บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ/ ‘มุมที่ลืมมอง’ กรณีคลิป ‘ไก่-โบว์’

นงนุช สิงหเดชะ

บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ

‘มุมที่ลืมมอง’ กรณีคลิป ‘ไก่-โบว์’

 

หนึ่งในข่าวร้อนที่สุดในช่วงใกล้เลือกตั้งก็คือ มีมือดีปล่อยคลิปการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่าง “นักการเมืองดัง” กับ “สาวนักเคลื่อนไหวทางการเมือง”

หลังคลิปนี้แพร่สะพัด ฝ่ายหญิงได้ออกมาชี้แจงก่อน เธอคนนั้นคือ ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามแกนนำกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.มาอย่างต่อเนื่องหลังการรัฐประหาร

โบว์ชี้แจงโดยอ้างว่าเป็นเพียงเรื่องของคนโสด 2 คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่ใช่ประเด็นสาธารณะ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมกับกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของฝ่ายเผด็จการ เป็น IO (ยุทธการข่าวสาร) ของฝ่ายทหาร ที่ต้องการทำลายล้างเธอและฝ่ายชายในคลิปเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นที่ฝ่ายเผด็จการกำลังถูกโจมตีเรื่องระดมทุนเข้าพรรค

พร้อมกันนี้ยังได้ติดแฮชแท็กว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

 

แม้จะมีแฟนๆ ของเธอเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจจำนวนมาก แต่บางคนก็มีน้ำเสียงผิดหวัง เช่น “เผด็จการก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่มันเรื่องคุณธรรมนะครับ เขามีลูกเมียอยู่แล้ว ทำไปได้ยังไง หมดศรัทธา”

คอมเมนต์ในทำนองผิดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ฝ่ายชายในคลิปจะออกมาชี้แจง โดยอ้างทำนองเดียวกับฝ่ายหญิง เนื้อหาก็คล้ายมาจากสคริปต์เดียวกัน นั่นคือตัวเขาเองเป็นโสด ไม่ได้ทำอะไรผิด และเป็นฝีมือของเผด็จการ

ฝ่ายชายในคลิปคนนั้นก็คือนายวัฒนา เมืองสุข หรือไก่ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ตลอดมามักจะต่อปากต่อคำท้าทายรัฐบาล คสช.ค่อนข้างถี่

อันที่จริงสถานะของนายวัฒนานั้น เชื่อว่าสาธารณะส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้เป็นทางการว่าโสด เพราะหากค้นข้อมูลจากวิกิพีเดียจะพบว่ามีการระบุชื่อภรรยาของนายวัฒนาไว้ มิได้บอกว่าหย่าร้างกัน

อีกทั้งโลกโซเชียลตั้งข้อสังเกตว่าตอนต้นปี 2561 ในคราวที่เกิดเหตุ “ป้าทุบรถ” ที่จอดขวางหน้าบ้าน แล้วมีการพาดพิงว่า ตลาดยิ่งนรา หนึ่งในตลาดที่ล้อมบ้านป้า มีภรรยาของนายวัฒนาเป็นเจ้าของ

ในครั้งนั้นนายวัฒนาตอบผู้สื่อข่าวว่า คนที่เป็นเจ้าของตลาดไม่ใช่ภรรยาตน แต่เป็นอีกชื่อหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยชื่อภรรยาของเขาออกมาด้วย ซึ่งเป็นลูกสาวตระกูลดัง

ขัดแย้งกับคำอ้างของหมอคนหนึ่งที่สนิทกับทั้งโบว์และไก่ ที่ระบุว่า โบว์และไก่พบรักกันตอนต้นปี 2560 หลังจากฝ่ายชายซาบซึ้งจนน้ำตาไหลในความกล้าหาญของฝ่ายหญิงที่ยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ

จริงอยู่ สถานภาพตอนแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. นายวัฒนาอาจบอกว่าตัวเองโสด แต่ก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดดีเท่ากับนายวัฒนาว่าเป็นโสดทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัยหรือไม่

หรือว่าโสดแค่ในทางนิตินัยเพราะไม่มีการจดทะเบียนสมรส

 

ตอนแรกทั้งโบว์และไก่บอกว่าจะไม่มีการฟ้องร้อง โดยให้เหตุผลว่า ฟ้องร้องไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคงไม่ได้รับความยุติธรรม เนื่องจากมีหลายคดีก่อนหน้านี้ที่ทั้งเธอและวัฒนาแจ้งความแล้วไม่มีอะไรคืบหน้า ซึ่งการบอกว่าจะไม่ฟ้องก็ค่อนข้างจะผิดวิสัย เพราะในเมื่อประกาศว่าเป็นคนสู้ไม่ถอยในการต่อกรกับเผด็จการ จะแพ้หรือชนะก็ต้องลอง

เพราะถ้าหากชนะก็จะยิ่งมีประเด็นมาดิสเครดิตเผด็จการได้มากขึ้น อาจทำให้เผด็จการแพ้เลือกตั้งไปเลยก็ได้

สำหรับนายวัฒนา เป็นนักกฎหมาย เป็นทนายความ ย่อมรู้ดีว่าหากมีการฟ้องร้องขึ้นมา ก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง มีการนำสืบ มีการเรียกพยานหลักฐาน ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่า การที่ในตอนแรกจะไม่ฟ้อง นายวัฒนาเองก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนแอบถ่าย

