ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/เดือนแห่งการประชัน ‘SUV’ ‘วอลโว่ XC40’ – ‘อาวดี้ Q8’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต [email protected]

 

เดือนแห่งการประชัน ‘SUV’

‘วอลโว่ XC40’ – ‘อาวดี้ Q8’

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าช่วงกลางเดือนกันยายน มีรถเอสยูวี (SUV – Sport Utility Vehicle) หรือรถตรวจการณ์อเนกประสงค์ออกมาวาดลวดลายในเมืองไทยถึง 3 รุ่นต่อเนื่องกัน

และน่าแปลกใจว่าล้วนมาจากถิ่นยุโรปทั้งหมด

แต่ด้วยพื้นที่จำกัด อีกทั้งต้องการลงรายละเอียดของรถแต่ละรุ่นให้มากที่สุด จึงขอยกมา 2 รุ่นก่อน

นั่นคือ “วอลโว่ XC40” และ “อาวดี้ Q8 55 TFSI quattro S line”

บอกก่อนนะครับว่าเพียงนำเสนอเท่านั้น ไม่ได้เปรียบเทียบ เนื่องจากเป็นรถคนละเซ็กเมนต์กัน แถมราคาก็ต่างกันพอสมควร

 

มาเริ่มที่เจ้าตัวเล็กจากสวีเดน วอลโว่ XC40 ถือว่าเป็นรถที่มาต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นพี่ วอลโว่ XC60 เอสยูวีขนาดกลาง ที่โด่งดังทั่วโลก รวมถึงเมืองไทย

ออกแบบหน้ารถใหม่สไตล์สวีดิช แบบ Shark Nose และ Clamshell Hood การันตีงานดีไซน์ด้วยการคว้ารางวัล Car of the Year 2018 จาก What Car รวมถึงรางวัล Autocar Car of the Year 2018 และ Autocar Game Changer of the Year

ไฟหน้าเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้กับรถรุ่นหลังๆ เป็นรูปทรง “ค้อนเทพเจ้าธอร์” ฝากระโปรงทรงเปลือกหอย พร้อมเคลือบพื้นผิวอย่างสวยงามที่สอดรับกับกรอบตะแกรงทรงโค้งอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์ที่มีความโค้งเว้านี้ยังถูกนำไปใช้กับส่วนล่างของประตูหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ตัวรถด้านข้างได้เป็นอย่างดี

ประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ

ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งด้วยระบบแสงสว่างรุ่นใหม่ สร้างบรรยากาศภายในรถให้รู้สึกอบอุ่นและสวยงามแบบร่วมสมัย ขับความเงางามของการตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

เบาะนั่งรองรับกับสรีระและการขับขี่ระยะไกล

ตกแต่งแบบ R-Design ในรุ่น XC40 R-Design บุหนัง Charcoal Nappa Leather และผ้าทอ Nubuck เสริมด้วยแนวตะเข็บและเดินแนวด้ายสีบรอนซ์สวยงามสะดุดตา เบาะของนักขับและผู้โดยสารเบาะหน้าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน

จอแสดงผลของผู้ขับขี่มีความชัดเจนและดูข้อมูลได้ง่าย สามารถควบคุมระบบเสียงและการทำงานของเครื่องยนต์ได้จากจอนี้เพื่อการควบคุมที่ง่ายดายและรวดเร็ว จอยังสามารถปรับความสว่างตามลักษณะแสงของสภาพแวดล้อม

หน้าจอทัชสกรีนนำมาติดตั้งใน XC40 เพียงแค่แตะและปัดเบาๆ ก็สามารถใช้งานระบบนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเหมือนใช้แท็บเล็ต นอกจากนี้มีฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมระบบ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอที

 

เทคโนโลยี Air-Woofer เป็นครั้งแรกในรถยนต์วอลโว่ XC40 โดยเฉพาะรุ่น R-Design ที่มาพร้อมระบบเครื่องเสียงไฮเอนด์ Harman Kardon Premium Sound รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนโดยเฉพาะเสียงเบสรอบทิศทางที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม

รวมถึงการติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่แยกออกจากบนแผงประตู ทำให้เพิ่มบริเวณช่องเก็บของบานประตูของ XC40 กว้างยิ่งขึ้น

มีช่องเก็บสัมภาระที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสำหรับสิ่งของต่างๆ โดยด้านล่างที่พักแขนติดตั้งช่องเก็บของขนาดใหญ่ พื้นที่ใต้เบาะนั่งมีช่องเก็บของสำหรับสิ่งของชิ้นเล็กๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่วางสมาร์ตโฟนในขณะที่กำลังชาร์จแบตเตอรี่ ตะขอแขวนถุงอาหาร ที่วางแก้วและที่ชาร์จไฟแบบ USB อีกหลายจุด

