รู้จักลำโพง Canton Ergo 620

นี้เป็นลำโพงแบบวางหิ้งที่เวลาใช้งานจริงต้องตั้งวางบนขาตั้งแบบ Stand-Mounted Speaker ชั้นดี โครงสร้างและภาพลักษณ์แลดูเรียบ หรู บ่งบอกความประณีตพิถีพิถันในการกอปรกันขึ้นมาได้เป็นอย่างดี แผงหน้าแคบเสมอด้วยขอบไดรเวอร์ตัวล่างที่เป็นมิด/เบส แต่ก็แลดูเพรียวเนื่องเพราะความลึกของตู้ที่ค่อนข้างมาก ผนังตู้ทุกด้านเป็นไม้สีเชอร์รี่ประกอบเข้ากับแผงหน้ากากโลหะสีดำ

และให้แลลอดเข้าไปด้านในเห็นกรวยโลหะสีเงินของชุดตัวขับเสียงได้ ตอนล่างของแผงหน้ากากที่มีความโค้งโอบเข้าด้านข้างเล็กน้อยนั้น มีตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ติดเอาไว้ให้เห็นอย่างเด่นชัด

แผงหลังของตู้มีขั้วต่อสายลำโพงหนึ่งชุดอยู่ที่ด้านล่าง เป็นแบบ Biding-Post แลดูมั่นคงแข็งแรงดี เหนือขั้วต่อขึ้นไปจนเกือบถึงผนังตู้ด้านบนเป็นท่ออากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งในสามของผนังตู้แนวตั้ง เป็นท่อที่มีปลายบานออกเล็กน้อย บ่งบอกให้รู้ว่าลำโพงคู่นี้ทำงานในระบบ Bass-Reflex

ระบุคุณสมบัติทางเทคนิคว่าทำงานแบบ 2-ทาง ประกอบไปด้วยมิด/เบส ไดรเวอร์ ขนาด 7 นิ้ว ขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียม แบบ Cone ติดตั้งอยู่ในโครงสร้างที่ผนึกเข้าผนังตู้ด้วยเทคโนโลยี Wave Surround ซึ่งช่วยให้ขยับตัวได้เป็นช่วงชักที่กว้าง หรือลึกยิ่งขึ้น ขณะที่ทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว แบบ Dome ขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียม-แม็กนีเซียม อัลลอย ที่มีน้ำหนักเบา แต่มีความแกร่งสูง โดยมีฮอร์นขนาดเล็กประกอบเข้าที่กึ่งกลางโดม เพื่อช่วยให้ได้การกระจายเสียงที่ดียิ่งขึ้น

รองรับกำลังขับปกติได้ 70 วัตต์ โดยทำงานแบบ Music Power Holding ได้ถึง 130 วัตต์ ให้การทำงานตอบสนองความถี่ในช่วง 33Hz – 40kHz มีจุดตัดความถี่ที่ 3,000Hz วัดค่าความไวได้ 86.5dB/SPL อิมพีแดนซ์ปกติ 4-8 โอห์ม

มิติโครงสร้างตู้ (กว้าง x สูง x ลึก) 20.5 x 34 x 27.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 7.5 กิโลกรัม/ตู้

จากสภาพของลำโพงที่มาถึงมือผม บอกให้รู้อยู่ในทีว่าลำโพงคู่นี้น่าจะผ่านการใช้งานมาแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าจะต้องเสียเวลาไปกับการ Burn-In เพราะด้วยโครงสร้างและภาพลักษณ์ของลำโพงที่เห็นนั้น รับรู้ได้เป็นอย่างดีเช่นกันว่าหากมาให้ลองแบบเอี่ยมอ่อง (ต้อง) แกะกล่องใหม่เองละก็ หน้าตาอย่างนี้ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อย (ชั่วโมง) หรือต้องเปิดทิ้งเปิดขว้าง นานติดต่อกันร่วมสัปดาห์แน่ๆ สุ้มเสียงจึงพอจะเข้าที่เข้าทาง

