ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ อาชีวะล้านชีวิตเลิก “ตีกัน”?!?

นับแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงวันนี้ยังไม่มีวันไหนที่ความเศร้าโศกจางหายไปจากใจคนไทย ทว่า คนกลุ่มหนึ่งได้ใช้ความเศร้าโศกดังกล่าวมาแปลงเป็นพลังในการขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

โดย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้มาร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ใช้โอกาสดังกล่าวมาผลักดันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาจากสถาบันต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5 สถาบัน จำนวน 400 คน มาทำกิจกรรมนั่งสมาธิและปฏิญาณตนว่าจะไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา

ว่าไปแล้วชื่อของ พล.ต.อ.สุทธิ ขึ้นชื่อในเรื่องการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาท

โดยก่อนนี้ได้นำนักศึกษาสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทมาเข้าโครงการเรียนช่างคนละที่ แต่สีเดียวกัน ไปเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนทำให้ปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ที่ท่านดูแลอยู่ลดน้อยลงตามลำดับ

มาวันนี้ไอเดียในการดึงนักศึกษาในโครงการเรียนช่างคนละที่แต่สีเดียวกัน มาปฏิญาณตนว่าจะทำความดี เป็นลูกที่ดี ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำลายชื่อเสียงของจังหวัด และรักสามัคคีกัน เพื่อถวายพ่อหลวง ได้จุดประกายให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำมาต่อยอดขยายผล

โดยได้มอบหมายให้เด็กอาชีวศึกษาทั่วประเทศมาปฏิญาณตนในลักษณะเดียวกันในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ. ระบุว่า ได้รับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. มาหารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อให้เด็กอาชีวะได้จัดกิจกรรม “999,999 คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์” เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่จะจัด คือ ให้เด็กอาชีวะทั่วประเทศ ทั้งรัฐและเอกชนรวม 914 แห่ง มาปฏิญาณตน อาชีวะสมานฉันท์ พร้อมกันในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 09.09 น.

โดยสถานศึกษาอาชีวศึกษาในต่างจังหวัด ให้ไปรวมตัวปฏิญาณตนที่ศาลาจังหวัดทั่วประเทศ

ส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้รวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปยังท้องสนามหลวง เพื่อรับโอวาทจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ ก่อนจะกล่าวปฏิญาณตนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน

“เป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ต้องการให้ใช้โอกาสนี้ ชวนเด็กอาชีวะมาทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยร่วมกันปฏิญาณตนว่า ต่อไปจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เนื่องจากเด็กอาชีวะทุกคนเป็นคนไทยที่รักในหลวงและอยากทำความดีถวายพระองค์ท่าน ฉะนั้น ถ้าเด็กอาชีวะไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันแล้ว นอกจากจะสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครอง สังคมไทยก็จะมีความสุข สอดรับกับพระราชปณิธานของพระองค์ท่านที่อยากให้คนไทยมีความสุข เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับชาวอาชีวศึกษา”

นายชัยพฤกษ์ กล่าว

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) บอกว่า ได้สั่งการให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ จัดกิจกรรมแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่านตลอดทั้งปี

โดยกิจกรรมที่จะจัดขอให้สอดคล้องกับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งขณะนี้มีตัวอย่างกิจกรรมแล้วกว่า 90 กิจกรรม

อาทิ การสร้างฝายกั้นน้ำ การทำความสะอาดวัด เป็นต้น

และในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 09.09 น. นักเรียน นักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศจะร่วมกันจัดกิจกรรมสำคัญ ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์

โดยในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมปฏิญาณตน จำนวน 9,999 คน ทั่วประเทศรวม 999,999 คน เพื่อเป็นการแสดงพลังและปฏิญาณร่วมกันว่าต่อไปเด็กอาชีวะจะไม่ก่อปัญหาทะเลาะวิวาท มีความสมานฉันท์และปฏิบัติตามพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9

หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแนวคิดที่เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะกระแสคอมเมนต์ในโลกโซเชียล มองว่าคนที่มาปฏิญาณตน ย่อมเป็นเด็กดีที่ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทอยู่แล้ว

ส่วนคนที่ก่อเหตุมักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การนำมาปฏิญาณตนเหมือนเป็นการบังคับมากกว่าสมัครใจ จึงมองว่าเป็นไปได้ยากที่จะแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทได้

อย่างไรก็ตาม ศิษย์เก่าน้ำดีอย่าง นายกษมา ถาวร ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ผู้จัดการบริษัท กษมา เฮลิคอปเตอร์ จำกัด เจ้าของผลงาน ฮ.บังคับสีหมอก ซึ่งได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย ประจำปี 2559 จากงานไทยแลนด์ อินดัสตรี เอ็กซ์โป 2016 กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าว เพราะในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นศูนย์รวมจิตใจ ใครๆ ก็อยากทำดีเพื่อถวายพระองค์ท่าน

การปฏิญาณตนจะช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดี อย่างน้อยก็ช่วยเตือนใจตัวเองและเพื่อนๆ ไม่ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือทำไม่ดี เช่น ชักชวนกันไปดื่มสุรา ฯลฯ

ปัญหาการใช้ความรุนแรงส่วนมากเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ถ้าเราฉุกใจคิดได้ว่าเคยปฏิญาณตนเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว เราก็จะยับยั้งชั่งใจได้มากขึ้นหรือลดเหตุไปได้ และที่สำคัญจะเกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ แน่นอนว่าปัญหาการก่อเหตุทะเลาะไม่หมดไปในทันที แต่อย่างน้อยก็ดีกว่า คิดว่าทำไปแล้วไม่ดีขึ้น ก็เลยไม่ทำอะไรเลย แบบนี้ย่อมไม่ดีแน่

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะใช้โอกาสนี้มาปฏิญาณตนว่าจะไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้ว อยากให้เพิ่มวัตถุประสงค์ในเรื่องทำความดีอื่นๆ ถวายพระองค์ท่านด้วย ก็จะดีมากยิ่งขึ้น

จิตสำนึก จะว่าปลูกฝังยากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย แต่หากเราตั้งใจจริงที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน

เชื่อว่าแรงศรัทธาที่มีต่อพระองค์ท่าน จะช่วยพลิกโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอาชีวะได้…

บทความก่อนหน้านี้“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เปิดใจ ขอแก้โจทย์หิน…ก่อนอำลาการเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจ-ปฏิรูปประเทศ
บทความถัดไป“โชคดีอย่างยิ่งของคนไทยที่ได้มีชีวิตในยุคของพระองค์” สดุดีจาก “ยูเอ็นจีเอ”