รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”/วิธีดูไฝ-ปาน (ต่อ)

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

 

วิธีดูไฝ-ปาน (ต่อ)

 

การบรรยายคงจะบรรยายให้หมดไม่ได้ เพราะน่าจะเหลือวิสัยเกินไป เพียงแต่ให้พิจารณาดูจากภาพประกอบและจดจำไว้ว่า ตำแหน่งของไฝที่ให้คุณหรือโทษนั้นมันอยู่ตรงไหน แล้วเราก็เผื่อบริเวณหรืออาณาเขตให้อีกเล็กน้อย

ถ้าไฝมันไม่ได้ขึ้นตามจุดที่ปรากฏในภาพ แต่ขึ้นห่างจุดนั้นไปเล็กน้อย ก็ถือเสมือนว่ามันขึ้นตามจุดนั้นเช่นกัน พิจารณาคุณโทษของมันตามหลักนี้ได้เลย

อีกอย่างหนึ่งที่ใช้พิจารณาความหมายของไฝที่ขึ้น เราจะใช้จุดหรือตำแหน่งที่ไฝขึ้นมานั้นว่ามันสถิตอยู่ตรงส่วนไหนของร่างกาย โดยให้พิจารณาว่าตรงอวัยวะส่วนนั้นควรจะมีความหมายอย่างไร เราก็อาจพิจารณาคุณโทษได้ตามความหมายของอวัยวะส่วนนั้น

เช่น มีไฝขึ้นที่ไหล่ หรือใกล้ๆ กับไหล่ หรืออยู่ใน Area ของไหล่ ถ้าไฝเม็ดนั้นเป็นสีดำ ก็แสดงถึงโทษ

ถ้าเป็นไฝสีแดงก็แสดงถึงคุณ

ถ้าเป็นสีน้ำตาลหรือเทา ก็อยู่ในเฉดของโทษเช่นกัน เพียงแต่ความรุนแรงจะลดลงบ้าง

เช่นเดียวกับไฝสีไม่แดงจัด แดงเพียงจางๆ คุณก็จะลดลงบ้าง สีชมพูเป็นสีที่ดีที่สุด

และไม่ใช่แต่ไฝ แม้แต่สีที่เกิดขึ้นมาก็เป็นเครื่องแสดงคุณโทษเช่นเดียวกัน ปานหรือฝ้าก็นับเข้าในส่วนที่ต้องพิจารณานี้ด้วย

ถ้าไฝขึ้นที่ไหล่ เราก็ต้องรู้โดยธรรมชาติแล้วว่า ไหล่เป็นอวัยวะที่รองรับความหนัก เช่น การหาบคอน เป็นต้น การมีไฝขึ้นที่บริเวณนี้จึงเป็นเครื่องหมายว่า เจ้าของไฝจะต้องได้รับผลของความหนักนี้

เช่น จะต้องมีภาระที่หนักหน่วง ต้องเหน็ดเหนื่อยในการทำมาหากิน

ต้องรับผิดชอบกับครอบครัวหรือชีวิตสูง อะไรอย่างนี้เป็นต้น

 

ไฝขึ้นที่ปาก ปากเป็นอวัยวะสำหรับกินและพูด ไฝเม็ดนั้นก็ย่อมจะแสดงผลในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน คือจะทำให้เป็นคนพูดเก่ง เจรจาดี (ถ้าเป็นไฝให้คุณ) และจะเป็นคนที่ด่าเก่งหรือพูดจาเสียดสีได้แหลมคมนัก

ถ้าไฝเม็ดนั้นเป็นโทษ ไฝที่ขึ้นใกล้เส้นฮวบเหล็งมักจะเป็นไฝที่ทำให้วาสนาตกต่ำ หรือทำให้เจ้าของไฝต้องได้รับความลำบาก แม้ว่าจะเกิดมามั่งมีศรีสุขอยู่ก่อนแล้ว ถ้ามีไฝอยู่ตรงบริเวณนี้ก็จะต้องได้รับความลำบากอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต หรือชีวิตจะหักเหเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ยิ่งถ้ามีไฝเกิดขึ้นบนเส้นรากจมูกนี้โดยตรงเลย เจ้าของไฝมีโอกาสที่จะต้องพบกับความวิบัติของชีวิตค่อนข้างสูงมาก เพราะเส้นรากจมูกนี้คือครรลองชีวิตนั่นเอง

บริเวณสันจมูก ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่แสดงถึงครรลองชีวิต เพราะจมูกมีความหมายถึงวาสนาและความมีฐานะ

ฉะนั้น ในบริเวณสันจมูกจึงไม่ควรมีไฝฝ้าใดๆ อุบัติขึ้นมาที่นี่ โทษที่จะเกิดก็จะเกิดตามความหมายของจุดต่างๆ ที่ได้ศึกษากันมาแล้ว