ขณะเดียวกัน กับแผงหน้ากากปิดด้านหน้าที่เป็นตะแกรงโลหะนั้น แม้ว่าได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี แต่ดูแล้วหากเอาออกขณะที่ฟัง น่าจะได้ “อะไร” มากกว่าปิดเอาไว้

สำหรับแอมป์ที่ใช้เล่นกับลำโพงคู่นี้เป็น DAC Amplifier รองรับการเล่นแบบไร้สายผ่านบลูทูธ Source ได้ ที่ผมใช้เพื่อลองลำโพงนี้จึงมีทั้งแผ่นซีดีและไฟล์เสียงแบบ Hi-Res จากอัลบั้มต่างๆ ที่เก็บไว้ในสมาร์ตโฟน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพวก “สามัญประจำห้อง” ทั้งสิ้น

และยังมีอัลบั้มเพลงไทยที่ชอบพอเป็นส่วนตัวอย่าง “ริมน้ำคืนหนึ่ง” เสียงร้องของคุณแพงพลอย โมราวงศ์ กับ “เพลงโปรด” จากเสียงร้องของคุณสุพัตรา (อินทรภักดี) โกราษฎร์ ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงที่ชื่นชอบเป็นส่วนตัวของศิลปินนับแต่ทำงานในวงการมา

เพียงเริ่มกับแทร็กแรกที่ลองซึ่งเป็นเสียงร้องกับเครื่องดนตรีไม่มากชิ้นนักไปได้ไม่นานนาที ความคุ้นในดนตรีและเสียงร้องที่ฟังมาไม่ถ้วนหนบอกให้รู้ได้เป็นอย่างดีว่าลำโพงคู่นี้ผ่านระยะของชั่วโมงการทำงานมาถึงระดับที่เอาการเอางานได้แล้ว เพราะสามารถให้เสียงออกมาด้วยความเป็นดนตรีที่มีความคุ้นชินด้วยความเป็นธรรมชาติสูงมาก และรับรู้ได้หลังจากนั้นไม่นานกับแทร็กอื่นๆ ผ่านเสียงดนตรี ว่าเป็นลำโพงที่มีบุคลิกเสียงออกไปข้าง “มีชีวิตชีวา” อันชวนฟังไม่น้อยเลย

ทั้งเสียงร้องหญิง และเสียงร้องชาย สามารถให้ออกมาได้ด้วยความเป็นธรรมชาติสูงมาก ทั้งเนื้อเสียงและพลังเสียงที่ผ่านออกมาจากปอด ล่วงลำคอ และหลุดลอดริมฝีปากออกมานั้น หากหลับตาลง, ก็เสมอด้วยใครที่ส่งเสียงนั้นกำลังร่ายมนต์เสน่ห์แห่งเสียงของเธอและเขาอยู่เบื้องหน้านั้นเทียว ด้วยมวลเสียงที่ให้ออกมานั้นมีทั้งความชัดเจนและสมจริง อันเป็นบุคลิกที่เป็นตัวตนทั้งของเขาและของเธอ ให้รับรู้ได้อย่างชัดแจ้ง ขณะที่ภาพรวมของเสียงคงความสมดุลเอาไว้ดีมาก เป็นลำโพงในระดับต่ำกว่าครึ่งแสนที่ให้ Tonal Balance ออกมาได้ดีทีเดียว

อีกทั้งยังให้รายละเอียดในบรรยากาศเสียงออกมาได้อย่างน่าฟัง ซึ่งหลายๆ แทร็กจากอัลบั้ม Jazz at the Pawn Shop ยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยสามารถพาอารมณ์เข้าถึงอรรถรสของดนตรีแบบมีอารมณ์ร่วม อันเสมออยู่ในบรรยากาศเดียวกันนั้นได้อย่างกลมกลืน

