์เชื้อเพลิง เหนือท้องฟ้าขึ้นไปราว 20 เมตร และระเบิดพลันเมื่อตกลงบริเวณโรงเรียนมัธยมร้างแห่งหนึ่ง

หลังอาหารเช้า การเดินเท้าในชนบทเพื่อสร้างความคุ้นเคยได้ถูกจำกัดไว้แต่เฉพาะบางพื้นที่ สุญญากาศแห่งอิสระในการสัญจรนี้มีมาหลายเดือนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังนับว่าไม่ถึงกับเลวร้ายที่การลักพาตัวผู้คนไปสังหารได้ยุติไปหลายเดือนมานี้ นครเสียมเรียบดูจะกลับมาปลอดภัยชั่วคราว และสำคัญมากสำหรับการมาถึงของเครื่องบินสหรัฐ

หลังการท่องเดินอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ทันใดนั้น โอวี 10 ลำหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ เป็นการปรากฏตัวอย่างฉับพลันที่เป็นลักษณะพิเศษที่ระดับความสูง 20 เมตร และตีวงโค้งราวกับเป็นการบินสังเกตการณ์

กีย์ หมูบิน! ระบุว่า เวียดนามเหนืออาศัยป่า แฝงตัวสังเกตการณ์ฝ่ายศัตรูที่พวกเขาทำการสู้รบแบบกองโจร นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรยอมรับเลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในเขตต้องห้าม แต่กีย์ก็จำนนต่อความความจริงที่ว่า บร็องโก-โอวี 10 เครื่องบินทิ้งระเบิดนั่น มีการเคลื่อนที่ในทางทิศที่รอบความเร็วต่ำ ในความสามารถทำลายล้างเป้าหมายอย่างแม่นยำ ภายใต้ฐานปีกซึ่งติดตั้งอาวุธและการพยุงตัวเหนือท้องฟ้าที่เหนือด้วยจินตนาการนั่น แต่หากมนุษย์ประสบเคราะห์กรรม ก็ถึงขั้นล้มตายพิกลพิการ

 

เช้าวันต่อมา คณะอภิรักษ์เมืองพระนครได้รับแจ้งข่าวว่า ดีซี-4 เที่ยวบินกลับพนมเปญกำลังเตรียมพร้อมที่จะมารับพวกตน แต่กระนั้น พวกเขาก็วิตกว่า ดูเหมือนกองทัพรัฐบาลจะไม่ได้เปิดเส้นทางระหว่างไปสนามบิน

เพลากลางคืน ที่นี่คืออาณาจักรของเขมรแดงและเวียดนามเหนือ พวกนี้สามารถอยู่เหนือสถานการณ์ใดๆ ในการซุ่มโจมตี

พลขับรถจีเอ็มซีผู้ต่อสายตรงตอนหัวค่ำและอีกครั้งในตอนเช้า โดยไม่แยแสว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร เขายืนกรานจะไปให้ถึงสนามบินก่อนที่เครื่องออก

ความปั่นป่วนที่ว่านี้จึงไม่มีเวลารั้งรอ เมื่อพลทหารพากันกระโดดไปบนรถ ที่ติดเครื่องปล่อยควันดำโขมงและตะบึงออกไป

ดูเหมือนความเลวร้ายจะตกอยู่ที่ไหนสักแห่ง? เป้าหมายก็คือการถูกซุ่มโจมตีโดยปราศจากทางเลือก เมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นซีตรองซีวี 2 แล่นจี้ตูดรถจีเอ็มซีอย่างประชิด จงลืมเสียเถิดว่ายังมีชีวิต เพราะนั่นคือสิ่งที่บางคนกำลังสวดภาวนา

ทว่าการหลอนลวงยังไม่จบ เมื่อพบว่า ดีซี-4 ยังมาไม่ถึงสนามบิน ไม่เท่านั้น เอส 105 (มิลลิเมตร?) กระสุนปืนใหญ่จากพนมบาเค็ง ยิงส่องเข้ามาเป็นระยะ เสียงระเบิดที่ว่านี้ มีผลต่อความรู้สึกตื่นตระหนกและอารมณ์เปราะบางที่ฉีกขาด

ทว่ายังมีแต่หน่วยทหารยามรักษาความปลอดภัยกลุ่มนั้น ดูเหมือนพวกเขาช่างมีอาการเฉยชา

ชาวคณะอภิรักษ์องกอร์ถูกสั่งให้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ทั้งหมดเข้าไปรวมตัวอยู่ในห้องล็อบบี้ และ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว กว่าที่เงาเคลื่อนไหวทางฝั่งทะเลสาบใหญ่จะปรากฏขึ้น มันคือความสว่างในจิตใจของทุกฝ่าย ทันใดที่ได้เห็นดีซี-4 สามารถลงจอดอย่างปลอดภัยเบื้องหน้า

กัปตันนักบินดูจะพุ่งร่างเข้ามาในอาคาร อย่างไม่ทันแม้แต่จะหอบหิ้วอุปกรณ์สำคัญที่ทิ้งไว้ตรงรันเวย์ จากนั้นเสียงกระสุนยกที่หนึ่ง สอง สาม ก็ดังเข้ามาเป็นระยะ

