“ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” แต่งตั้งสีกากี 2561 สแกนผลงานจัดทัพ “จักรทิพย์ 4”

เรื่องเล่าในวงสีกากี นายตำรวจนักสืบบัดดี้รุ่นน้องนายตำรวจใหญ่ อกหักซ้ำซากกับการแต่งตั้งนายพลสีกากี ในยุคที่พี่รักผู้เป็นนายเป็นใหญ่ นักสืบมือดีผลงานทีมแกะรอยตามจับคนร้ายฉกาจฉกรรจ์มานับไม่ถ้วน เมื่อครบเกณฑ์ขยับเป็นนายพล ลูกพี่มีดีกรีพอตัว แต่เสมือนมีอำนาจ จะดันน้องรักมือทำงานเป็นนายพล ไม่มีสิทธิตัดสินใจ ต้องจูงมือน้องชายคนทำงาน พาเข้าบ้านหลังใหญ่ จนน้องชายได้รับความเอ็นดู จึงมีสิทธิขยับเป็นนายพลในจังหวัดแดนไกล ต่อมารุ่นพี่พอมีพลังหน่อยได้ขยับน้องมาในตำแหน่งดีได้ทำงานในหน่วยเกรดเอ

ถึงเกณฑ์พอจะเลื่อนขั้น พี่ยังพอมีเพาเวอร์ก็ดันสุดแรงอยากให้น้องคนทำงานขยับ ปีแรกพลาดหวัง ปีต่อมาพี่มีความตั้งใจ ด้วยอำนาจที่เสมือนมี ตั้งใจดันรุ่นน้องมือทำงานขยับอีกสเต็ป พลาดขบวนแรก หมายมั่นดันเข้าขบวนเก็บตก แต่ถูกรถไฟความเร็วสูงตัดตกขบวน คว่ำทั้งโบกี้ ทั้งน้องมือทำงานและคนอื่นๆ

เป็นเรื่องเล่ากระซิบกระซาบในวงตำรวจ ควันจางๆ หลังการแต่งตั้งนายพลตำรวจ วาระ 2561

จริงแค่ไหนคงยากที่ใครจะคอนเฟิร์มยืนยันชี้เป้า แต่ในแวดวงสีกากีพูดกัน

เรื่องนี้สะท้อนความเจ็บช้ำในอกตำรวจไทย ยุคที่เสมือนเป็นใหญ่ แต่คนมีอำนาจจะแต่งตั้งโปรโมตคนทำงานใกล้ชิดตามสมควรยังทำแทบไม่ได้ จนมีคำถามในวงสีกากี อำนาจจริงๆ อยู่ที่ใคร!!??

จัดทัพปรับกระบวนนายพลตำรวจเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนสีกากีไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าของนามเรียกขาน “พิทักษ์ 1” นำรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจผู้บังคับการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) 2 บัญชี เข้า “บอร์ดใหญ่สีกากี” คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กดไฟเขียวประทับตราไปเมื่อนัดประชุมที่ 9 และ 10/2561 ที่ผ่านมา ทั้งวาระหลักและวาระรอง เก็บตก 6 เก้าอี้เกษียณก่อนกำหนด

รวม 2 บัญชี หมุนเวียนแต่งตั้งทั้งสิ้น 255 ตำแหน่ง บวก 12 ตำแหน่ง เป็น 267 ตำแหน่ง

กว่าจะสะเด็ดน้ำ โผลงตัว 267 เก้าอี้ นำรายชื่อเข้า ก.ตร. พลิกกันหลายตลบ กางชื่อไล่บัญชี ยกภาษิต “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ในวงการสีกากีอ่านกันออกฝีมือใครร่างและทำบัญชี?

ดูได้ไม่ยาก คนของใคร วอลล์เปเปอร์บิ๊กคนไหนผงาดขึ้น สายใครขยับ นั่งเก้าอี้หน่วยแอ๊กชั่น หน่วยพื้นที่ กองบัญชาการ กองบังคับการสายปฏิบัติ อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สอบสวนกลาง นครบาล ภูธรภาค สีกากีให้เครดิต นี่ “สายแข็ง” ของจริง สายไหนที่พอได้ขึ้น ได้ขยับ ตามวงการสีกากีเรียกอัตราตามโควต้า แต่ได้ตำแหน่งปักป้ายจเร ตำแหน่งประจำ หรือหน่วยอำนวยการสนับสนุน สีกากีรับรู้สายอ่อนพลังตก

งานนี้ หลัง ก.ตร. “พิทักษ์ 1” ออกมายืดอกทำเองคนเดียว คำตอบตามกฎหมายอำนาจแต่งตั้งเป็นของ ผบ.ตร.

แต่อิทธิพลต่อการตัดสินใจแต่งตั้งอยู่ที่ใคร กฎหมายไม่ได้ระบุ!!

สำหรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ นับแต่ 1 ตุลาคมขึ้นปีงบประมาณ 2562 ก้าวสู่ปีที่ 4 บนเก้าอี้ ผบ.ตร. นับแต่ยุค พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นต้นมา ถึงยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ถือว่าสร้างสถิติครองตำแหน่งผู้นำสีกากีได้ยาวนาน

ปัจจัยหลักค้ำเก้าอี้ ผบ.ตร. นอกจากผลงานแล้ว คือความไว้วางใจจากรัฐบาลผู้มีอำนาจ

ตลอด 3 ปีเต็มบนตำแหน่ง ผบ.ตร. ผ่านร้อนหนาว เผชิญแรงสั่นไหว ผ่านแรงเสียดทานนับไม่ถ้วน

หลายครั้งกระแสข่าวหนาหู “บิ๊กแป๊ะ” เก้าอี้โยกคลอน จะถูกเปลี่ยน แต่ “พล.ต.อ.จักรทิพย์” ผ่านมาได้อย่างสายแข็ง

ผลงานด้านการสืบสวนสอบสวนปิดคดีสำคัญสะเทือนขวัญ นำทัพตำรวจปฏิบัติการช่วยชาติฝ่าวิกฤตมาหลายครั้ง บิ๊กแป๊ะได้เกรดเอ ยิ่งกว่าสอบผ่าน ด้านการบริหารจัดทัพโยกย้ายแต่งตั้งเรื่องสำคัญเกี่ยวกับขวัญสีกากี 3 ปี 3 วาระผ่านมา ในส่วนที่ทำได้ปัจจัยเปิด บิ๊กแป๊ะทำเต็มที่ โอกาสที่มีได้

วางกำลังคนไว้ใจ เป็นแม่ทัพคุมหน่วยกลไกทำงานสำคัญได้ตามสมควร!!

สแกนรายชื่อทัพใหม่ ยุค “บิ๊กแป๊ะ” ปีที่ 4

1 ผบ.ตร. 5 รอง ผบ.ตร. 1 จเรตำรวจแห่งชาติ 7 เสียงใน ก.ตร.บอร์ดใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสียงของนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 36 เข้มแข็ง มี 3 นรต.36 “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ นำขบวน “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ “บิ๊กช้าง” พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รักษาการรอง ผบ.ตร. สมทบ รองลงมาเสียง นรต.35 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นรต.34 มี “บิ๊กจุก” พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. และ นรต.37 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.

ในส่วนนครบาล ยุค “บิ๊กแป๊ะ” ปี 4 จัดทัพใหม่ ถ่ายเลือดนำเข้ารอง ผบช.น.ใหม่มากกว่าครึ่ง ตั้ง “พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น” นรต.36 โยกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปักหมุดนครบาล งานนี้เคยสะพัดดังชื่อ นรต.36 อีกคนปักป้ายจอง แต่เพียงลือ ไม่มีอะไรสำทับ ชื่อ “บิ๊กบัว” เพื่อน “บิ๊กแป๊ะ” จึงนอนมา มี พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ นรต.36 จากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ย้ายมาเป็นรอง ผบช.น. วางตัวคุมงานสืบสวน

ทัพเมืองหลวงอาจเรียกได้ว่าบิ๊กแป๊ะจัดเอง!!

ขณะที่เก้าอี้ไฮไลต์นอนมาปักป้ายจองมาแต่แรก “ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” เมื่อดันบิ๊กบัวเพื่อนบิ๊กแป๊ะลุก เปิดว่าง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล นายพลมาแรง อนาคตไกลปักหมุดเป็นนายพลหนุ่ม ว่าที่ พล.ต.ท. อายุน้อยสุด เป็น นรต.47 ที่ยุคนี้สื่อน้อยใหญ่กระพือผลงานที่เดอะโจ๊กใช้ศักยภาพสร้างผลงานเข้มแข็ง สังคมรู้จักตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อจะขึ้นเก้าอี้ ผบช. จึงไร้เสียงค้าน ผนวกพลังเพาเวอร์ที่ในแวดวงการเมือง วงการสีกากีรับทราบตำแหน่งห้อยท้ายผู้ช่วยโฆษกส่วนตัวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพลังแบ๊กอัพสำคัญ!!

แต่งตั้งครั้งนี้บิ๊กโจ๊กไม่ได้มาวินคนเดียว ทีมทำงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปราบแก๊งแสร้งรักออนไลน์ ขยับขึ้นยกแผง พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม นรต.38 ขึ้นผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง นรต.46 ขึ้น ผบก.ตม.3 เสริมทัพ ว่าที่ ผบช.สตม. ส่วนบัดดี้ทีมงานบิ๊กโจ๊กอีกคน พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ เพื่อนร่วมรุ่น นรต. 47 นั่งผู้บังคับการจราจร สังกัดนครบาล ทีมนายพลคนหนุ่มมือทำงาน!

ยกมาเป็นตัวอย่างพอให้เห็นในการแต่งตั้งสีกากี วาระ 2561 สะท้อนให้เห็นพลังในการแต่งตั้งตำรวจยุคนี้!!??

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ พิจิตร : ปฏิกิริยาจาก “อาจารย์นิธิ” ต่อการสอนความคิดทางการเมืองไทยของ “ชัยอนันต์-สมบัติ”
บทความถัดไป“มาร์ค” แนะกกต. แจง ร่นเวลารับรองพรรคใหม่เร็วขึ้นเอื้อ พปชร. หรือไม่