หนุ่มเมืองจันท์ : หมากตัวสุดท้าย

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

เช้าวันนั้น พอรู้ข่าว “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เสียชีวิต

ผมตกใจ

และตกใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าตัวเองรู้สึกเศร้าในใจ

ทั้งที่ไม่รู้จักคุณวิชัยเป็นการส่วนตัว

รู้จักแต่ลูกสาวและลูกชาย

จะบอกว่าเพราะเป็นพ่อของคนที่เรารู้จักก็ไม่น่าจะใช่

พ่อเพื่อนสนิทเสีย ยังไม่รู้สึกแบบนี้

จะบอกว่าเพราะคุณวิชัยเป็นมหาเศรษฐี

เป็น “คนดัง”

ก็ไม่ใช่

เพราะมีคนใหญ่คนโตที่รู้จักหลายคนจากไปก็ยังไม่รู้สึกแบบนี้

ถามตัวเองแบบงงๆ ตามสไตล์ “เพราะฉะนั้น ฉันจึงถาม”

สุดท้ายได้คำตอบว่าที่เรารู้สึกเศร้าในใจ

เพราะความเป็น “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ในช่วง 3-4 ปีหลัง

เชื่อหรือไม่ว่า วินาทีที่รู้ว่าคุณวิชัยเสียชีวิต

ผมไม่ได้นึกถึงความร่ำรวยของเขา หรืออาณาจักร “คิงเพาเวอร์” เลย

แต่กลับคิดถึงเทพนิยาย “เลสเตอร์ซิตี้”

นึกถึงรายการ “ซูเปอร์จิ๋ว”

นึกถึงโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม”

ผมเชื่อว่าหลายคนก็รู้สึกแบบเดียวกัน

น่าแปลกที่ความร่ำรวยหรือความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจไม่ได้ทำให้คนจดจำคนคนหนึ่งอย่าง “รู้สึก”

แต่เรื่องราวการต่อสู้ หรือ “น้ำใจ” ที่ช่วยเหลือผู้คนต่างหากที่ทำให้คน “รู้สึก”

…เสียดาย และเสียดาย

คุณวิชัยเป็นคน “ใจถึง”

ตอนเด็ก มีเงินเท่าไรก็เลี้ยงเพื่อน

ยอมที่ไม่มี ขอเพียงแค่เพื่อนมีความสุข

“ป๋า” ตั้งแต่เด็กๆ

ตอนที่ทำธุรกิจเขาก็ใจถึง กล้าได้กล้าเสียจนเป็นที่รู้กันในวงการ

สัมปทานการขายสินค้าปลอดภาษีของ “คิงเพาเวอร์” ก็เกิดจากความกล้าเสี่ยง

และ “ใจถึง”

นอกจากฟุตบอล “วิชัย” ชอบกีฬาขี่ม้าและโปโล

เขาฝึกลูกทุกคนให้ขี่ม้า

“วิชัย” บอกลูกๆ ว่า “ม้า” ไม่รู้ภาษาคน

เราต้องให้ “ใจ” มันก่อน

แล้ว “ม้า” จะให้ “ใจ” เรากลับมา

ถ้าเราบังคับ “ม้า” ที่ไม่รู้ภาษาคนด้วยการให้ใจได้

การบริหารคนที่พูดจากันรู้เรื่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“วิชัย” เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “ใจ” มาก

ตอนที่บริหาร “เลสเตอร์ซิตี้” คุณวิชัยก็เป็น “ที่รัก” ของนักฟุตบอลและชาวเมืองเลสเตอร์

ไม่ใช่เพียงแค่เขาสามารถนำทีมเลสเตอร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไม่มีใครกล้าแม้กระทั่งฝัน

แต่เพราะเขาให้ “ใจ” กับทุกคน

อย่าแปลกใจที่นักเตะเลสเตอร์จะเสียใจกับการเสียชีวิตของคุณวิชัยมาก

นอกเหนือจากการคลุกคลีกับนักเตะอย่างเป็นกันเอง

วันที่ได้แชมป์ เขาไม่เพียงให้ “โบนัส” ตามสัญญากับนักเตะ

แต่ “วิชัย” ยังซื้อรถบีเอ็มให้กับทุกคน

แทน “คำขอบคุณ”

แฟนบอลมาดูแน่นสนาม ให้การสนับสนุนทีมเต็มที่

อยู่ดีๆ เขาก็แจกเบียร์และโดนัทให้แฟนบอล

แบบนี้ฝรั่งงง

ไม่ใช่แค่เพียงแต่เรื่องฟุตบอล เขายังบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลและทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในเมืองเลสเตอร์ด้วย

เชื่อไหมครับว่า “คนไทย” อยู่เมืองไหนก็ไม่รู้สึกดีเท่ากับอยู่เมืองเลสเตอร์

เพราะแค่รู้ว่าเป็น “คนไทย”

