รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”/เล่นนวางศ์-เล่นยังไง? (ต่อ)

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

 

เล่นนวางศ์-เล่นยังไง? (ต่อ)

 

เพราะราศีมิถุนเป็นภพ ศุภะ ของเจ้าชาตาน่ะซี

นอกจากราศีมิถุนจะเป็นภพ ศุภะ แล้ว ยังมีดาวพุธเจ้าเรือนสถิตร่วมเป็นเกษตรอยู่ด้วยอีก แสดงถึงความเข้มแข็งของดาวอาทิตย์มากขึ้น เพราะมีพลังจากส่วนฐานที่ดาวพุธส่งมาให้ และดาวพุธในราศีจักรก็สถิตร่วมกับดาวอาทิตย์ในราศีเมษภพปัตนิอยู่แล้วด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างพุธกับอาทิตย์จึงแนบแน่นกันด้วยดี แถมดาวพุธกับดาวอังคารยัง แลกเรือน เกษตรกันอีก ทำให้ความมั่นคงมีเพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย

สรุปก็คือ ในดวงนวางศ์จักร เราอ่านดาวอาทิตย์ได้ว่า เป็นดาวที่ดีที่จะส่งผลดีให้กับชีวิตของเจ้าชาตานี้ได้อย่างแน่นอน

นี่คือวิธีการที่ผมใช้อ่านดาวในนวางศ์จักร และยกเอาเพียงอาทิตย์ดวงเดียวมาอ่านให้ดู ในการอ่านดาวดวงอื่นก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้แหละ คือจับดาวดวงที่เราต้องการอ่านมาสำรวจดูว่า ดำรงคุณค่าอย่างไรในดวงราศีจักร

และมาอยู่ในภพอะไรในดวงนวางศ์จักร (โดยใช้ลัคนาของดาวราศีจักรเป็นตัวอ่านเท่านั้น)

การอ่านดวงนวางศ์จักรนี้ ห้ามเด็ดขาดที่จะนำเอา ลัคนา ในดวงนวางศ์จักรมาตั้งภพขึ้นใหม่อีก

การทำอย่างนั้นผมเห็นว่าเป็นความผิดอย่างฉกรรจ์

เพราะมันจะสร้างความขัดแย้งทำให้การพยากรณ์ลำบากมากขึ้น อาทิ ดวงตัวอย่างที่ยกมานี้ ถ้าจะใช้ลัคนาในดวงนวางศ์จักรมาอ่าน ดาวอาทิตย์จะกลายเป็น “เสีย” ทันที เพราะจะอยู่ในภพ มรณะ ของลัคนาดวงนวางศ์

ซึ่งถ้าอ่านอย่างนี้ ก็ผิดอย่างมหาศาลเลย

 

ยกตัวอย่างอีกดาวหนึ่งก็ได้

เอาดาวศุกร์ก็แล้วกัน ดาวศุกร์นั้นทำหน้าที่ ตนุลัคน์ และ มรณะลัคน์ สถิตอยู่ที่ราศีมีนภพ อริ ของราศีจักร ได้มาตรฐานเป็น อุจจ์ ด้วย ตนุลัคน์เป็นอุจจ์นี่นักศึกษาทุกคนก็คงแปลได้แล้วว่า เจ้าชาตาจะต้องมีความสูงส่งอยู่ในตัวแน่ เพราะอุจจ์แปลว่าสูง แต่เนื่องจากอยู่ในภพอริ จึงแปลได้อีกอย่างว่า เป็นผู้ที่มีความทะเยอทะยานสูง แถมเจ้าเรือนคือดาวพฤหัสฯ ก็ไปสถิตอยู่ในราศี กรกฎ ภพกัมมะของราศีจักร ได้มาตรฐาน อุจจ์ เช่นเดียวกัน จึงยิ่งทำให้เจ้าชาตามีอุดมการณ์ที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก เรียกว่าสูงเอามากๆ ทีเดียว เพราะตนุลัคน์ก็คือชีวิตของเจ้าชาตานั่นเอง

มาดูศุกร์ในดวงนวางศ์บ้าง ปรากฏว่าดาวศุกร์ได้นวางศ์เสาร์ราศีมังกร ภพ พันธุ ของลัคนาราศีจักร พันธุมีความหมายถึงบ้าน, ที่ดิน, อสังหาริมทรัพย์และความผูกพัน

เมื่อเอาความหมายที่มีในราศีจักรมาอ่านผสมกันแล้ว ก็จะอ่านได้ว่า เจ้าชาตาผู้มีความทะเยอทะยานและอุดมการณ์ที่สูงส่ง หลังจากฝ่าฟันต่อสู้กับความเหนื่อยยาก (อริ) ของอุปสรรคมาแล้ว ก็จะประสบความรุ่งเรืองและมีเกียรติ (อุจจ์) ทั้งนี้ จากการกระทำของตนเอง (กัมมะ)

