ขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว : ราชาแห่งท้องถนนไฮเวย์ กับ ร้านสำหรับผู้รักการขับขี่ที่สิงคโปร์

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (27)

เราเก็บกล้องมือถือ ทำตัวเรียบร้อย ทหารทุกที่ทำได้ดีเรื่องการแผ่ซ่านความกลัว … เป็นความถนัดของเขา เป็นอาชีพของเขา มันแป็นเรื่องของความมั่นคง ความลับ และในบางประเทศ … งบลับ

เรามาถึงถนนสายหนึ่ง แล้วเขาก็โบกไม้โบกมือว่าที่นี่แหล่ะ … ดูแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่ามันเปลี่ยนเป็นรันเวย์ได้ในเวลาอันสั้นจริงๆ เป็นถนนตรงเป๊ะใหญ่โต ขนาดหกช่องจราจร ไม่รวมเกาะกลางซึ่งอยู่ในพื้นผิวจราจรเหมือนกัน ระดับเดียวกัน เพียงระบุว่าเป็นเกาะกลางด้วยเส้นจราจรที่ตีทับไว้

ถนนราบเรียบ ยาวไกลสุดลูกตา

ไฟข้างถนนยาวเหยียดและแทบจะไม่ยื่นล้ำเข้ามาในพื้นผิวจราจร ราวกับว่าหากไม่ต้องรื้อออกก็แทบจะพ้นจากปีกเครื่องบินอยู่แล้ว ไม่มีอาคารสูงในบริเวณนี้ ถึงแม้ไม่บอกก็พอจะให้ความรู้สึกเช่นนั้นว่าเรากำลังวิ่งอยู่บนรันเวย์เครื่องบิน …แต่เนื่องจากมันเป็นจริง มันก็เลยให้ความรู้สึกไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

ราชาแห่งถนนไฮเวย์ กับสองสูบเสียงเพราะ โลดแล่นอยู่บนรันเวย์ ด้วยเสียงสุขุมนุ่มนวลแบบเยอรมัน กับเสียงทุ้มเพราะพริ้งอันน่าหลงไหลแบบสำเนียงผู้ดีอังกฤษ บนถนนที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นเครื่องสนับสนุนเครื่องจักรสังหาร ที่มีชื่อเรียกว่าสงคราม

และแน่นอน เพื่อความปลอดภัยของนุสรา เจ้าสองสูบเสียงเพราะ และเจ้านายของมัน … เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้

อันที่จริงเราไม่ค่อยแน่ใจว่าอยู่ที่ไหนชัดเจน ให้ไปอีกครั้งก็แน่ใจว่าไปไม่ถูก แต่ถึงแน่ใจก็ไม่บอกใครเพราะมีข่าวการลอบสังหารสปายบ่อยมากในช่วงหลัง เราเก็บความลับได้ รัฐบาลสิงคโปร์ และค่ายกลวู้ดแลนด์ … โปรดไม่ต้องเป็นห่วง เราเก็บความลับได้จริงๆ เราจะไม่บอกใครแม้แต่คนเดียว

เมื่อเราเดินทางพ้นออกจากรันเวย์ลับสุดยอดสักพัก เขาก็ถามโดยใช้สัญลักษณ์มือว่า “หิวน้ำ?” ผมตอบโดยสัญลักษณ์มือเช่นกัน “เจ้าสองสูบก็หิว,เจ้านายมันก็หิว”

ราชาแห่งท้องถนนไฮเวย์ นำหน้าเราไปสู่ร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านสำหรับผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และเนื่องจากมันไม่มีป้ายยิงก่อนถามทีหลัง เราจึงเปิดเผยชื่อร้านได้

ร้านมีชื่อว่า “แฮนเดิลบาร์”

แฮนเดิลบาร์ ที่แปลว่า แฮนด์รถมอเตอร์ไซค์นั่นเอง

ก่อนเข้าร้านต้องสแกนบัตรที่มีประสิทธิภาพใบนั้น ถ้าไม่สแกนไม้กั้นก็ไม่เปิด เราก็เข้าไปไม่ได้ เราลงไปสแกน บัตรมีประสิทธิภาพ ทำงานได้อย่างเรียบร้อย แล้วก็ขี่เจ้าสองสูบเสียงเพราะตามราชาแห่งถนนไฮเวย์ไป จนมาถึงร้าน เป็นร้านสำหรับผู้รักการขี่มอเตอร์ไซค์จริงๆ เพราะว่ารถยนต์จอดข้างนอกแล้วเดินเข้าร้าน ส่วนมอเตอร์ไซค์ ขี่เข้าไปในร้าน และจอดได้ตามอัธยาสัย

แล้วเราก็ดื่มโค้กกัน

ร้านนี้ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีแต่คนท้องถิ่น ไม่มีนักท่องเที่ยว เราคุยกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นบทสนทนาที่เหล่าอัจฉริยะเท่านั้นที่จะทำได้ … เต็มไปด้วยการหัวเราะเสียงดัง

เขาอายุประมาณห้าสิบปี เป็นพ่อของลูกสามคน เป็นชาวแคนาดาโดยกำเนิด ปัจจุบันถือสัญชาติสิงคโปร์ และอาจจะถือสัญชาติแคนาดาด้วย แต่เป็นการคาดเดาล้วนๆ