เขาจะให้การต้อนรับดีมาก

เพราะเขารัก “วิชัย ศรีวัฒนประภา”

 

แต่เรื่องที่ผมชอบที่สุด เป็นเรื่องที่ได้ยินจาก “ซุป” วิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ เจ้าของรายการ “ซูเปอร์เท็น”

และ “ตูน บอดี้สแลม”

รายการซูเปอร์เท็น คือรายการที่นำเด็กที่มีความสามารถพิเศษมาโชว์ในรายการ

ถ้ากรรมการให้ผ่าน เด็กก็จะได้ “รางวัล” ตามที่เคยฝันไว้

“ความฝัน” ของเด็กเล็กมากครับ

บางทีเล็กจนเรานึกไม่ถึง

แค่ชุดฟุตบอล หรือลูกบอล เท่านั้นเอง

ใครดูรายการก็ประทับใจ

แต่เด็กส่วนใหญ่ฐานะยากจน

แม้จะเก่ง แต่ถ้าจะเดินจนไปถึง “ความฝัน” ของเขาก็คงจะลำบาก

ตอนที่ “ซุป” ไปคุยเรื่องการสนับสนุนรายการ “ซูเปอร์เท็น” กับคุณ “วิชัย” และ “ต๊อบ”

เขาชอบรายการและอยากสนับสนุนเด็กไทย

“เราชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว

แต่บางครั้งเราไม่รู้ว่าควรจะช่วยใคร

ถ้ารายการได้พบเจอเด็กดี ที่ควรสนับสนุนก็ขอให้แจ้งมา คิงเพาเวอร์พร้อมจะดูแล”

“ซุป” เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นในเฟซบุ๊กของเขา

ไม่ต้องทำรายละเอียดเป็นแฟ้มขึ้นมา

ขอแค่บอกว่าจะให้ช่วยเหลือเด็กคนไหน

และใครต้องการให้ช่วยเป็นพิเศษก็บอกมา

ครับ เมื่อวันที่เขาคิดจะคืนกลับสู่สังคม

“วิชัย” ก็ใจถึงเช่นเดิม

เช่นเดียวกับตอนโครงการก้าวคนละก้าว

“ตูน” เข้าไปคุยกับ “ต๊อบ” เพื่อขอการสนับสนุนการวิ่งครั้งนี้ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการจัดการสูงมาก

“ต๊อบ” ถามถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องใช้

“ตูน” บอกตัวเลขไป

ระดับ 8 หลัก

เขาหวังว่า “คิงเพาเวอร์” จะช่วยสนับสนุนบางส่วน

แต่คำตอบที่ได้รับทำเอาเขาตกใจ

“ผมขอดูแลทั้งหมด”

ครับ “คิงเพาเวอร์” จ่ายหมด

นั่นคือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้โครงการก้าวคนละก้าวสามารถก้าวต่อไปได้

และเมื่อวันที่ “ตูน” วิ่งเข้า กทม.

จุดหมายคือ โรงแรมพูลแมนของ “วิชัย”

ตัวเลขผู้ร่วมบริจาคตอนนั้นประมาณ 70-80 ล้านบาท

เขาเติมให้ทันทีเป็น 100 ล้านบาท

นี่คือ ความใจถึงของ “วิชัย”

เมื่อวันที่เขาจะคืนกลับให้สังคม

ขนาดของ “หัวใจ” ของเขายังเหมือนเดิม

“วิชัย” เป็นคนใช้เงินเป็น

มีบทเรียนหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากคุณวิชัยครั้งนี้

คือ การวางหมากชีวิต

ถ้าเหตุการณ์การสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน

ภาพจำของคุณวิชัยก็จะมีเพียงแค่ความเป็น “มหาเศรษฐี” เจ้าของ “คิงเพาเวอร์”

…แค่นั้น

แต่เพราะการวางหมากในกระดานชีวิตช่วง 5 ปีหลังของคุณวิชัย

“ภาพจำ” ในใจคนจึงเปลี่ยนไป

ครับ ชีวิตของแต่ละคนสั้นนัก

เราไม่รู้ว่าวันสุดท้ายในชีวิตจะมาถึงเมื่อไร

การวาง “หมาก” ในกระดานชีวิตของเราแต่ละช่วงเวลาจึงสำคัญ

และวันที่สำคัญที่สุด

คือ วันนี้

บทความก่อนหน้านี้ล้วงตัวตน ค้นชีวิต “มิน พีชญา” ร่างเก่า-จิตใจใหม่ ที่เจ้าตัวบอกว่ามาในเวอร์ชั่น “ปรับปรุง”
บทความถัดไป‘ภูมิธรรม’ ใจหายน้องๆ ย้ายไป ทษช.ยันไม่ขัดแย้ง แต่สู้เต็มที่ในสนามเลือกตั้ง