วิถีแห่งอำนาจ/เสถียร จันทิมาธร /ภาพจากสนามประลองยุทธ์ (171)

เสถียร จันทิมาธร

วิถีแห่งอำนาจ/เสถียร จันทิมาธร

ภาพจากสนามประลองยุทธ์ (171)

 

นอกเหนือจากฉากการประลองฝีมือระหว่างอั้งชิดกงกับอาวเอี้ยงฮงบนเขาสูงทะลุฟ้าโดยมีเอี้ยก่วยเป็นสักขีพยานแล้ว ฉากการจัดหาของขวัญเนื่องในวันเกิดของก๊วยเซียงขณะที่เมืองเซียนหยางกำลังเผชิญกับแมนจูและยุทธจักรอยู่ระหว่างผลัดเปลี่ยนว่าถือรุ่นออกมาได้ระทึกใจยิ่ง

ระทึกใจเพราะแต่ละฝ่าย ไม่ว่าอึ้งย้ง ไม่ว่าก๊วยพูอันเป็นคู่แค้นกับเอี้ยก่วยต่างก็มีวาระของตนเอง

พลันที่เห็นก๊วยเซียงปรากฏตัวพร้อมกับอินทรีวิเศษและปีศาจหัวโต ก๊วยพูค่อยฉุกคิดว่าม่วยม่วยเคยบอกว่าไม่มาแต่ยังรุดมา ขบคิดแล้วลอบร้องในใจ “แย่แล้ว เอี้ยก่วยเรียกตัวเองเป็นชาวยุทธ์ เจ้าอินทรีนกยักษ์ที่ดุร้ายตัวนี้คงเป็นอินทรีวิเศษนั่นแล้ว

อินทรีวิเศษเมื่อมาถึงเอี้ยก่วยย่อมต้องอยู่ละแวกใกล้เคียง หากแม้นเอี้ยก่วยมาช่วงชิงตำแหน่งปังจู้ หากแม้นเอี้ยก่วยมาช่วงชิงตำแหน่งปังจู้”

พริบตานั้นความยินดีกลับกลายเป็นกังวล

ในยามนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าม้าเร่งร้อนอาชา 2 ตัวควบขับมายังสนามประลองยุทธ์อย่างรวดเร็ว ฟังจากเสียงเกือกม้าแสดงว่าผู้ขับขี่บนหลังม้ามีเรื่องราวรีบด่วน ม้า 2 ตัวควบขับเข้าสนามประลองยุทธ์ดุจเหินบิน

คนบนหลังม้าสวมเสื้อสีเทากลับเป็นสายสืบที่ก๊วยเจ๋งส่งไปสอดแนมข้าศึก

 

รายงานจากสายสืบต่อก๊วยเจ๋งน่าสนใจอย่างยิ่ง “ขอรายงาน ทหาร 1 กองพัน สังกัดกองหน้าของปีก ขวาทัพใหญ่มองโกล บรรลุถึงเมืองเต๋งจิวแล้ว”

ได้ยินดังนั้นก๊วยเจ๋งส่งเสียงดังอืมม์ครุ่นคิด

“กองทัพข้าศึกสายเหนือยังแบ่งออกเป็น 2 สาย เคลื่อนทหารอย่างฉับไว กองหน้ามีสภาวะแหลมคมรุนแรงยิ่ง”

ขณะเดียวกัน สายสืบคนที่ 2 รายงานด้วยความยินดียิ่ง

“แต่มีเรื่องประหลาดประการหนึ่ง ทหาร 1 กองพันฝ่ายมองโกลล้วนเสียชีวิตที่ชานเมืองเต๋งจิว ทั้งนายทหารและไพร่พลไม่มีคนรอดชีวิตแม้สักคนเดียว”

สายสืบคนแรกกล่าวขึ้นด้วยว่า “ผู้ต่ำต้อยก็ประสบพบเหตุเช่นเดียวกัน ทหาร 1 กองพันสังกัดกองหน้าของฝ่ายมองโกลล้วนกลายเป็นปีศาจกลางทุ่งซิงเอี้ย เห็นซากศพเกลื่อนกลาดทุกแห่งหน ที่น่าประหลาดที่สุดคือ ศพของทหารมองโกลเหล่านี้ล้วนถูกผู้คนเชือดใบหูซ้ายไป”

