มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส /หมู่บ้านฝรั่งเศส

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

หมู่บ้านฝรั่งเศส

 

หลายฉบับก่อน พาไปมองหมู่บ้านสวยงาม ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในอิตาลี ฉบับนี้จะพาไปมองหมู่บ้านสวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ไกลออกไป ในย่านแอลซาซ Alsace ฝรั่งเศส

คราวที่แล้ว พาไปมองหมู่บ้าน มาโนโรลา หนึ่งในห้าหมู่บ้านสวยที่สุดในอิตาลี หมู่บ้าน ริกเคเวียร์ Riquewihr ที่จะพาไปมองคราวนี้ เป็นหนึ่งในสี่หมู่บ้านสวยที่สุดในฝรั่งเศสเช่นกัน

นอกจากหมู่บ้านริกเคเวียร์ ยังมีริโบวิลล์ Ribeauville ฮันนาเวียร์ Hunnawihr และเคย์เซร์เบิรก Kaysersberg ที่รวมกันเรียกว่า หมู่บ้านไวน์ วินเซอร์ดอร์ฟ Winzerdorf  เพราะเป็นแหล่งผลิตไวน์ริซ์ลิง Riesling ที่รู้จักทั่วโลกว่าเป็นไวน์ขาวรสดี

ใครที่คุ้นกับภาษาฝรั่งเศสหรือเยอรมัน จะรู้ว่า ชื่อหมู่บ้าน ชื่อไวน์นั้น ปนกันระหว่างภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน ด้วยที่ตั้งของแคว้นแอลซาซนั้น อยู่ระหว่างราชอาณาจักรฝรั่งเศสและเยอรมนี จึงอยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรใดราชอาณาจักรหนึ่งสลับไปมา ทำให้เกิดวัฒนธรรมผสมผสาน ทั้งเรื่องอาหาร การแต่งกาย และสถาปัตยกรรม

หมู่บ้านทั้งสี่ มีอายุความยาวนานมาหลายร้อยปี   ที่สำคัญรอดพ้นจากการทำลายล้าง ในสงครามต่างๆ รวมสงครามโลกทั้งสองครั้ง อาคารบ้านเรือนต่างๆ จึงตกทอดมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน

กลายเป็นมรดกสถาปัตยกรรม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม

กลายเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวสร้างรายได้

และกลายเป็นกลไกสร้างชีวิตให้กับหมู่บ้าน

 

หมู่บ้านริกเคเวียร์ มีสภาพเป็นเมืองขนาดเล็กในยุคกลาง ตั้งอยู่บนเนินเขา มีกำแพงหอคอยล้อมรอบ ถนนสายหลักของเมือง จากประตูเมืองทางทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก มีชื่อเรียกขานเหมือนกับถนนสายหลักเมืองอื่นๆ ในฝรั่งเศส คือ ถนนนายพล ชารลส์ เดอโกลล์ และมีถนนสายเล็กสายน้อยแยกย่อยออกไป ทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้

สองฟากถนนจะเป็นอาคารบ้านเรือนแบบครึ่งไม้ half timber ที่เรียกขานตามลักษณะโครงสร้าง ที่มีเสาและโครงไม้ขนาดใหญ่ประกอบกันเป็นตาราง ขึ้นไปรับพื้นและหลังคา

ช่องว่างระหว่างโครงไม้ จะถูกกรุให้เต็มเพื่อกันความหนาวเย็นและอันตรายอื่น ในอดีตจะใช้ฟางผสมดินโปะจนเต็มช่อง ต่อมาเปลี่ยนเป็นปูนบ้าง อิฐ หิน แล้วฉาบหน้าให้เรียบ เพื่อรักษาเนื้อไม้จะทาน้ำมันเคลือบอยู่เสมอ จนไม้มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ส่วนผืนผนังในแต่ละช่อง นิยมทาสีอ่อน สีเดียวบ้าง สองสามสีบ้าง

ทำให้ผนังบ้านแต่ละหลังมีสีสันสวยงาม เมื่อรวมกันหลายหลัง หลายสี แตกต่างกันไป

นอกจากการทำนุบำรุงรักษาอาคารไว้ โดยเฉพาะการทาสีให้สดสวยงดงามอยู่เสมอ ยังมีปลูกไม้ดอกไม้กระถาง จนกลายเป็นหมู่บ้านที่สวยงาม น่าไปเที่ยวชม

เหมาะที่จะเป็นฉากหลังในการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว ในยุคสมัยที่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปตัวเอง

 

เมื่อมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอดทั้งปี จึงมีการเปลี่ยนการใช้สอยอาคารบ้านเรือนริมถนนสายหลักและถนนซอยแยกย่อยออกไป เป็นร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และที่พักแรม แม้กระทั่งใต้ถุนอาคารหรือชั้นใต้ดิน ที่เดิมเป็นที่เก็บไวน์ กลายเป็นร้านไวน์ บาร์ และร้านอาหาร

บริเวณรอบๆ หมู่บ้าน ที่เป็นสวนองุ่นแหล่งผลิตไวน์ ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เหมาะแก่การเดินเล่น ปีนเขา และปั่นจักรยาน ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงาม

อาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ไกลจากเมืองใหญ่ และห่างจากทางหลวงสายหลัก การเข้าถึงค่อนข้างยาก เลยทำให้หมู่บ้านทั้งสี่ไม่ถูกทำลายจากการพัฒนาบ้านเมืองแบบสมัยใหม่ หากคงอดีตสภาพและบรรยากาศไว้ได้ ประกอบกับผู้คนรู้คุณค่า จึงร่วมใจร่วมมืออนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีสถานบริการครบครัน สถานที่อำนวยความสะดวกเต็มที่

เศรษฐกิจหมู่บ้านจึงคึกคัก โดยประธานาธิบดีมาครงไม่ต้องไปตรวจราชการ หรือใช้เป็นสถานที่จัดประชุมรัฐมนตรีสัญจรแต่อย่างใด

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ ผู้ชื่นชอบบรรยากาศหมู่บ้านและไร่องุ่น ริกเคเวียร์เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ต้องไปเที่ยวชม มิเช่นนั้น เฮียปริญญ์ตีตาย!!!

บทความก่อนหน้านี้วิช่วลคัลเจอร์/ประชา สุวีรานนท์/ โรเนียว : ข้อสอบกับหนังสือใต้ดิน (จบ)
บทความถัดไปรองหัวหน้าพรรค ปชป.โต้ “ชูวิทย์” ตัวเองและพรรคเอาตัวไม่รอด “รู้รสของการเมืองแล้วหรือ”