ที่อ่านดังนี้ก็เพราะเจ้าเรือนที่ตนุลัคน์สถิตคือดาวพฤหัสฯ ไปสถิตภพกัมมะเป็นอุจจ์ และสิ่งที่จะสร้างชื่อเสียงกียรติยศให้ก็น่าจะเป็นเรื่องของพันธุ คืออาคารที่อยู่อาศัยหรือที่ดิน ตามที่ปรากฏอยู่ในดวงนวางศ์นั่นเอง

จะเห็นได้ว่า ในราศีจักรนั้นดาวศุกร์แม้จะอยู่ในภพอริก็ยังเข้มแข็งดีเยี่ยม ความเป็นอริ (อุปสรรค) แม้จะมี เจ้าตัวก็สามารถแก้ไขให้ผ่านไปได้ เพราะความเป็นอุจจ์ของตัวเองทำให้มีพลังที่เข้มแข็ง และตัวเองยังอยู่ในเรือนที่เจ้าเรือนก็เป็นอุจจ์ด้วย เรียกง่ายๆ ว่า ตนุลัคน์สถิตในเรือนอุจจ์ นั่นเอง ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน

นี่เป็นการอ่านดาวที่ปรากฏให้เราเห็นอยู่ในดวง และคงจะมีผู้ข้องใจอีกว่า งั้นลัคนาที่มีอยู่ในดวงนวางศ์ก็ไม่มีความหมายอะไรเลยน่ะซี เพราะว่าเราไม่ได้ใช้ลัคนาในดวง นวางศ์อ่านดาวเลยนี่?

 

คําตอบก็คือ ลัคนาในดวงนวางศ์ก็มีความหมาย แต่มีความหมายเหมือนกับดาวดวงหนึ่งเท่านั้น นั่นก็คือเราจะใช้อ่านดูว่า ลัคนาในดวงนวางศ์นั้นไปสถิตอยู่ใน ภพ ใดของลัคนาในราศีจักร อย่างในดวงตัวอย่างนี้ลัคนาสถิตที่ราศีพิจิก ซึ่งเป็นภพ กดุมพะ ของราศีจักร

ลัคนามีความหมายถึงวาสนาหรือเป็นจุดชีวิตของเจ้าชาตา เมื่อไปเกาะนวางศ์อังคารในราศีพิจิกภพ กดุมพะ เช่นนี้ ก็อ่านได้ว่าเจ้าชาตาจะมีความผูกพันกับ การเงิน มาก เป็นผู้ที่สามารถจะ “รับเอา” ได้อย่างดี (กดุมพะแปลว่าการได้มา หรือการรับเอา) เป็นผู้ที่จะมีความขยันในการทำเพื่อให้ได้มาอย่างไม่กลัวเหน็ดกลัวเหนื่อยเลย และเนื่องจากดาวอังคารเจ้านวางศ์ได้เกษตรที่ราศีเมษ จึงพอบอกได้ว่า ชีวิตของเจ้าชาตาจะมีความมั่นคงไม่ใช่น้อย

ทำไมไม่บอกว่าจะมีความมั่นคงตลอดไป?

นักพยากรณ์ที่ไม่ประมาทจะบอกเช่นนี้ไม่ได้ เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่า โลกนี้เป็นอนิจจัง ไม่มีความแน่นอนอยู่แล้ว โอกาสที่ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงย่อมมีได้สูง และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะดีไปหมดหรือเสียทั้งหมด ในเสียมีดี ในดีมีเสีย ในดวงตัวอย่างนี้ก็เช่นกัน ที่ไม่บอกว่าจะมีความมั่นคงตลอดไปก็เนื่องจากมองเห็น “จุดวิบัติ” อยู่ในชาตาด้วย (ผู้ที่ศึกษามาแล้วก็คงจะพอรู้ว่าจะอ่านจุดวิบัติได้อย่างไร)

ในดวงนี้ดาวตนุลัคน์ต้องจุดวิบัติอยู่ จึงเป็นไปได้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของเจ้าชาตาจะต้องพบกับความผิดหวังอย่างแรง หรืออาจถึงกับ วิบัติ ก็ได้

นี่เป็นการอ่านจากลักษณะของดาวที่ปรากฏอยู่ในแต่ละดวง คือดวงราศีจักรและดวงนวางศ์จักร นอกเหนือจากการอ่านดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีการอ่านที่จะได้ข้อมูลลึกซึ้งขึ้นอีก นั่นก็คือการอ่านความสัมพันธ์ของดาวทั้งสองดวง ว่า ดาวในดวงราศีจักรแต่ละดาวนั้น จะสัมพันธ์กับดาวในดวงนวางศ์จักรอย่างไร

ยกตัวอย่างจากดวงที่นำมาสาธิตให้ดูนี้ก็แล้วกัน

 

วิธีดูที่ง่ายที่สุดก็คือ นำดวงทั้งสองดวงนี้มาซ้อนกันเข้า แล้วเราก็จะเห็นดาวในดวงทั้งสองดวงนี้สัมพันธ์กันอย่างง่ายที่สุด ในตัวอย่าง เราจะเห็นว่าดาวอาทิตย์, จันทร์, พุธในราศีเมษทับดาวอังคารในดวงนวางศ์อยู่