ถ้าผลปรากฏออกมาว่าคนถ่ายไม่ใช่ฝ่ายเผด็จการอย่างที่นายวัฒนากล่าวหา แต่กลับกลายเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” จริงๆ ของนายวัฒนา นายวัฒนาอาจซวยสองเด้ง คือถูกฝ่ายเผด็จการฟ้องกลับ และนายวัฒนาอาจจะขายหน้ามากขึ้น เพราะอะไรที่สังคมไม่เคยรู้และเจ้าตัวไม่อยากให้รู้ ก็จะได้รู้กันในชั้นศาลนี่แหละ

ดังนั้น เรื่องแบบนี้นักกฎหมายรู้ดีและหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องถึงโรงถึงศาล

 

แต่พอบอกว่าไม่ฟ้อง กองเชียร์ทั้งหลายก็ออกมาเรียกร้องให้ฟ้อง ทำให้ในที่สุดทั้งสองคนต้องกลับลำว่าจะฟ้อง

โบว์นั้นอาจไม่ได้คิดอะไรมาก พอคนเชียร์ให้ฟ้องก็ฟ้อง แต่สำหรับนายวัฒนาอาจอยู่ในภาวะตกกระไดพลอยโจน กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะถ้าไม่ฟ้องก็อาจถูกสังคมสงสัยและทำให้กองเชียร์ผิดหวัง

เรื่องทำนองนี้อันที่จริงไม่ว่าใครจะรักหรือถือหางทั้งคู่อย่างไร ก็อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ด่วนสรุปว่าเป็นฝีมือทหารหรือฝ่ายเผด็จการ เพราะคนที่จะรู้เรื่องดีที่สุดคือทั้งสองคน แม้บางคนจะอ้างว่าสนิทกับทั้งโบว์และไก่จนออกมาชี้แจงแทนและแก้ต่างแทนทุกเรื่อง

แต่อย่าลืมว่า ถึงอย่างไร “คนนอก” ก็ไม่ได้รู้รายละเอียดทุกอย่าง ไปออกหน้ารับประกันแทนมากไป อาจมีรายการ “เงิบ” ได้

แม้แต่โบว์เองก็อย่าเชื่อฝ่ายชายมากเกินไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพราะอาจมีหลายเรื่องที่โบว์ไม่รู้และวัฒนาไม่ได้เล่า

อย่างที่ ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ “เต่านา” ที่รับรู้กันว่าเป็นกองเชียร์พรรคเพื่อไทยและยิ่งลักษณ์ ยังออกมาเตือนสติโบว์ว่า “จะกล่าวหาใคร แม้แต่ทหารก็ต้องมีหลักฐาน ต่อให้คนจำนวนมากจะไม่ชอบทหารและรัฐบาลคณะรัฐประหารคณะนี้ …แต่ตัวคุณโบว์และคุณวัฒนาจะมาพูดอะไรลอยๆ โทษทหารตลอดเวลาไม่ได้… คุณวัฒนามีข้อมูลอะไรที่คุณโบว์ไม่ทราบและอาจทำให้เกิดเรื่องเหล่านี้ หรือคุณวัฒนาคิดอะไร”

 

การแอบถ่ายและนำมาเผยแพร่ แน่นอนว่าผิดกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สมควรถูกประณาม

แต่ทั้งโบว์และไก่อย่าลืมมองอีกมุมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวลดลง เพราะคลิปความสัมพันธ์ดังกล่าวเท่ากับเป็นใบเสร็จหรือหลักฐานชัดเจนที่จะทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ไม่ได้เป็นพลังบริสุทธิ์ แต่มีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหนุนหลัง

จากที่เคยคลุมเครือ ไม่มีใครกล่าวหาทั้งกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและพรรคเพื่อไทยได้ชัดเจนว่าที่จริงเป็นพวกเดียวกัน แต่คลิปนี้คลิปเดียว ทำให้ความน่าเชื่อถือของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งลดน้อยลง

ต่อไปการเคลื่อนไหวของโบว์ไม่ว่าที่ใดก็ตาม แม้จะไม่มีตัวของวัฒนาจริงๆ อยู่ด้วย แต่คนก็จะเห็นในจินตนาการผ่านคลิปนี้อยู่ดี มันจะกลายเป็นการเคลื่อนไหว “เพื่อเขา” แทนที่จะเป็น “เพื่ออุดมการณ์” ล้วนๆ

แถมพรรคเพื่อไทยก็ซวยไปด้วย เพราะเหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขา ทั้งที่ระวังตัว พยายามรักษาระยะห่างมาตลอด

สังเกตหรือไม่ว่า นอกจากโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร แล้ว ไม่มีใครในพรรคเพื่อไทยออกมาปกป้องนายวัฒนาเลย

มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า เรื่องนี้ถึงกับทำให้พรรคเพื่อไทยกุมขมับ เพราะถึงแม้จะเชื่อว่าเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้าม แต่เกรงว่าประชาชนฝ่ายกลางๆ ที่สามารถชี้ขาดผลเลือกตั้ง จะหันไปลงคะแนนให้พรรคอื่น

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวงประจำวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 : โดย พิมพ์พรร
บทความถัดไปมองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส /ร้านอาหารที่ฮานอย