บทวิเคราะห์ : นักท่องเที่ยวจีน กับปัญหาท่องเที่ยวไทย

ประเด็นว่าด้วยนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยลดลงอย่างมาก ทั้งๆ ที่ในห้วงเวลานี้คือเทศกาลท่องเที่ยววันหยุดยาวที่สำคัญที่สุดในรอบปีของชาวจีน ถึงขนาดเรียกกันว่า “โกลเด้นวีก” กลายเป็นประเด็นหลักในสื่อต่างชาติ โดยเฉพาะสื่อในแวดวงการท่องเที่ยวทั้งหลาย

ด้วยเหตุผลที่ว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งในเวลานี้ถือเป็นแหล่งที่มาของรายได้สำคัญที่สุดของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 5 ของผลผลิตทางเศรษฐกิจรวมเลยทีเดียว

บลูมเบิร์กให้ข้อมูลเอาไว้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนมายังประเทศไทยในเดือนสิงหาคม ลดลงมากถึง 12 เปอร์เซ็นต์

ในขณะที่สภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเสียใหม่ว่าน่าจะลดลงราว 1 ใน 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคมจนถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

โดยปีนี้จะเหลือนักท่องเที่ยวจีนมาไทยอยู่ที่ราว 1.9 ล้านคนเท่านั้นเอง

 

บล๊อกการท่องเที่ยวออนไลน์ชื่อดังอย่าง “ทราเวล เดลี” (ทีดี) เผยแพร่ข้อเขียนของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “คริสติน” เมื่อ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มีรายละเอียดหลายอย่างเพิ่มเติมเข้ามาอย่างน่าสนใจ

เริ่มตั้งแต่เรื่องของเหตุปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหดหายกันก่อน “คริสติน” แจกแจงสาเหตุหลัก 3 อย่าง ซึ่งเหมือนๆ กับที่หยิบยกกันไปอ้างอิงในทุกๆ สื่อ แรกสุดคือ เรื่องเรือท่องเที่ยว “ฟีนิกซ์” ล่มที่ภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น 47 ราย แล้วให้รายละเอียดของผลกระทบเอาไว้ดังนี้

“หลังเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น นักท่องเที่ยวชาวจีนยกเลิกคำสั่งจองห้องพักของโรงแรมในไทยระหว่างเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคม รวมทั้งหมด 7,300 ห้อง และตัวเลขการยกเลิกยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับภูเก็ตแล้ว ความเสียหายจากการยกเลิกการจองห้องพักประเมินกันไว้ว่าคิดเป็นราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจทั้งหมด”

 

ไม่เพียงเท่านั้น “คริสติน” ยังหยิบรายงานของ “ฟอร์เวิร์ดคีย์ส” บริษัทวิจัยการท่องเที่ยว ที่ระบุข้อมูลเอาไว้สอดคล้องกันดังนี้

“รายงานของฟอร์เวิร์ดคีย์สเปิดเผยเอาไว้ว่า ระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคมจนถึง 4 กันยายนนี้ ยอดจองตั๋วเครื่องบินจากจีนมายังไทยลดลงจนเห็นได้ชัดถึง 52.3 เปอร์เซ็นต์ ยังแสดงให้เห็นว่า การเดินทางจากจีนมายังไทยในช่วงเทศกาลโกลเด้นวีก ระหว่าง 18 กันยายนจนถึง 8 ตุลาคมนี้จะลดลงมากถึง 27 เปอร์เซ็นต์ เมื่อยอดการจองสำหรับการเดินทางในช่วงดังกล่าวพลิกผันไปในทางลบสำหรับตลาดเอาต์บาวด์ของชาวจีน”

“คริสติน” ยังแจกแจงปัญหาใหญ่ถัดมาว่า คือกรณีของ “เหม่ย จี” นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เกิดทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของสนามบินดอนเมือง ซึ่งลุแก่โทสะตบหน้านักท่องเที่ยวรายนี้ไป แต่ถูกถ่ายคลิปเอาไว้และกลายเป็น “ไวรัล” ระบาดไปทั่วโลกออนไลน์ในเมืองจีน ที่เดือดร้อนถึงนายกรัฐมนตรีต้องออกมา “ขอโทษ” ด้วยตัวเอง ตำหนิเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไม่สามารถคุมอารมณ์ และดำเนินการไปตามกฎ ตามขั้นตอนที่ควรเป็นได้

สาเหตุหลักประการที่ 3 ก็คือ ภาพลักษณ์ของไทยที่กลายเป็นแหล่งระบาดของไข้เลือดออก ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 71 ราย กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มีผู้ป่วยมากกว่า 57,000 รายใน 27 พื้นที่แล้ว

“คริสติน” บอกว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวจีนตลอดปีนี้ให้ลดลง 670,000 คน เหลือเพียง 5.1 ล้านคนเท่านั้น

กระทรวงแจกแจงว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2017 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้ว รายหนึ่งๆ ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,553 ดอลลาร์

ดังนั้น มูลค่าที่หดหายไปของนักท่องเที่ยวจีนข้างต้นจึงตีเป็นเม็ดเงินได้ราวๆ 1,040 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยได้ประมาณ 33,670 ล้านบาทครับ

 

“คริสติน” ชี้ให้เห็นว่า อานุภาพเชิงเศรษฐกิจของนักท่องเที่ยวจีนในยามนี้นั้นสูงมาก สูงถึงขนาดทางการจีนเคยใช้เป็น “อาวุธ” เล่นงานเกาหลีใต้มาแล้วเมื่อครั้งที่ขัดแย้งกันเรื่องการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ “ทาดด์” ที่เล่นเอาเกาหลีใต้สูญเสียรายได้ไปเกือบๆ 7,000 ล้านดอลลาร์

ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงแค่การเข้มงวดเอากับเอเยนซี่ท่องเที่ยวออนไลน์ของจีนให้ปรับปรุงระบบการช่วยเหลือและกู้ภัยฉุกเฉิน, การบริการในประเทศปลายทาง, จัดซื้อประกันภัยที่เชื่อถือได้ เท่านั้นนักท่องเที่ยวหายเกือบเกลี้ยง

ปัญหาของไทยและเกาหลีใต้ต่างกัน และเป็นเรื่องเชิงจิตวิทยามากกว่าจะเป็นเรื่องถูกใช้เป็นอาวุธ

กระนั้นสิ่งที่สื่อต่างชาติมักละเลยไปเสมอก็คือ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวจีนก่อปัญหาให้กับการท่องเที่ยวไทยไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงขนาดผู้ให้บริการท่องเที่ยวชาวไทยส่ายหัวเดียะไปตามๆ กันก็มีมาแล้ว

จุดที่เหมาะสมก็คือ ทำอย่างไร ต่างฝ่ายต่างช่วยกันขจัด “ส่วนน้อย” ที่ไม่เหมาะสมของทั้งสองฝ่ายออกไป

ถ้าทำได้ ผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนกับการท่องเที่ยวไทยจะแฮปปี้ไปด้วยกัน พร้อมๆ กันครับ

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : สถานการณ์ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แนวรบ ยังไม่เคย เปลี่ยนแปลง
บทความถัดไปดวงท่านวันนี้ ประจำวันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2561 โดย : สมชาย เกียรติ์ภราดร