ขุมพลังมีทั้งรุ่น T4 และ T5 AWD โดย XC40 รุ่นเครื่องยนต์ T4 เบนซิน เน้นการขับขี่แบบสปอร์ต ความจุกระบอกสูบ 1,969 ซีซี ระบบเกียร์อัจฉริยะ 8 สปีดแบบ Geartronic อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 8.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

รุ่นเครื่องยนต์ T5 พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD แรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง

XC40 ถือเป็นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน เพราะนำความเด่นๆ ของรุ่นพี่ทั้ง XC90 และ XC60 หลายระบบมาติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถเอสยูวีเกรดพรีเมียมขนาดเล็ก

อาทิ ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำรุ่นล่าสุด (City Safety)

ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด (Cross Traffic Alert with Break Support) พร้อมระบบช่วยเบรก

ระบบการบังคับพวงมาลัยเพื่อหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation) ระบบช่วยเลี้ยว (Steer Assist) และระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist) สำหรับรุ่น R-Design ฯลฯ

มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

XC40 T4 Momentum 2.09 ล้านบาท

XC40 T4 Momentum with white roof 2.09 ล้านบาท

XC40 T5 AWD R-DESIGN 2.39 ล้านบาท

 

ส่วน “อาวดี้ Q8 55 TFSI quattro S line” ชื่อยาวเหลือเกิน ขอเรียกสั้นๆ ว่า “Q8” เป็นเอสยูวีสไตล์คูเป้ ออกแบบสะท้อนแนวคิดใหม่ของ Audi คือ design language

กระจังหน้าขนาดใหญ่รูปทรง 8 เหลี่ยม ช่วยให้รถดูมีพลัง เสริมความหรูหราด้วยเส้นขอบโครเมียมแนวตั้ง 6 เส้น ตัดด้วยเส้นแนวนอนสีเทาเข้ม รับกับกันชนหน้าที่มีช่องรับอากาศ (air inlets) ขนาดใหญ่

ไฟหน้า HD Matrix LED พร้อมไฟสำหรับขับขี่ในเวลากลางวัน โฉบเฉี่ยวและมีเอกลักษณ์จากการออกแบบในลักษณะเส้นแนวตั้ง

ระบบ Matrix ที่ไฟ LED แต่ละดวงทำงานเป็นอิสระเลือกจุดตกกระทบได้อย่างเหมาะสม ไฟเลี้ยวแบบไดนามิกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ไฟท้ายแบบแนวนอน พร้อมไฟ LED ที่เชื่อมต่อกันต่อเนื่องระหว่างด้านซ้ายและด้านขวา

เมื่อล็อกหรือปลดล็อกรถ ไฟทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะติดสว่างในรูปแบบไฟแอนิเมชั่น หรือเรียกว่า “Light staging”

เส้นแนวหลังคาที่ลาดลงตามแบบฉบับของรถคูเป้ ให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น

หลังคาพาโนรามิกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มเติมอารมณ์ของรถคูเป้มาใช้กับกระจกหน้าต่างแบบไร้ขอบ

ซุ้มล้อขนาดใหญ่พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว

การออกแบบตัวถังยังให้ความสำคัญด้านวิศวกรรมด้วยการเลือกใช้อะลูมิเนียมและเหล็กชนิดต่างๆ มาติดตั้งในตำแหน่งที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของการใช้งาน

 

ห้องโดยสารออกแบบให้มีความสะดวกสบาย แต่มีความสปอร์ต เบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports หุ้มหนัง Valcona ตัดเย็บและตกแต่งแบบไดมอนด์คัตพร้อมสัญลักษณ์ S line

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit อารมณ์เดียวกับห้องควบคุมของนักบิน คอนโซลกลางแบบหรูหราทันสมัย ลดปุ่มสวิตช์ควบคุมให้น้อยที่สุด แทนที่ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 2 จอ

ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน พร้อมม่านบังแดดด้านข้างประตูสำหรับผู้โดยสารด้านหลังควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า

เครื่องเสียงพรีเมียม Bang&Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ลำโพง 17 ตำแหน่ง

พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 605 ลิตร พร้อมแผ่นปิดสัมภาระแบบไฟฟ้า เมื่อพับเบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่สอง ขยายพื้นที่บรรทุกเป็น 1,755 ลิตร

ขุมพลังทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ผสานเทคโนโลยี ไมล์ด ไฮบริด ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบกระแสไฟฟ้าขนาด 48 โวลต์

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro กระจายแรงบิดไปยังล้อหน้าและหลังในรูปแบบ 40:60 พร้อมทั้งสามารถปรับการกระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลังได้อย่างอิสระสอดคล้องกับสภาพการขับขี่ในช่วงเวลานั้นๆ

ช่วงล่างถุงลมแบบสปอร์ต ปรับระดับความสูงของตัวถังได้สูงสุดถึง 90 มิลลิเมตร เพื่อให้เหมาะแต่ละสภาพถนน

สนนราคา 6.799 ล้านบาท