รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”/วิธีดูไฝ-ปาน (ต่อ)

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

 

วิธีดูไฝ-ปาน (ต่อ)

 

ในตอนที่แล้ว เรารู้กันแล้วว่า ไฝปานที่ดีมีคุณภาพนั้นจะส่งอานุภาพที่ทำให้ชีวิตของผู้เป็นเจ้าของไฝปานนั้นรุ่งเรืองหรือตกต่ำได้ และสีที่ดีของไฝปานอันเป็นที่นิยมกันนั้นคือสีแดง, ชมพู หรือเขียวอ่อน

ส่วนไฝปานสีดำนั้นเกี่ยวข้องกับดาวบาปเคราะห์ เป็นกาลีตามทักษา … ก็น่าจะเป็นไฝปานที่ไม่ดีใช่ไหม?

ก็ไม่ใช่ว่าไฝหรือปานสีดำจะไม่ดีไปทั้งหมดนะครับ ไฝดำที่ให้คุณก็มี เพราะเป็นไฝดำที่มีเนื้อละเอียดก็ให้คุณจนเจ้าของไฝมีความรุ่งเรืองได้

ส่วนไฝที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือไฝที่มีเนื้อละเอียดอ่อนและมีสีเขียวอ่อนเหมือนกับสีหยก ซึ่งเราเรียกว่า “ไฝหยก” เป็นไฝที่ให้คุณสุดเลิศ

ผมเคยเห็นไฝหยกนี้อยู่บนใบหน้าของท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านมีไฝนี้อยู่ตรงใต้ตา (ข้างไหนผมจำไม่ได้แล้ว)

ไฝเม็ดนี้ทำให้ท่านรุ่งเรืองถึงขนาดได้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย และได้รับเกียรติคุณอย่างหลากหลายจนเป็นที่รู้จักกันทั้งแผ่นดินไทยและต่างประเทศ

แต่ไม่ทราบว่ามีหมอดูคนไหนไปบอกกับท่านให้ไปตัดไฝเม็ดนี้ทิ้งเสีย เพราะมันติดอยู่ใต้ตาดูน่าเกลียด

ท่านชาติชายก็หลงเชื่อไปให้หมอตัดไฝหยกเม็ดนี้ทิ้งไป

คุณเชื่อไหมครับ พอตัดไฝรุ่งเรืองเม็ดนี้ทิ้งไปได้ไม่กี่วัน รัฐบาลของท่านก็ถูกทำรัฐประหาร (รสช.) ตัวท่านตกเก้าอี้ ไม่มีตำแหน่ง เพราะไม่มีไฝหยกคอยปกป้องดูแลครรลองชีวิตให้แล้ว

และอีกเพียงไม่เท่าไร ท่านก็เสียชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย

นี่คือผลของความไม่รู้ของหมอดูคนหนึ่งที่ทำลายท่านชาติชายลงอย่างไม่รู้ตัว

ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็เพราะมันเกี่ยวกับไฝปานนี้พอดี (ไฝ-ปานดูด้วยวิธีเดียวกัน) ผมเองก็มีไฝดีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไฝหยกอย่างท่านชาติชาย เป็นไฝสีน้ำตาลสถิตอยู่ที่หัวตาข้างซ้าย เป็นไฝเม็ดเป้งที่ใครเห็นก็แนะนำให้ผมไปตัดทิ้งเสียเถิด เพราะมันทำลายความหล่อของผมลงไปตั้งเยอะ

แต่ผมไม่เชื่อใครหรอกครับ ผมรู้ดีว่าไฝเม็ดนี้ให้คุณต่อชีวิตผม

เขาปกป้องดูแลผมมานับสิบๆ ปีแล้ว ช่วยผมจากแต่ต้นซึ่งแทบจะไม่มีกิน จนเดี๋ยวนี้สามารถลืมตาอ้าปากมีชีวิตอยู่ชนิดมองหน้าคนได้เต็มตาทีเดียว

มีความอับจนใดๆ เกิดขึ้นผมก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง

นี่ก็คืออำนาจของไฝเนื้อละเอียดอย่างที่ผมยกมาให้ฟังกัน

ทีนี้มาดูภาพของไฝที่อยู่ตามร่างกายเรากันตามภาพประกอบครับ…

นี่เป็นการแสดงถึงตำแหน่งต่างๆ ของไฝ-ปานที่ปรากฏในร่างกายคนเราเท่านั้น ส่วนคุณภาพดี-ร้ายนั้นต้องดูที่เนื้อของไฝเป็นหลัก และประสานด้วยตำแหน่งที่ไฝปานนั้นสถิตอยู่ด้วย

