บทวิเคราะห์ : เส้นทางต่อสู้ “โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา” หนักแค่ไหน ก็ไม่ถอย!

คลิปหลุดนับเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตคนดัง นัยยะของคลิปหลุดคือการทำให้เรื่องส่วนตัวซึ่งอาจจะดีหรือไม่ดีออกมาสู่สายตาสาธารณะ ยิ่งในโลกปัจจุบันซึ่งการสื่อสารรวดเร็ว คลิปหลุดยิ่งกระจายอย่างรวดเร็ว

ในวงการการเมืองก็ไม่มียกเว้น เราเคยเห็นข่าวคลิปหลุดมาแล้วมากมาย เพราะมันมีเป้าประสงค์ในการนำเรื่องส่วนตัวมาสู่พื้นที่สาธารณะให้คนพูดคุยกัน แน่นอน หลายกรณี นัยยะหนึ่งมันก็หนีไม่พ้นว่าเป็นเรื่องการเมือง

จากกรณีล่าสุด คือการปล่อยคลิปความสัมพันธ์ของนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และโบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมการเมือง กรณีนี้สังคมมีความเห็นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพจดัง องค์กรสิทธิ องค์กรสื่อ ต่างก็ออกแถลงการณ์ให้ความเห็น ตักเตือนสื่อที่นำเสนอเรื่องราวดังกล่าว เพราะถึงที่สุด มันเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นสิทธิ์ของทั้งคู่ ในฐานะคนโสด ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอะไรดังที่ผู้ถ่ายคลิปมีเจตนาจะกล่าวหาถึง

การถูกโจมตีโดยใช้เรื่องส่วนตัวในการจุดประเด็นไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับโบว์ ณัฏฐา เอาก่อนหน้านี้เธอก็เคยถูกกล่าวหาแม้กระทั่งการรับเงินจากอดีตนายกรัฐมนตรีมาเคลื่อนไหวการเมือง

อาจจะสงสัยว่าโบว์ ณัฏฐา คือใคร ทำไมมาเคลื่อนไหวต้าน คสช.

 

หากย้อนประวัติไปดู โบว์ ณัฏฐา ปัจจุบันอายุ 39 ปี โดยพื้นเพแล้วเป็นคนกรุงเทพฯ เติบโตในครอบครัวชนชั้นกลาง จบมัธยมต้นจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน และมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนจะเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ

โบว์เล่าว่า สมัยเรียนก็ไม่ใช่เด็กกิจกรรม ขนาดออกค่ายนักศึกษาก็ยังไม่เคยไป

เรียนจบก็ไปทำงานด้านภาษา การสื่อสารองค์กร แล้วออกมาเป็นรับจ้างอิสระ (Freelance) เป็นพิธีกรรายการ อาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

สำหรับคอการเมืองหรือคนที่อ่านข่าวการเมืองบ่อย จะพบว่าโบว์ ณัฏฐา เข้ามาอยู่ในหน้าข่าวอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ในฐานะนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

โดยโบว์เล่าว่า จุดเปลี่ยนในความสนใจการเมืองคือรัฐประหารปี 2557 ที่ทำให้เริ่มตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กมากขึ้น ก่อนจะมาเป็นพิธีกรรายการทีวี ที่ Voice TV

และจุดที่ทำให้เริ่มเข้าสู่แวดวงกิจกรรม การชักชวนของอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งมาชวนโบว์ไปตีขิมกันเป็นการเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อช่วยเหลือนักโทษการเมือง

กรณีนี้คือการลงสู่ท้องถนนเป็นครั้งแรกของโบว์

 

หากย้อนประวัติไปสืบค้นดู จะพบว่า ที่จริงโบว์สนใจการเมืองมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2553 ช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นยุบสภา

โดยโบว์คือหนึ่งในรายชื่อผู้ลงนามลำดับที่ 233 ในการเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์และแกนนำ นปช. ร่วมกันขจัดเงื่อนไขการนำไปสู่ความรุนแรง รวมถึงให้คืนอำนาจกับประชาชน ก่อนจะมีการสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน และในเดือนพฤษภาคมต่อมา

ถัดจากนั้นในวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อประณามรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ได้ใช้อำนาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน และได้ควบคุมตัว ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

ก่อนจะกลับมาเป็นข่าวดังในวันที่ 16 กรกฎาคม 2559 ช่วงก่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หลังปรากฏขณะเป็นพิธีกรรายการของ Voice TV ที่ได้จัดกิจกรรมอ่านก่อนโหวต แจกร่างรัฐธรรมนูญฉบับความเห็นต่าง ที่สกายวอล์ก BTS สนามกีฬา

 