แต่ในบริเวณจุดที่ ๖ ซึ่งมีความหมายถึงสุขภาพหรือบริวารแล้ว ยังมีความหมายไปถึงชีวิตของครอบครัวอีกด้วย

สตรีที่มีไฝขึ้นตรงจุดที่ ๖ นี้จึงมักจะมีสภาวะครอบครัวที่ไม่ค่อยราบรื่นนัก หรือภาวะของคู่ครองไม่มีอะไร (เพราะอาจจะไม่มีคู่ก็ได้) แต่ก็จะมีความเดือดร้อนจากคนในบ้านเดียวกัน หรือตัวเองต้องเจ็บป่วยบ่อย เข้าโรงพยาบาลหรือคลินิกบ่อย อะไรอย่างนี้เป็นต้น

บริเวณด้านข้างของสันจมูกทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีไฝขึ้นมาก็มักจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ

แต่โทษจะเบาบางกว่าไฝบนสันจมูกโดยตรง

 

ไฝที่ขึ้นตรงระหว่างดวงตาจะเป็นไฝที่ให้โทษมาก ส่วนอื่นก็จะให้โทษแตกต่างกันไป ตามความหมายของจุดหรือวังอย่างที่กล่าวแล้วนั่นเอง

เช่น ไฝที่ขึ้นตรงปลายจมูก ก็จะบ่งบอกถึงเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง

ถ้าขึ้นที่ปีกจมูก ก็หมายถึงการเสียทรัพย์หรือการรักษาทรัพย์ เพราะปีกจมูกมีความหมายถึงการรักษาทรัพย์ คนที่เกิดมามีไฝติดที่ปีกจมูก ไม่ควรเก็บเงินสดไว้กับตัว ควรแปรเป็นทรัพย์อย่างอื่นที่รักษาง่ายกว่า

เช่น เป็นบ้านหรือที่ดิน ซึ่งจะถูกลักขโมยหรือปล้นไปได้ยาก หรือแม้แต่ตัวเองจะเอามาทำลายเสียเองก็ยังยาก ไม่เหมือนกับเป็นเงินสดหรือเงินในธนาคาร ซึ่งจะเบิกมาจ่ายทำลายไปได้ง่ายกว่า

เพราะคนที่มีไฝบนปีกจมูกนั้น จะเป็นคนใจอ่อนที่ยอมแพ้กิเลสเสมอ

เป็นนัก Shop ตัวยง เพราะจะมีความสุขมากในการได้จับจ่ายซื้อของ แม้ว่าของที่ซื้อมานั้นจะไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลยในขณะนั้น

ไม่ต้องถึงกับมีไฝขึ้นที่ปีกจมูกนี่หรอก เพียงแค่เป็นคนที่ปีกจมูกบาง หรือมีรูจมูกโตกว้าง ก็จะมีคุณ (โทษ) สมบัติข้อนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าปีกจมูกบางแล้วมีปลายจมูกที่ใหญ่มีเนื้ออวบอิ่ม ก็พอจะทดแทนกันได้ คือมีเงินมากพอที่จะจับจ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนนั่นเอง

แต่คนที่มีปลายจมูกดีและมีปีกจมูกที่หนาเข้มแข็งด้วย  จะดียิ่งกว่า

 

ก็เห็นจะต้องขอยุติการบรรยายเรื่องไฝและรอยย่นแต่เพียงเท่านี้ก่อน

การดูจากภาพประกอบจะทำให้เข้าใจได้ดีกว่า และขอให้ทำความเข้าใจกับบทเรียนนี้ให้ดี ใช้หลักการพิจารณาตามที่ได้แนะนำไว้ ผลการศึกษาก็น่าจะดีพอสมควรทีเดียว

ถ้าตรงไหนยังเข้าใจไม่พอก็ควรอ่านซ้ำ และพยายามใช้ความจดจำให้มากขึ้นอีกหน่อย จะสัมฤทธิผลได้ตามความมุ่งหมายอย่างแน่นอน

ทั้งหมดที่คุณอ่านมาแล้วนี้จะเรียกว่าเป็นการพยากรณ์อีกอย่างหนึ่งก็ได้ แต่เป็นการพยากรณ์ที่นำเอาตำหนิในร่างกายมาใช้เป็นเครื่องมือ

ซึ่งการพยากรณ์แบบนี้เราสามารถที่จะนำเอาอวัยวะอื่นในร่างกายมนุษย์มาใช้เป็นเครื่องมืออีกก็ทำได้

