กาละแมร์ พัชรศรี : ขนมแห่งความรัก

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

เวลาที่ฉันจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งในชีวิต ฉันมีเป้าหมายที่ชัดเจนเสมอ และมีเหตุผลในการลงมือทำสิ่งนั้นทุกครั้ง

เหมือนกับการทำขนมแห่งความรักที่ชื่อ Powerballs by Kalamare ที่ฉันเล่าเรื่องราวการเดินทางให้ผู้อ่านได้ทราบอย่างสม่ำเสมอ

และแล้วมันก็ได้เดินทางมาถึงในจุดต้นกำเนิดเมื่อถึงเวลาของมัน ซึ่งเป็นวันที่ฉันเฝ้ารอมานาน…

ฉันตั้งใจที่จะตีตั๋วดูหนังเรื่อง 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าวให้ได้ ติดแต่ช่วงที่หนังเข้าฉันเดินทางบ่อยมาก ใจก็กลัวว่าหนังจะออกจากโรงไปเสียก่อน แต่โชคดีที่กลับมาหนังยังอยู่ในโรง ฉันเข้าไปดูคนเดียวแบบไม่ต้องรอถามใครให้เสียเวลา เสียดายว่าคนดูในโรงน้อยมาก

เพราะเมื่อดูจบแล้ว ฉันอยากให้คนไทยได้ดูหนังเรื่องนี้เยอะๆ เพื่อที่จะได้กลับมาถามตัวเองว่า “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”

และเราจะได้หาคำตอบให้มัน

 

สําหรับฉันแล้ว สิ่งที่พลาดที่สุดในการเข้าไปดูหนังเรื่องนี้คือ “ลืมเอากระดาษทิชชู่เข้าไป” การร้องไห้โดยต้องใช้มือปาดไปเรื่อยๆ แล้วเช็ดกับกางเกง มันดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

แต่ก็นั่นแหละ มันก็เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ผู้ชายชื่อ “ตูน” ได้ลงมือทำเพื่อคนอื่น

ออกจากโรงมา ฉันโทร.หาวู้ดดี้เพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปรกตินัก พยายามกลั้นน้ำตากลางร้านกาแฟ และบอกสิ่งที่ฉันต้องการจะทำ

ขนมที่อร่อยกินแล้วไม่พัง แล้วคนอุดหนุนกันไม่ขาดสาย มันทำให้ฉันมีความสุขในแง่ที่ว่า คนชอบในสิ่งที่เราทำ มันทำให้คนได้กินขนมที่ดีต่อสุขภาพ มันได้ส่งต่อลักษณะนิสัยที่คิดก่อนกินมากขึ้น เวลาที่คนเขียนคอมเมนต์กลับมา เราดีใจทุกครั้ง

แต่คุณรู้ไหมว่า คนที่ทำให้เกิดขนมอันนี้คือใคร…

ใช่ค่ะ พี่ตูนนั่นเอง

ในวันที่ฉันได้ไปวิ่งกับพี่ตูนปลายปีที่แล้ว ด้วยความรักใคร เรามักจะถามว่าเขากินอะไรก่อนจะไปวิ่ง

ก้อยตอบว่า “พี่ตูนเขาก็กินคุกกี้แห้งๆ กับขนมปังอะไรของเขาไปอ่ะค่ะ”

ในใจเราคิดว่า นี่พี่ตูนนะ ที่เขากำลังวิ่งเพื่อระดมเงินช่วยคนทั้งประเทศนะ เขาจะมากินคุกกี้แห้งแบบนี้ได้ไง เขาควรต้องได้กินของดีๆ สิ

กลับบ้านไป ฉันลงมือทำขนมนี้ขึ้นมาทันที มันเป็นขนมที่ฉันทำกินเองอยู่แล้ว กินก่อนออกกำลังกาย กินแทนขนมหวานๆ ปั้นๆๆๆ ส่งให้พี่ตูน ก้อย และทีมงานสิบกว่ากล่อง ก็ไม่รู้ว่าเขาได้กินไหม (ฮา) ทุกวันนี้ยังไม่กล้าถาม กลัวได้คำตอบ (ฮาไปอีก)

แต่พอถ่ายรูปลงไอจี เฟซบุ๊ก คนก็ถามว่าขนมอะไร ทำขายไหม อยากกิน

เผอิญว่าวู้ดดี้กำลังจะจัดงาน fit fest สำหรับคนรักสุขภาพ รักการออกกำลังกาย ก็เลยคิดว่าไปขายเล่นๆ ก็ได้

 

ปรากฏว่าวันแรกขายดีมาก ต้องกลับบ้านมาปั้นต่อเพื่อเอาไปขายอีกวัน

หลังจากนั้นก็ขายมาโดยตลอด มันเกินความคาดหมายจริงๆ

เมื่อดูหนังเรื่องนั้นจบ ฉันมานั่งคิดว่า เราอยากจะช่วยสนับสนุนพี่ตูนอีก

เอ๊ะ พี่ตูนจะมาวิ่งงาน fit fest ปีที่ 2 ด้วยนี่นา

เอ๊ะ งานนี้เราเอาขนมมาขายครั้งแรกนี่นา

เอ๊ะ นี่มันคือ 2 วาระที่ทำให้เกิดขนมนี้ขึ้นมานี่นา

เอ๊ะ นี่คือเวลาที่เรารอคอยนี่นา

ใช่แล้ววววววว ฉันรอเวลานี้นี่นา วันที่บอกขอบคุณพี่ตูนที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันได้ทำขนมแห่งความรักนี้ขึ้นมา ขอบคุณวู้ดดี้ที่ให้เพื่อนได้ขายขนมในงานวันนั้นจนมีวันนี้

และที่สำคัญ ฉันได้ความรัก แรงสนับสนุนจากคนไทยเยอะมาก ถึงเวลาที่ฉันจะมอบมันกลับคืนสู่ประเทศ

ฉันจึงมอบเงินจากการขายขนม Powerballs by Kalamare กับพี่ตูน เพื่อสมทบทุนการสร้างตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช

 

พี่ตูนไม่รู้เรื่องนี้เลย จนถึงเวลาที่วู้ดดี้ส่งไมค์ให้ฉันพูดเรื่องนี้กับพี่ตูนด้วยตัวเอง พี่ตูนกับก้อยตกใจเล็กน้อย ตรงเข้ากอดฉัน ฉันจะร้องไห้ตรงนั้นแต่ต้องกลั้นน้ำตาไว้

พี่ตูนบอกว่าชอบป้ายที่ทำมาให้ ขอไปเลยได้ไหม ฉันพยักหน้า

มันเป็นป้ายที่มีความหมาย มีพี่ตูนกำลังวิ่งชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้า และมีขนม Powerballs รสชาติต่างๆ เป็นเลขศูนย์ 6 ตัวตามท้าย

มันครบแล้ว มันจบกระบวนการ ตั้งแต่เริ่ม ลงมือทำ และย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เราได้ทำในสิ่งที่เราถนัด พี่ตูนก็ได้ทำในสิ่งที่เขาถนัดและอยากทำ

แต่มีจุดหมายเดียวกันคือ ทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยด้วยกัน

ตายตาหลับแล้วค่ะ…