ขานรับด้วยสายสืบคนที่ 2 “ทหารมองโกลที่บุกเมืองเต๋งจิวก็เป็นเช่นเดียวกัน ทุกผู้คนล้วนปราศจากใบหู”

ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้งสบตากันวูบหนึ่ง เมื่อสอบทหารซ้องที่เมืองซิงเอี้ยกับเต๋งจิว

“ทหารซ้องทั้ง 2 เมืองปิดประตูเมืองไม่ออกมา ทหารมองโกลเสียชีวิตที่นอกเมืองเกรงว่านายทัพที่เฝ้าเมืองยังไม่ทราบเรื่อง” เป็นรายงานจากสายสืบทั้ง 2

ยิ่งก่อให้เกิดความงุนงง สงสัย

 

ไม่ว่าก๊วยเจ๋ง ไม่ว่าอึ้งย้ง ล้วนพอใจ “กองหน้าฝ่ายมองโกลทั้ง 2 สายย่อยยับทั้งขบวน นับเป็นการทอนความโอหังอย่างใหญ่หลวง มาตรว่ากำลังทหารข้าศึกที่บุกจู่โจมมาอย่างน้อยมีจำนวน 10 กว่าหมื่น การสูญเสียไพร่พล 2 พันไม่มีผลต่อสถานการณ์

แต่ข่าวคราวพอเผยแพร่ออกไป 3 เหล่าทัพฝ่ายมองโกลต้องสูญเสียความฮึกหาญ เป็นผลดีต่อฝ่ายเรา เพียงไม่ทราบเป็นผู้ใดจัดกำลังทัพพิสดาร”

ข่าวนี้สร้างความยินดีในที่ประชุมพรรคกระยาจกเป็นอย่างสูง แต่อึ้งย้งเห็นว่า

“พรรคกระยาจกแต่งตั้งปังจู้คนใหม่ มาตรว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ไหนเลยเทียบเท่ากับข่าวใหญ่ที่สังหารทหารข้าศึกลงได้ รีบสั่งคนจัดโต๊ะสุรา พวกเราต้องเฉลิมฉลองสักครา”

ท่ามกลางการเลี้ยงเฉลิมฉลอง อึ้งย้งมากด้วยความสงสัย

เจ๋งกอกอ เรื่องนี้ประหลาดพิกลยิ่ง ตอนนี้ยังศึกษาไม่เข้าใจ พวกเราอย่าเพิ่งปฏิเสธ ให้รอคอยข่าวคราวที่ชัดแจ้งก่อน”

ที่แท้พอได้รับรายงาน อึ้งย้งก็ทราบว่าเรื่องราวมีเลศนัย

จึงไม่ลังเลที่จะจัดส่งศิษย์พรรคกระยาจกซึ่งสันทัดจัดเจน 8 คนควบขับม้าเร็วแยกย้ายไปสืบข่าวที่เมืองซิงเอี้ยกับเต๋งจิว

 

เมื่อเป็นฉากใหญ่ เมื่อเป็นฉากสำคัญ มีหรือที่ “กิมย้ง” จะไม่พรรณนาอย่างโอ่อ่าอลังการโดยอาศัยความตื่นเต้นของหลายๆ ฝ่ายเป็นฉากนำ

ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยของก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง

และที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ การรอคอยการปรากฏตัวพร้อมกับ “ของขวัญ” ซึ่งเอี้ยก่วยจะมอบให้ในวันสำคัญ

ฉากนี้สมแล้วกับการรอคอย

บทความก่อนหน้านี้‘พรเพชร’ ฮึ่ม หยุดวิจารณ์ ‘เลื่อนเลือกตั้ง’ ยัน วันกาบัตรต้องไม่กระทบ ‘พระราชพิธี’
บทความถัดไป‘บี’ ลั่น พปชร. จะกวาด ส.ส.กทม.ของเขต ‘เพื่อไทย’ อีกไม่นาน ‘ประเทศสงบ’