ฟังแทร็กคุ้นๆ จากวง Pops Orchestra ในอัลบั้ม Round-Up อย่าง William Tell Overture : Finale (Long Ranger Theme) แค่เริ่มต้นด้วยเสียงเป่าเครื่องทองเหลืองที่แผดออกมาเสนาะหูอย่างน่าฟัง ก็ชวนให้หลงใหลยิ่งนักแล้วละครับ เสียงกระทบฉาบมีกังวานของปลายเสียงให้ออกมาได้อย่างสมจริง รับรู้ได้ถึงคลื่นเสียงที่แผ่ออกไปไกล เสียงไวโอลินจากคันชักที่ผ่านสายนับสิบหรือยี่สิบตัวนั้น รวดเร็วและพร้อมเพรียงจนทำให้รู้สึกเสมือนเป็นไวโอลินขนาดใหญ่ยักษ์ตัวเดียว บรรเลงเสียงขึ้นลงสูงๆ ต่ำๆ ประชันกับเสียงจากเครื่องทองเหลืองนานาประเภทอย่างได้อรรถรสมาก

จากนั้น, อีกหลายๆ แทร็ก จากหลายๆ อัลบั้ม ที่ต่างคือความเคยคุ้นอย่างยิ่ง ยิ่งตอกย้ำประสิทธิภาพอันโดดเด่นของลำโพงนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในแง่ของมิติ เวทีเสียง รวมทั้งให้ภาพลักษณ์สเตอริโอที่มีความเป็นสาม-มิติออกมาได้อย่างน่าทึ่งมาก เป็นความน่าทึ่งระดับที่ไม่บ่อยครั้งดอกนะครับ ที่จะพบความยอดเยี่ยมนานาที่ว่านั้นจากลำโพงราคาขนาดนี้

ขณะเดียวกันจากการลองเล่น ลองฟัง แบบไร้สายผ่านระบบบลูทูธกับไฟล์เสียง มันก็ยังสามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีอันสุนทรีย์ออกมาได้อย่างน่าฟัง รวมทั้งยังมีเนื้อเสียงอันสมานเสมอและกลมกลืนกันไปตลอดย่านความถี่เสียงของดนตรี ที่บางคราวอดเผลอไผลคิดว่ากำลังฟังจากแผ่นอยู่ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตาม หากจะกล่าวในระดับเอาจริงเอาจังแบบจับผิด อาจจะพูดได้ว่าเบสที่ให้ออกมานั้นน้อยไปหน่อย โดยเฉพาะเบสที่ต่ำลึกตอนล่างๆ รับรู้ได้ว่าค่อนข้างบางสักเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับขนาดโครงสร้างตู้และภาพรวมของเสียงดนตรีที่มันให้ออกมาแล้ว ก็พอจะบอกได้เต็มปากเต็มคำเช่นกัน ว่าแทบไม่รู้สึกมีใดขาดหาย

ขณะที่การทำงานในย่านความถี่สูงนั้น ต้องบอกว่าน่าทึ่งที่ให้ออกมาได้ด้วยความเที่ยงตรง และอุดมไปด้วยรายละเอียดอย่างเหนือชั้นมาก

กับราคาค่าตัวที่สี่หมื่นต้นๆ (โดยประมาณ) นั้น ใครที่กำลังมองหาลำโพงวางหิ้งที่ให้มิติและเวทีเสียงรวมทั้งให้ความเป็นดนตรีออกมาได้เป็นอย่างดี ในงบฯ สักครึ่งแสนแล้วละก็-ควรลองไปฟังลำโพงคู่นี้ดูอย่างยิ่ง–

เพราะคุณอาจเหลือเงินไปใช้ลงทุนเพิ่มกับอย่างอื่น อาทิ สายสัญญาณ หรือสายลำโพงได้สบายๆ ครับ

บทความก่อนหน้านี้‘ชัชชาติ’ ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ พร้อมขึ้นปราศรัยดุเดือด
บทความถัดไปไต้หวันเร่งสอบ 2 นสพ.หนุนรัฐบาลจีน ฐานปล่อยข่าวปลอม-สอดแนมความเคลื่อนไหว