เขาใช้ชีวิตอยู่ในสองประเทศคือแคนาดาและสิงคโปร์ รักการเดินทางและการผจญภัย ขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยว ขี่จักรยานระยะทางไกล ขับรถยนต์ข้ามประเทศ และแม้กระทั่งเครื่องบินใบพัดเดี่ยวข้ามทวีป

มุมมองของประเทศสิงคโปร์และประเทศแคนาดาในประเด็นสัญชาตินั้นต่างจากของเราเป็นอย่างมากทีเดียว ทั้งสองประเทศมีกฎระเบียบชัดเจนในการยื่นขอสัญชาติ หรืออธิบายให้เห็นภาพง่ายๆว่า ใครก็ตามที่มีความประสงค์จะเป็นประชาชนชาวสิงคโปร์ หรือชาวแคนาดา สามารถยื่นใบสมัครได้ มุมมองของเขาเป็นอย่างนี้ และปัจจุบันมุมมองของหลายๆประเทศก็เป็นอย่างนี้

ถึงแม้จะเกษียณแล้ว แต่เขาก็ยังคงทำงานเป็นนักลงทุนอิสระ เปิดบริษัทเล็กๆเป็นไพรเวท อีควิตี้ และแน่นอน เป็นความรื่นรมย์ของเหล่านักลงทุน บริษัทของเขาตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ประเทศที่กฎหมายชัดเจนราวกับเส้นจราจรบนท้องถนน

ผมเคยตรวจสอบตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ว่ามันจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการเอาบริษัทเข้าตลาด โดยการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาบริษัทหนี่งที่ได้รับอนุมัติให้ทำเรื่องนี้ในสิงคโปร์…. สเกลที่ต้องการของบริษัทในสิงคโปร์นั้นใหญ่มากกว่าในประเทศไทยเยอะมากทีเดียว แต่ระยะเวลา… ว่ากันเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นปี เราต้องปฏิเสธเขาอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตว่าสเกลของเราเล็กเกินไป

จากนั้นราชาแห่งถนนไฮเวย์ก็ขี่นำเจ้าสองสูบเสียงเพราะไปดื่มบ้าง เอสโซ่ คือไวน์ของเจ้าสองสูบและราชาแห่งถนนไฮเวย์ ในราคาประมาณสองเท่าของประเทศไทย หรือประมาณสี่เท่าของประเทศมาเลเซีย เติมเองเหมือนที่มาเลเซีย

ครั้งนี้ไม่มีกระเด็น ไม่มีหกเลอะเทอะแม้แต่หยดเดียว เพราะหนึ่งหยดอาจมีราคาถึงสองบาทกว่า เลยกลายเป็นเด็กปั้มระดับสมบูรณ์แบบ ในประเทศที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบที่สิงคโปร์นี่เอง แล้วเราก็จบสัญญาข้อสอง … ขี่รอบเกาะสิงคโปร์ …

จากนั้นก็ราชาแห่งถนนไฮเวย์ ก็ขี่นำเราไปที่โรงแรม เพื่อให้เราอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวสบายๆ และเขาก็จะได้มีเวลาเตรียมอาหาร เราบอกเขาว่า เราอาจจะเดินทางไปด้วยอูเบอร์ จะให้บอกอูเบอร์ว่าอย่างไร เขาให้เลขที่บ้าน และถนนมา

“บอกแค่นี้เอง อูเบอร์จะไปถูก?”

“ใช่บอกแค่นี้แหล่ะ อูเบอร์ก็ได้ แท็กซี่ก็ได้ และเขาจะไปถูก”

“โอเค เจอกัน” ผมตอบแบบไม่เชื่อว่าจะไปถูก

เคยดูแต่ในหนังฮอลลีวู้ด ที่พระเอกหรือนางเอก จะไปไหนต่อไหน เพียงบอกเลขที่บ้านกับชื่อถนน แท็กซี่สีเหลืองที่สวยงามชวนฝันก็ไปส่งได้ถูกที่ถูกจุด ไม่ต้องอธิบายใดๆ และไม่ต้องมีแผนที่ประกอบ

เมื่อมาเจอด้วยตัวเองจึงไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ และด้วยความไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ก็เลยบอกอูเบอร์ไปตามนั้น … เลขที่บ้าน กับชื่อถนน

และก็เหมือนกับทุกสิ่งในประเทศนี้ หากมันอยู่ในการคิดคำนวณไว้ อยู่ในการออกแบบไว้ มันจะสมบูรณ์แบบ ในความสมบูรณ์แบบนั้น อูเบอร์ก็ไม่ถูกละเว้น

ไม่มีต้องลุ้น ไม่มีกลับรถวนหา ไม่มีผิดพลาด เรามาถึงบ้านของเขาอย่างง่ายดาย เพียงเลขที่บ้านกับชื่อถนน

บทความก่อนหน้านี้เรื่องสั้น : ยามะ- อะคาเดีย (ตอนจบ)
บทความถัดไปตลกต่างแดน : เมื่อ “แบทแมน” ไม่ใช่คนดี โจรสวมชุดมนุษย์ค้างคาวออกปล้น!