BBC LS3/5a Monitor Speaker ลำโพงที่ได้รับความนิยมตลอดมาจนปัจจุบัน

นอกจากการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางด้านอิมพีแดนซ์แล้ว

มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ควรบันทึกไว้อีกก็คือ

ปี ค.ศ.1988 ได้มีการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทำขอบลำโพง (Surrounding) จากขอบยางแบบเดิมมาเป็นแบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงชิ้นส่วนอุปกรณ์ในการทำครอสส์โอเวอร์ เน็ตเวิร์ก

และในปี ค.ศ.1990 จากแต่เดิมที่ขั้วต่อเป็นแบบ Single-Wired ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นแบบที่สามารถรองรับการใช้งานแบบ Bi-Wiring ได้

และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสุดก็คือปี ค.ศ.1992 ที่ KEF ได้มีการเปลี่ยนมือผู้บริหารจัดการอันเนื่องมาจากการถูกครอบครองกิจการ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการผลิตชุดไดรเวอร์ รวมทั้งครอสส์โอเวอร์ เน็ตเวิร์ก

ส่งผลให้ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตลำโพงรุ่นนี้เกิดความไม่มั่นใจ ทำให้แต่ละรายต่างเลือกใช้ชุดอุปกรณ์ดังกล่าวจากผู้ผลิตรายอื่น

รวมไปถึงการกำหนดขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในลำโพง Model LS3/5a ของตัวเอง

และต่อมา KEF (ใหม่ในชื่อเดิม) ก็ได้ผลิตลำโพงรุ่นนี้ออกมาสู่ตลาดด้วยเช่นกันในปี ค.ศ.1996

ลำโพง BBC LS3/5a Monitor นั้น นอกจาก BBC กำหนดคุณสมบัติในการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานในองค์กรแล้ว ยังได้ขายลิขสิทธิ์ให้ผู้ผลิตลำโพงค่ายต่างๆ นำไปผลิตในเชิงพาณิชย์สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงด้วย

โดยมีเวอร์ชั่นในชื่อ (Brand) ต่างๆ มากมาย ซึ่งมีตัวเลขจำนวนผลิตจากปีแรกที่ทำให้ BBC พร้อมทำตลาดด้วย จนถึงก่อนปี ค.ศ.2000

สรุปได้ว่าทำให้ BBC ประมาณ 3,500 คู่ และออกสู่ตลาดทั่วโลกมากกว่า 100,000 คู่

โดยผู้ผลิตและปีที่ผลิตอย่างเป็นทางการนั้น พอจะสรุปเป็น Version ต่างๆ ได้ดังนี้

ปี ค.ศ.1977 – BBC Version ผลิตโดย Swisstone Electronic ในประเทศอังกฤษ และพร้อมๆ กันนี้ได้ผลิตออกมาจำหน่ายในชื่อแบรนด์ Rogers ด้วย โดยวางขายในราคา 104 ปอนด์/คู่ (ยุคสมัยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษเทียบกับเงินบาทแล้ว 1 ปอนด์ ไม่ถึง 40 บาท ลำโพงคู่นี้ก็มีราคาประมาณสี่พันบาทในเวลานั้น)

ปี ค.ศ.1984 – Spendor Version ผลิตโดย Spendor Loudspeaker ประเทศอังกฤษ

ปี ค.ศ.1989 – Rogers Version ผลิตโดย Rogers Loudspeakers ประเทศอังกฤษ

ปี ค.ศ.1993 – Harbeth Version ผลิตโดย Harbeth Acoustics ประเทศอังกฤษ

ปี ค.ศ.1996 – KEF Version ผลิตโดย KEF ประเทศอังกฤษ

ปี ค.ศ.2007 – Stirling Version ผลิตโดย Stirling Broadcast ประเทศอังกฤษ และได้มีการปรับปรุงใหม่ในช่วงปลายปี ค.ศ.2010 ด้วยการใช้ครอสส์โอเวอร์ เน็ตเวิร์ก ที่ผู้ผลิตบอกว่ามีคุณสมบัติระดับสุดยอด แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดนอกจากคำ “SuperSpec” ในแผ่นประชาสัมพันธ์

รวมไปถึงการเลือกใช้ชุดไดรเวอร์จาก SEAS และของ ScanSpeak แล้วนำมาปรับปรุงเป็นไดรเวอร์ในแบบของตัวเอง โดยให้ชื่อหมายเลขชิ้นส่วนอุปกรณ์นี้ว่า Stirling SB4424 (Mid/Bass Driver) และ Stirling SB4428 (Tweeter)

ส่วนชื่อเรียกลำโพงนั้นคือ Stirling Broadcast BBC LS3/5a V2 Limited Edition

แจ้งราคาจำหน่ายในอังกฤษเมื่อต้นปี ค.ศ.2011 เป็นราคาส่งออก (Export Price List) คู่ละ 818 ปอนด์ กับ 898 ปอนด์ ขึ้นอยู่กับเนื้อไม้ที่ใช้ทำโครงสร้างตู้

ส่วนราคาจำหน่ายในตลาด (Retail Price) ถึงมือผู้บริโภคนั้น ระบุราคาคู่ละ 950 ปอนด์ กับ 1,010 ปอนด์

และในเวอร์ชั่นล่าสุดของ Stirling Broadcast นี้ ยังมีพิเศษอีกรุ่นเรียกว่า Stirling LS3/5a V2 Signature Edition โดยมีการลงลายเซ็นของ Dough Stirling เอาไว้ที่แผงป้ายด้านหลังของตู้ลำโพงด้วย