 

ไฝและรอยย่น

 

ในการตรวจดูใบหน้าของมนุษย์ตามหลักของนรลักษณ์ศาสตร์นั้น นอกจากจะตรวจดูอวัยวะต่าง ๆ ตามหลักการที่ได้กำหนดไว้แล้ว สิ่งที่นอกเหนือจากสัดส่วนของอวัยวะที่แสดงถึงคุณโทษนั้นก็คือสิ่งแปลกปลอมที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั่นเอง และสิ่งแปลกปลอมที่ปรากฏให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ ไฝและรอยย่น นี่เอง

เราจะมาคุยถึงเรื่องของรอยย่นกันก่อน

รอยย่นนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งใบหน้า แต่การปรากฏขึ้นตรงส่วนไหนหรืออวัยวะใด จะบ่งบอกถึงความหมายที่ต่างกันไป

รอยย่นบางตำแหน่งจะปรากฏให้เห็นเป็นรอยย่นจริงๆ แต่บางแห่งจะปรากฏเป็นเส้นที่มีรอยลึกอย่างเห็นได้ชัด

บางแห่งก็เป็นเพียงรอยย่นเล็กๆ หรือเพียงเส้นเล็กๆ บางๆ เส้นหรือรอยย่นที่เล็กหรือบางมาก อิทธิพลจะน้อยหรือแทบไม่มีเลย แต่ถ้าเป็นเส้นที่ลึกหรือรอยย่นที่ปรากฏเห็นชัด อิทธิพลก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

อิทธิพลของมัน ไม่ว่าจะเป็นไฝหรือรอยย่นหรือปาน จะมีทั้งที่เป็นโชคหรือเป็นเคราะห์ก็ได้

อวัยวะส่วนที่เรามักจะพบเห็นรอยย่นกันมากที่สุดก็คือที่ หน้าผาก ในขณะที่อายุยังอยู่ในวัยต้นหรือปฐมวัย รอยย่นที่หน้าผากมักไม่ค่อยปรากฏ พอล่วงเข้ามัชฌิมวัยก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นขึ้นตั้งแต่จางๆ จนเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

รอยย่นที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณหรือโทษของเหตุการณ์ที่จะปรากฏขึ้นกับเจ้าตัว ซึ่งความจริงแล้วมันก็คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะต้องเป็นไปนั่นเอง เพียงแต่นรลักษณ์ศาสตร์นำมาบันทึกรวบรวมไว้ให้เราได้ใช้ในการพิจารณาถึงสิ่งดีร้ายที่จะมากระทบกับเรานั่นเอง

เหมือนอย่างคนที่มีความทุกข์  ก็เพราะมีเรื่องที่ต้องคิดมาก เมื่อใช้ความคิดมากจิตใจก็จะเครียด เมื่อเกิดความเครียด กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็จะหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อกดตัวนานเข้าก็จะทำให้เกิดรอยย่นขึ้นตามแนวนั้น พอเราเห็นรอยย่นที่เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นความทุกข์ เราก็บอกได้ว่า เขาผู้นั้นกำลังมีความทุกข์อยู่ อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าเรารู้ หลัก ในการเกิดของรอยย่นและรู้ถึงความหมายของมันแล้ว เราก็สามารถที่จะบอกได้ทันทีที่เห็นว่า เจ้าของใบหน้าที่มีรอยย่นนั้น จะได้รับสิ่งที่ดีร้ายอย่างไร

รอยย่นที่เป็นสิ่งดีก็มี เพราะเมื่อคนเราบังเกิดความสุข หรือมีความหวังที่มองเห็นความสำเร็จอยู่ไม่ไกลนัก จิตใจที่มีสุขก็จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เกร็งตัวหรือขยายตัวตามแต่ลักษณะของความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น และนั่นก็คือเครื่องหมายที่เป็นรอยย่นให้เราอ่านได้นั่นเอง

เนื้อที่หมดลงอีกแล้ว เอาไว้ฉบับหน้าเรามาทำความรู้จักกับรอยย่นกันนะครับ ว่ารอยย่นอย่างไรดีอย่างไรเสีย ติดตามกันนะครับ

บทความก่อนหน้านี้บทความของนงนุช สิงหเดชะ เรื่อง “เกาะโต๊ะ” แล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้/จดหมายฉบับประจำวันที่ 26 ค.ต.- 1 พ.ย. 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว” / ทาร์ตขนมปังไส้ไก่