เพียงแต่ว่าเราต้องมีหลักในการใช้โดยรู้ถึงคุณสมบัติของอวัยวะเหล่านั้น เมื่อเรารู้แล้วก็พิจารณาดูว่าอวัยวะส่วนนั้นๆ มีความสมบูรณ์หรือบกพร่องประการใด พิจารณาแล้วเราก็ใช้ส่วนสมบูรณ์หรือบกพร่องนั่นแหละมาพยากรณ์ถึงความดีร้ายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชาตาต่อไป

เช่น แขน, ขา, เอว, สะโพก แม้กระทั่งแผ่นหลัง เหล่านี้สามารถนำเอามาเป็นอุปกรณ์ในการพยากรณ์ดีร้ายแก่เจ้าของอวัยวะเหล่านั้นได้ทั้งนั้น

 

ตัวอย่าง สมมติว่าเราเห็นคนมีแขนที่อวบใหญ่และสมบูรณ์ไปด้วยไขมัน เราก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่คนที่ทำงานหนัก มักจะทำงานด้วยสมองมากกว่าการใช้กำลัง ลักษณะอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่ต้องไปอ่านในตำราไหน คนปกติธรรมดาก็อาจจะพยากรณ์ด้วยตัวเองได้แล้ว เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า คนที่ทำงานหนักนั้นจะไม่มีไขมันมาเกาะอยู่ตามต้นแขน ผู้ที่ไม่ได้ใช้กำลังแขนยกของหนักจึงมีโอกาสให้ไขมันมาเกาะกล้ามเนื้อได้ แค่นี้ก็เป็นสมุฏฐานให้เราสามารถพยากรณ์ได้แล้ว

แขนเป็นอวัยวะที่เราใช้ในการช่วยเหลือตัวเองหรือใช้ในการประกอบกิจกรรมที่เจ้าตัวต้องการทำทุกอย่าง แขนของผู้ใดมีสมรรถภาพที่ดี เช่น เป็นแขนที่แข็งแรงมีไขมันน้อยและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แค่มองเห็นเราก็พยากรณ์ได้แล้วใช่ไหมว่าเจ้าของแขนนั้นสามารถยกของหนักได้ดีกว่าผู้ที่ด้อยสมรรถภาพนี้

นี่เป็นหลักพยากรณ์อย่างง่ายๆ ที่คุณเองก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องไปเรียนรู้จากที่ไหน

แค่คุณมีความเป็นคนช่างสังเกตสักเล็กน้อย เห็นอวัยวะต่างๆ มีลักษณะให้คุณโทษอย่างไรคุณก็ใช้คุณสมบัตินั้นมาพิจารณาให้คำพยากรณ์ได้อย่างไม่ยากนักเลย

 

สรุปแล้วก็คือ อวัยวะอะไรทำหน้าที่อย่างใดความดีร้ายของอวัยวะนั้นก็ให้คุณโทษแก่เจ้าชาตาอย่างนั้น

เช่น คนก้นใหญ่ ก้นมีไว้สำหรับนั่ง คนก้นใหญ่จะเป็นคนที่นั่งได้มั่นคง ลักษณะนี้มีความหมายถึงชีวิตด้วย นั่นก็คืออาจหมายถึงเจ้าชาตานี้ชอบนั่งนานๆ แล้วเราก็ประเมินต่อไปว่าการนั่งนานๆ นั้นจะเป็นการนั่งทำงานหรือนั่งอย่างขี้เกียจ

ประเมินแล้วเราก็ตอบได้อีกว่าคนก้นใหญ่คนนี้เป็นคนอย่างไร

นี่เป็นเพียงวิธีดูไฝปานหรืออวัยวะต่างๆ ในบุคคลว่ามีคุณโทษกับเจ้าตัวอย่างไรเท่านั้น ความจริงแล้วอวัยวะทุกอย่างมีรายละเอียดมากกว่าที่พูดมาแล้วนี้แทบทั้งสิ้น แต่เรามีเนื้อที่ในบทความนี้ไม่มากนัก จึงพอจะคุยให้ฟังกันได้เพียงจุดดีร้ายเท่านั้น ถ้าจะรู้ถึงคุณสมบัติของอวัยวะต่างๆ ในเชิงพยากรณ์จะต้องพูดกันอีกยาวมาก

แต่เนื้อที่ในบทความนี้หมดลงแล้ว เราก็มาถึงบรรทัดสุดท้ายกันเสียที สวัสดีครับ

 

วัง 12 แห่ง

 

ตัวเลขที่เห็นในภาพนี้คือตัวเลขของภพในวิชาโหราศาสตร์ไทย เช่น ๑ คือตนุ ๒ คือกดุมพะ ๑๑ คือลาภะ

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 23-29 พฤศจิกายน 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว”/ เฟรนช์โทสต์โรลไส้ครีมแฮมเห็ด