Stirling Broadcast นั้น เป็นผู้ให้บริการทางด้านซ่อมและบริการหลังการขายลำโพง BBC LS3/5a Monitor ในอังกฤษมาช้านาน ต่อมาภายหลังเมื่อ Rogers ประสบปัญหาทางด้านเงินทุนก่อนจะถูกเทกโอเวอร์ไปก็ได้เข้าไปซื้อชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นพวกอะไหล่ในสต๊อกของ Rogers ทั้งหมด แล้วนำมาใช้ผลิตเป็นลำโพงใหม่จากวัสดุที่เป็นสต๊อกเก่า (ซึ่งเป็นอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่พวกนักเล่นเครื่องเสียงเรียกว่า NOS: New Old Stock) เพื่อจำหน่ายในชื่อของตัวเองในเวลาต่อมา

Rogers Loudspeakers นั้น ในปี ค.ศ.1993 ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็น Holding Company บริษัทมหาชนของฮ่องกงคือ Wo Kee Hong Group ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจต่างๆ มากมาย และยังคงผลิตลำโพงภายใต้แบรนด์ Rogers ออกมาเป็นปกติ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นในกลุ่มระบบภาพและระบบเสียงอีกมาก รวมทั้งระบบเสียงในรถยนต์ด้วย

เมื่อช่วงครบรอบ 60 ปีของบริษัท (Rogers of England ซึ่งก่อตั้งโดย Jim Rogers เมื่อปี ค.ศ.1947) ได้เฉลิมฉลองด้วยการผลิตลำโพงรุ่นพิเศษคือ Rogers BBC LS3/5a Monitor 60th Anniversary อีก 5 ปีต่อมาก็ได้เปิดตัว 65th Anniversary อีกครั้งที่ฮ่องกง วางจำหน่ายในราคาคู่ละประมาณห้าหมื่นบาท และกลางปีนี้ได้ผลิตรุ่น 70th Anniversary ที่เป็น Limited Edition จำนวน 210 คู่ โดยวางขายในเอเชียและยุโรปทวีปละ 70 คู่ โดยอีก 70 คู่ที่เหลือส่งขายทั่วโลกตามที่ตัวแทนจำหน่ายออร์เดอร์มา โดย 70 คู่แรกส่งออกเมื่อเดือนเมษายน และ 70 คู่ต่อมาส่งออกเมื่อเดือนมิถุนายน อีก 70 คู่สุดท้ายเพิ่งส่งออกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

ในช่วงกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่มาอยู่ในเครือ Wo Kee Hong ลำโพง Rogers ทั้งหมดได้ถูกผลิตขึ้นในประเทศจีน

BBC LS3/5a Monitor รุ่นเก่าๆ ได้รับความนิยมตลอดมาจนปัจจุบันและยังเป็นที่ถามหากันอยู่ โดยเฉพาะรุ่นที่ผลิตโดย Rogers

ในช่วงปี ค.ศ.1989 มีการซื้อขายกันด้วยราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ (สภาพดีเยี่ยมนะครับ) ใน eBay เคยมีผู้ประกาศขายราคาสูงถึงคู่ละ 1,000 ปอนด์

ขณะที่ราคาเฉลี่ยขายตามร้านสินค้ามือสอง จะอยู่ที่ประมาณ 900 ปอนด์/คู่

สำหรับราคาแรกจำหน่ายตามยุคสมัย ที่ได้มีการบันทึกเอาไว้เป็นราคาขายปลีกในสหรัฐอเมริกานั้น ปี ค.ศ.1977 คู่ละ 430 เหรียญ, ปี ค.ศ.1984 ราคาคู่ละ 450 เหรียญ, ปี ค.ศ.1989 ราคาคู่ละ 650 เหรียญ, ปี ค.ศ.1993 ราคาคู่ละ 999 เหรียญ, ปี ค.ศ.1996 ราคาคู่ละ 1,295 เหรียญ และรุ่นปี ค.ศ.2007 โดย Stirling Broadcast นั้น ราคาขึ้นไปสูงถึงคู่ละ 1,695 เหรียญ

BBC LS3/5a Monitor เมื่อแรกออกตลาดและนำไปจำหน่ายที่อเมริกานั้น ด้วยกิตติศัพท์ที่ลือเลื่องมาก่อนหน้านี้จากคนอเมริกันที่ไปอังกฤษ ซึ่งมักจะให้ความเห็นว่าสถานีวิทยุในอังกฤษหรือ BBC นั้นให้การกระจายเสียงที่มีคุณภาพสูงมาก ดีกว่าของอเมริกาแยะ ทำให้ J. Gordon Holt นักวิจารณ์เครื่องเสียงระดับแถวหน้าของวงการไม่รีรอที่จะนำมาวิพากษ์ในทันที แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากมีราคาสูงถึงคู่ละเกือบหมื่นบาท (ยุคที่ 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 20 บาทไทย) เพราะจำหน่ายในราคา 430 เหรียญ

คือเมื่อเห็นหน้าตา ขนาดตู้ เทียบกับราคาค่าตัวแล้ว ต่างก็รู้สึกว่าแพงเกินเหตุ กอปรกับไม่มีการทำตลาดอย่างจริงจังด้วย ก็เลยไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จสักเท่าไรนัก

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มเมืองจันท์ l สู้กับ “อนาคต”
บทความถัดไปตลกต่างแดน : เคยเห็นไหม ? ม้านอกคอก!