พระอาทิตย์จวนจะตกแล้ว และการตัดสินใจถึง 2 ครั้งคราที่คณะอภิรักษ์เมืองพระนคร กัปตันนักบิน พากันวิ่งไปที่เครื่อง แต่พลันพวกเขาก็ต้องวิ่งกลับเข้ามาหลบภัยที่ตัวอาคาร เป็นอย่างนี้ 2-3 ครั้ง สำหรับการถูกไล่ล่าด้วยเสียงจากกระสุนปืน

ทว่าระเบิดครั้งล่า ถึงกับทำให้ทุกคนทรุดไปกองลงกับพื้นตรงแนวหลังเครื่องบิน

มันคือไม่กี่นาทีแห่งการรอคอยและช่วงชิงที่จะกลับเข้าในเครื่องบินนั่น

แต่ในที่สุดทั้งหมดก็สามารถผลุบเข้าไปในห้องโดยสารโล่งไร้ที่นั่ง ทันทีที่กัปตันวิ่งผ่านเข้าห้องนักบิน ดูเหมือนเขาพร้อมแล้วที่จะปฏิบัติหน้าที่ แต่ช้าก่อน ยังเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่ประตูเครื่องยังเปิดและบันไดยังคาอยู่หน้าประตู!

วินาทีนั้น ไม่มีใครสักคนที่กล้าเสี่ยงปลดล็อกตัวล้อและผลักมันออกไป เครื่องยนต์ยังคงคำราม ขณะที่ผู้สิ้นหวังบางคนพยายามจะเข้ามาในห้องโดยสาร ชายเคราะห์ร้ายผู้นั้นถูกผลักไสออกไป เพื่อเปิดทางให้นักบินผู้ช่วยใช้กำลังขาที่แข็งแรงของเขาถีบบันไดนั้นพ้นไป

ทันใดนั้นเอง ประตูปิดลง

 

นักบินผู้ช่วยคนนั้นผลุบหายเข้าไปในห้องเครื่อง จากนั้นใบพัดดีซี-4 ที่ 2 และ 3 ก็เริ่มทำงาน สู่ระนาบกาบซ้ายใกล้ลู่ทางวิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังโจมตี ทันทีเมื่อเครื่องยนต์สี่เริ่มสตาร์ต กอปรกับห้องโดยสารที่ว่างโล่ง ไม่มีสิ่งใดจะคว้าไว้ให้ยึดได้

ทั้งคนทั้งสัมภาระกลิ้งล้มโค่โล่อย่างไร้ทิศทาง ขณะที่เครื่องกำลังตีวงอยู่ที่ 45 องศาในระดับความสูงที่ไม่มากพอจะเทกตัวขึ้นไปในอากาศ ผู้โดยสารและสัมภาระล้มกลิ้งระเนระนาดอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเห็นต้นตาลและท้องฟ้าบริเวณช่องหน้าต่างซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

กีย์เหลือบเห็นปีกข้างหนึ่งเอียงกระเท่ติดพื้น! โชคดี! นักบินซึ่งแม้จะมีอาการจับไข้ ได้รีเซ็ตเครื่องเพื่อยกระดับความสูงที่เพียงพอต่อการกระชากตัวเครื่อง

แต่ยังไม่จบ เครื่องยนต์ยังลดระดับลงจนแตะรันเวย์ การรีเทิร์นใหม่รอบนี้มีความเร็วพอต่อการแท็กซี่ไปตามรันเวย์ และไม่ก่อปัญหาอีกครั้งในการเหินตัว

อา.. ในที่สุดพวกเขาก็พ้นฝ่าดงนรกนั้นไปได้ ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่หยุดลง เครื่องบินเทกออฟสู่อากาศ ผ่านวิถีกระสุนของฝ่ายตรงข้าม

แสงสว่างจากพื้นราบยามตะวันตกดินฉาบฉานภาพราชอาณาจักรร้างแห่งเมืองพระนคร กำลังจมดิ่งหายไปในราวป่า ต่อกลุ่มปราสาทนครวัด-นครธมที่ผู้คนหลงใหลและจดจำ

ช่างเป็นห้วงเวลาแห่งความตื้นตัน ที่กีย์ หมูบิน! ไม่อาจบรรยายเป็นความรู้สึกได้ ตลอดเส้นทางบนถนนเมืองพระนคร สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องล่าง คือท้องนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างและเจิ่งนองด้วยน้ำ มันส่องแสงเป็นประกายจับตา ท่ามกลางความรู้สึกโล่งใจของทุกฝ่าย

ระหว่างเส้นทางเหินฟ้าสู่เมืองหลวง เขาเหลือบเห็นคราบน้ำมันดำไหลออกมาจากตัวเครื่องราวหนึ่งเมตร!

ตอนนี้แหละที่กีย์คิดว่า มันจะมีประโยชน์มั้ยที่บอกเรื่องนี้กับนักบิน?

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” ลั่นหากเป็นรัฐบาล พร้อมผลักดันรัฐสวัสดิการ-ฟื้นเศรษฐกิจให้ดี ดึงคนรวยร่วมหนุน
บทความถัดไปสรท.ชี้ปี’62 ปัจจัยเสี่ยงเพียบกดดันส่งออกโต 5% ปี’61 คาดโต 7%