กาละแมร์ พัชรศรี : โอ้โห…สิงคโปร์

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

เดินมาทางสิงคโปร์ครั้งที่เท่าไหร่ไม่ได้นับ แต่รู้ว่ามาทีไรตะลึงกลับไปทุกครั้ง

ประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่น้อยนิด แต่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ และเจริญมากกว่าประเทศที่มีพื้นที่เยอะหลายร้อยประเทศรวมกันเสียอีก

ครั้งก่อนก็ประทับใจในต้นไม้ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีกฎหมายดูแลรักษาอย่างเข้มงวดแล้ว

ไหนจะการจราจรที่ไม่หนาแน่นติดขัดเอาเป็นเอาตาย เพราะภาษีรถ ค่าที่จอด กฎหมายที่เอารถออกมาวิ่งบนถนนที่ดูตามหมายเลข และการทำใบขับขี่ที่ยากยิ่ง แถมถ้าทำผิดกฎหมายโดนตัดคะแนน จะมาทำบัตรใหม่ก็ลำบาก

รถก็มีอายุการใช้งาน เก่าไปก็ห้ามวิ่ง คือทำให้ทุกอย่างมันยากๆ เข้าไว้ คนก็ไม่เอาออกมาใช้

และเขาก็ทำระบบสาธารณูปโภคให้น่าใช้ รถใต้ดินก็สะดวก ออกจากสถานีเข้าตึกทำงานได้เลย ไม่ต้องโดนแดดโดนฝน

แท็กซี่ก็พูดจาดี รถสะอาด ไม่โกง ยิ่งเห็นเป็นคนไทยยิ่งน่ารักใส่เรา จะเรียก grab ก็สะดวก บางคันก็แนะนำร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวให้อีก

ไม่ใช่แค่แท็กซี่ที่เขาชอบคนไทย เจ้าหน้าที่ พนักงานเขาจะพอจับสำเนียง ภาษาเราได้ เขาจะพูด “สวัสดีครับ” “ขอบคุณคับ” และดีใจที่เจอเรา

หรือเขาอาจจะดีกับคนชาติอื่นๆ ด้วยก็ได้ ซึ่งก็ยิ่งเป็นความน่ารักของคนสิงคโปร์ที่เขามีใจที่รักการบริการและอยากให้คนต่างชาติประทับใจและอยากกลับมาที่ประเทศเขาอีก

 

สิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ตึกรามบ้านช่องผุดขึ้นมากมาย เพื่อนที่เป็นสถาปนิกเคยทำงานอยู่ที่สิงคโปร์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยังตกใจในการโตแบบพรวดๆ เขาชี้ให้ดูตึกที่เคยเป็นตึกที่สูงมากๆ ของสิงคโปร์ วันนี้เป็นตึกเล็กแคระอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตและโรงแรมยักษ์ใหญ่ 3 ตึกเรียงกันและมีเรืออยู่ข้างบนอย่าง Marina Bay Sand

ขอพูดถึงโรงแรมนี้เสียหน่อยเพราะครั้งนี้ได้พักมา

คือมันใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มีตึก 3 ตึก มีห้าง ร้านค้าทุกแบรนด์มารวมตัวกัน ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงหนัง กาสิโน สปา ออนเซน สระว่ายน้ำ ห้องจัดงานเลี้ยง ที่เดินยังไงก็เดินไม่ทั่ว ให้นักช้อปกินอยู่ในนั้นแบบลืมวันลืมคืนเพราะเปิดให้ช้อปถึง 5 ทุ่มเลยทีเดียว

มีสระว่ายน้ำยาวเหยียดบนชั้นบนสุดของโรงแรม มีร้านอาหารได้เห็นวิวสวยๆ อยากวิ่งในสวนตอนเช้าก็ออกมาจากโรงแรมแล้วเจอทางเชื่อมไปสวนได้เลย จะขี่จักรยานหรือจ๊อกกิ้งก็ได้หมด เรียกว่าสะดวกมาก

ตอนนี้ใครมาสิงคโปร์นอกจากจะถ่ายกับสิงโตพ่นน้ำแล้วยังต้องถ่ายตึกโรงแรมนี้กลับไปด้วย

เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของสิงคโปร์ไปแล้ว

 

สิงคโปร์เปิดกว้างด้านการออกแบบตึกหลากหลายมาก ถ้าสังเกตดูจะมีตึกรูปร่างหน้าตาที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหน ไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมธรรมดา แต่มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เขาพัฒนาพอๆ กับรักษาตึกเก่าที่มีอยู่ ย่านตึกเก่าก็ดูแลอย่างดี