ความเป็นนักกิจกรรมของโบว์ชัดเจนขึ้นอย่างมากตั้งแต่ต้นปี 2561 ในวันที่ 27 มกราคม โบว์ได้ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดกิจกรรมนัดรวมพล “ประชาชนอยากเลือกตั้ง” แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช. มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 200 คน ต่อมาในวันที่ 31 มกราคม จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุม ผู้ต้องหาชุดดังกล่าวถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า กลุ่ม MBK 39

หลังจากที่โบว์ในฐานะหนึ่งในแกนนำถูกแจ้งความ ถัดมาเพียงวันเดียว คือในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โบว์ก็ได้บุกเดี่ยวจัดกิจกรรมที่เรียกว่า “เงียบ สงบ อึดอัด” ยืนร้องเพลงชาติแห่งความเงียบพร้อมผ้าปิดปาก เรียกร้องการหยุดตั้งข้อหาปิดปากประชาชน โดยการยืนนิ่งเงียบ ที่ลานหน้าห้างสยามพารากอน

ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม 2561 ร่วมจัดชุมนุมในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการอ่านแถลงการณ์และเปิดการปราศรัยชุมนุมบนรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียง โจมตีที่มีการเลื่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งการทำงานของรัฐบาล ก่อนจะเดินขบวนมายังกองทัพบก เพื่อเรียกร้องทหารกลับเข้ากรมกอง

และในเดือนพฤษภาคม ยังได้ร่วมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบฯ และองค์การสหประชาชาติ ในวาระครบรอบ 4 ปีของ คสช. 22 พฤษภาคม ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแล้วฝากขัง ในการชุมนุมครั้งนี้โบว์จัดว่าเป็นหนึ่งในแกนนำ จับไมค์ปราศรัยวิจารณ์ คสช.อย่างดุเดือด

 

นอกจากการลงถนนแล้ว โบว์ยังเคลื่อนไหวในทางกฎหมาย เช่น ในเดือนมิถุนายน โบว์ในฐานะนักกิจกรรมกลุ่มอยากเลือกตั้งก็เดินทางไปยังองค์กรอิสระ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยื่นหนังสือโต้คำวินิจฉัย ว่าคำสั่ง คสช. ที่ 3/58 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ในเดือนเดียวกันนี้ โบว์ในฐานะแกนนำ พร้อมประชาชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันที่ฟุตปาธถนนหน้าตึกสหประชาชาติจัดกิจกรรมเดินเท้าไป สน.นางเลิ้ง ให้กำลังใจเพื่อนที่จะถูกนำตัวไปศาลขออำนาจฝากขังในคดีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้ง

ต่อมา 14 มิถุนายน โบว์เป็นแกนนำบุกไปที่หน้ารัฐสภา ในการอ่านแถลงการณ์คัดค้านการที่ สนช.เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยได้ออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำตรายางและกาแฟมามอบให้ สนช.ด้วย

ด้วยความที่โบว์ทำกิจกรรมการเมืองอย่างมากในช่วงต้นปีจนถึงกลางปี จึงไม่พลาดที่จะต้องถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคง ในวันที่ 27 ตุลาคม เกิดเป็นข่าวดัง หลังมีรถยนต์ปริศนามาวนเวียนในหมู่บ้านที่โบว์อยู่หลายรอบ เมื่อ รปภ.ขอดูบัตรก็ยื่นบัตรทหารมาให้ดู

 

ในโอกาสที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การเลือกตั้งในต้นปีหน้าตามโรดแม็ปของรัฐบาล โบว์ในฐานะนักกิจกรรม เข้าร่วมกับเครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม และมีผลทางปฏิบัติ หรือ FFFE เพื่อจับตาให้มีการเลือกตั้งที่เป็นธรรม โดยมีปฏิบัติการทางการเมือง เช่น การยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ผลักดันให้ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง

ต่อมาเมื่อ คสช.มีการนัดพรรคการเมืองพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการเลือกตั้ง โบว์คือหนึ่งในแกนนำที่เดินทางไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับ คสช. เพื่อเป็นกำลังใจและขอให้พรรคดังกล่าวอย่าเข้าร่วม

ทั้งหมดคือเรื่องราวที่มาที่ไปส่วนหนึ่งของโบว์ ในถนนการเมือง สู่เส้นทางประชาธิปไตยที่เธอต้องการ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ง่าย ล่าสุดถึงกับต้องสูญเสียต้นทุนชีวิตบางอย่างไป แต่การเปิดใจครั้งล่าสุดของเธอก็ยืนยันไม่ยอมแพ้ จะเดินหน้าทำกิจกรรมต่อไป