นี่ก็แสดงว่า อาทิตย์, จันทร์, พุธ สัมพันธ์กับ อังคาร ในสถานะ กุม กัน และทั้งสามดาวนั้นสัมพันธ์กับดาวเสาร์ที่สถิตอยู่ในราศีสิงห์ในมุม ตรีโกณ กัน

ดาวอังคารในดวงราศีจักร สัมพันธ์ (กุม) กับดาวอาทิตย์, พุธ ในนวางศ์จักร และตรีโกณกับพฤหัสฯ ในนวางศ์จักรเช่นกัน

ดาวเสาร์, มฤตยู ในดวงราศีจักร สัมพันธ์ (ตรีโกณ) กับดาวศุกร์และราหูในนวางศ์จักร

พฤหัสฯ, ราหู ในราศีจักร สัมพันธ์ (กุม) กับจันทร์ในนวางศ์จักร และตรีโกณกับลัคนาในนวางศ์จักร

สัมพันธ์เหล่านี้ จะดีหรือร้ายอย่างไรก็ว่ากันไปตามหลักวิชาของโหราศาสตร์ที่เราเรียนกันมาแล้ว ที่ยกมานี้เพียงเพื่อให้เห็นและเป็นแนวทางในการพิจารณาเท่านั้น

แต่นี่ก็ยังเป็นการดูในสถานะ ดวงเดิม อยู่นั่นเอง แต่ดาวในนวางศ์จักรนั้นใช้พยากรณ์จรก็ได้ด้วย เพราะเท่าที่ผมประสบมา มันได้ผลไม่น้อยกว่า 75% เลยทีเดียว การทายจรก็คือ การใช้ดาวที่โคจรในปัจจุบันเข้ากระทบกับดาวในนวางศ์นั่นเอง ในการนี้เราต้องดู “จร” ในดวงราศีจักรมาก่อนแล้ว แต่เราจะมองดาวในนวางศ์จักรไม่เห็น เพราะดาว นวางศ์จักรจะซ่อนอยู่ข้างใน แต่ดาวที่จรมาก็สามารถ กระทบ กับดาวในนวางศ์จักรได้

และจะมีผลเช่นเดียวกับดาวในราศีจักรด้วย

เช่นในดวงตัวอย่างนี้แหละ

 

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ผมขอยกตัวอย่างดาวอาทิตย์จร เมื่อดูดาวในดวงราศีจักรเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะบอกว่า ภายในวันที่ 15 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เจ้าชาตานี้จะประสบกับความร้อนใจอันมีสาเหตุเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าของเขา หรือได้รับความร้อนใจจากชาวต่างประเทศ หรือจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

เพราะอะไร?

เพราะเมื่ออาทิตย์ตามเวลาที่กล่าวนี้โคจรมาถึงราศีมิถุน ก็จะทับกับอาทิตย์และพุธซึ่งสถิตอยู่ในราศีนั้น (ใน นวางศ์) และราศีนี้เป็นภพ ศุภะ ของลัคนาในราศีจักร อาทิตย์ทับอาทิตย์ใครๆ ก็รู้ว่ามีความหมายถึงความร้อนใจ และในดวงราศีจักรเอง ในราศีมิถุนนั้นก็มีดาวอังคารคู่ศัตรูสถิตรออยู่แล้ว อาทิตย์ผิดอังคารคู่อุบัติภัยบวกเข้าไปอีก อย่างนี้ใครๆ ก็ทายได้ว่าเจ้าชาตาจะต้องร้อนใจ และอาทิตย์เดิมนั้นเป็นอุจจ์อยู่ที่ราศีเมษ อุจจ์หมายถึงเกียรติยศชื่อเสียงและอำนาจอิทธิพล ความร้อนใจนี้มันก็ย่อมจะสะเทือนไปถึงเรื่องเกียรติยศชื่อเสียงและอำนาจอิทธิพลด้วยนั่นเอง

พูดอย่างนี้อาจมีคนเย้ยว่า งั้นก็ต้องร้อนใจกันทุกปีน่ะซี เพราะอาทิตย์ต้องจรมาตรงนี้ทุกปีนี่นา ไม่ทุกปีหรอก เพราะทุกปีไม่มีอังคารจรทับลัคนาอยู่แบบนี้นี่ แถมปีนี้ยังมีดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษ ส่งแรงเอื้อมมากุมอาทิตย์อีกและเล็งอังคารที่กุมลัคน์อยู่แบบนี้ ไม่ร้อนจะทนไหวรึ? (ดาวจรในเดือนเมษายน 2542)

นี่เป็นการยกตัวอย่างให้ดูอย่างง่ายๆ ดาวอื่นที่ทำหน้าที่อย่างอื่น เราก็ดูการ กระทบ กันของดาวจรกับดาวในนวางศ์ได้ด้วยวิธีเดียวกันนี้แหละ

หน้ากระดาษใกล้หมดอีกแล้ว ติดตามกันต่อฉบับหน้านะครับ

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 5-11 ตุลาคม 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว”/พิซซ่าข้าวหอมมะลิ