โดยเฉพาะย่าน China town เขาตั้งใจทำให้เป็นสัญลักษณ์ของ Street Food เขาเอาร้านรวงที่มีอาหารหลากหลายมารวมกัน เปิดตั้งแต่กลางวันและคึกคักมากช่วงกลางคืน ทำหลังคาสูงๆ เอาไว้ ให้คนที่มาตอนกลางวันไม่ให้รู้สึกร้อนจนเกินไป และถ้าฝนตกก็ยังนั่งกินกันได้

ที่ประทับใจมากคือ เขารักษาความสะอาดเป็นอย่างดี กินเสร็จให้เดินเอาจานชามไปวางให้เป็นที่

 

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพาตัวเองอย่างน่าชื่นชม เขาอกหักจากประเทศอื่นที่หวังจะพึ่งพิงอยู่หลายครั้ง ตั้งแต่สงครามโลกที่ญี่ปุ่นเข้ามา อังกฤษก็หนีหาย จะหวังพึ่งทรัพยากรต่างๆ จากมาเลเซียที่อยู่ติดกัน ให้เงินไปมหาศาล สุดท้ายไม่ได้อย่างที่ต้องการ

ท่านผู้นำ ลี กวน ยู จึงประกาศว่า ถ้าอย่างนั้นเขาจะให้คนทั้งโลกมาพัฒนาสิงคโปร์ มาสร้างประเทศ มาทำให้ก้าวหน้า อะไรที่เราทำไม่ได้ เราจะทำให้ได้

ไม่มีน้ำจืด เขาก็เอาน้ำทะเลมาเข้ากระบวนการออกมาเป็นน้ำจืด ไม่มีที่อยู่อาศัยก็สร้างตึกสวยๆ สูงๆ อยู่กันไปเลย สถาบันการเงิน ธุรกิจต่างๆ ต้องมารวมกันที่นี่ ไม่มีที่ดินก็ถมทะเลเพิ่มพื้นที่ได้

จะมีใครทำสนามเทนนิส สนามฟุตบอลกลางน้ำแบบสิงคโปร์ไหม เมื่อไม่มีก็ทำให้มันมีซะ

และเมื่อพึ่งใครไม่ได้ ก็ต้องยืนได้ด้วยขาของตัวเอง

คนเขาจึงรวมใจกัน สามัคคี อยู่ในระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ที่อาจจะดูเข้มงวด แต่มันจำเป็นถ้าต้องการให้ประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เรียกว่า เจอะมาเยอะ เจ็บมาแยะ แล้วเขาก็ทำให้ทั่วโลกเห็นแสนยานุภาพของเขาได้จริงๆ

ไม่แปลกใจที่คนสิงคโปร์จะรักและเทิดทูนผู้นำเขามาก เพราะเขาเห็นในความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนนั่นเอง

 

ขนาดพอเศรษฐกิจดีขึ้นแล้วจากตอนที่เขาลำบากมากๆ ประเทศต้องการให้เพิ่มประชากร ออกนโยบายลูกคนที่สอง คนที่สาม ยกเว้นภาษีบ้าง เรียนฟรี อยู่ฟรีบ้างก็ยังไม่ได้ผล ขนาดที่ให้ผับเปิดถึงเช้า คนจะได้ไปเที่ยวแล้วมีคู่ สร้างครอบครัวก็ยังไม่ค่อยสำเร็จ เพราะเขาอยู่ในระเบียบวินัยมานาน เรียกว่าแม้ไปผับแต่ก็ยังมีสติ ไม่มีการได้ใครแบบไม่ตั้งใจ

ทางการทหาร สิงคโปร์ก็สร้างกองทัพของตัวเอง ผู้ชายต้องเข้าเป็นทหาร ต้องดูแลร่างกาย ดูแลสุขภาพ เพราะต้องเข้าตรวจเช็กอยู่เสมอ

เขาให้ความใส่ใจเรื่องอาหารการกิน อย่างร้านที่อยู่ตามฟู้ดคอร์ต จะมีสัญลักษณ์ติดไว้เลยว่า ลูกค้าสามารถบอกคนขายให้ทำรสหวานน้อยหรือเค็มน้อยลงได้เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

สิ่งที่ฉันได้จากเรื่องนี้ก็คือ ถ้าเราจะทำจริงๆ ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ เพียงแต่เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ใจที่แข็งแกร่ง ลงมือทำอย่างตั้งใจ มีความสามัคคีกัน ไม่โทษ ไม่อ้าง ไม่หมั่นไส้ ไม่ใส่ร้าย และมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์

นับถือใจสิงคโปร์ค่ะ…

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศอินโดจีน : “พซาร์ ทเมย” สตอรี่
บทความถัดไป“แบงก์เวียตนาม” สยายปีกรุกตลาด ตปท. รองรับลงทุน-การค้าเสรี