รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว/ “ศ. ดุสิต”/เล่นนวางศ์-เล่นยังไง?

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

 

เล่นนวางศ์-เล่นยังไง?

 

หัวข้อเรื่องนี้เป็นคำถาม คือถามถึงการ ‘เล่น’ นวางศ์ในวิชาโหราศาสตร์ที่พวกเราคิดกันว่า “รู้จัก” กันดีแล้วนี่แหละ

ที่ถามยังงี้ก็เพราะผมเคยถามนักโหราศาสตร์ที่มีความรู้ในวิชานี้ในระดับสูงมาหลายคนแล้ว

แต่คำตอบที่ได้รับนั้นกลับแตกต่างไม่เหมือนกันเลย และหลายคนก็ตอบแบบไม่เต็มปากด้วย คือตอบแบบอ้อมแอ้มว่าเล่นยังงั้นเล่นยังงี้ แต่ก็หาข้อยุติไม่ได้ว่า เล่นนวางศ์กันยังไง

จนบัดนี้ผมก็ยังจับไม่ได้เลยว่า การเล่นนวางศ์ในวิชาโหราศาสตร์ไทยนี้เขาเล่นกันยังไง เล่นเพื่ออะไร เล่นแล้วมันจะสนุกสักแค่ไหน?

แต่…ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร นวางศ์ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์รู้จัก เพียงแต่ไม่รู้แจ้งกันเท่านั้นว่านวางศ์นั้นเล่นเพื่ออะไรกันแน่ และส่วนใหญ่ทีเดียวก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เล่นกันยังไง? ผมว่าตรงนี้แหละครับที่เป็นเสน่ห์เรียกร้องให้นักศึกษาโหราศาสตร์อยากรู้จัก

คืออยากรู้ว่า…

เล่นนวางศ์กันไปทำไม? เล่นแล้วได้อะไรขึ้นมา?

เล่นแล้วดูดวงแม่นขึ้นอีกรึป่าว?

 

เล่นแล้วดูดวงแม่นขึ้นอีกแน่ครับ

นี่ผมตอบเองนะครับ เพราะไม่มีใครตอบผมแบบชัดเจนยังงี้เลย ผมตอบยังงี้ก็เพราะผมได้ใช้นวางศ์ในการดูดวงมาแล้วหลายครั้ง

แต่ถ้าถามว่าผมดูดวงด้วยการทำดวงนวางศ์ขึ้นทุกครั้งหรือไม่? ผมก็ตอบได้อีกว่า ไม่เลยครับ

ไม่จำเป็นต้องถอดเป็นดวงนวางศ์ขึ้นมาเพื่อจะดูดวงทุกครั้งหรอก

เพราะดวงนวางศ์นั้นท่านไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อให้คุณมาดูดวงกันได้ทุกเรื่อง หลายเรื่องทีเดียวที่นวางศ์ไม่มีความจำเป็น กลายเป็นส่วนเกินไปด้วยซ้ำ

ดวงนวางศ์นั้นมีส่วนสำคัญในเรื่องที่จะต้องใช้ความละเอียดในการดูดวงนั้นเท่านั้นแหละ หมายถึงเรื่องนั้นมีความละเอียดลึกซึ้งกว่าเรื่องปกติ ซึ่งถ้าเราดูแบบปกติแล้วอาจจะพลาดจุดสำคัญของเรื่องไปได้

การใช้ดวงนวางศ์จึงเป็นตัวช่วยในการดูได้อย่างดี ทำให้การดูด้วยดวงนวางศ์มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้นอย่างที่ว่านั่นแหละครับ

อ้าว-ถ้ายังงั้นดวงนวางศ์ก็มีความสำคัญไม่น้อยเหมือนกันน่ะซี แล้วทำไมโบราณท่านถึงใช้คำว่า ‘เล่น’ กับคำว่านวางศ์ล่ะ

คำว่าเล่นน่ะมันหมายถึงไม่สำคัญไม่ใช่รึ?

 

ฟังดูก็คล้ายๆ ยังงั้นแหละครับ แต่ความจริงไม่ใช่หรอก โบราณท่านเรียกว่าเล่นก็จริง แต่เป็นความหมายว่านวางศ์นี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวหลักของวิชา แต่เป็นตัวเสริมที่มีความละเอียดสำคัญซ้อนอยู่ในวิชานี้ และมีการใช้ที่หลากหลายวิธี การมีหลากหลายวิธีนี่แหละครับที่ท่านใช้คำว่า ‘เล่น’ กับนวางศ์และตรียางศ์ เพราะการใช้แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน บางครั้งใช้แบบหนึ่ง อีกครั้งใช้อีกแบบหนึ่ง ดังนั้น คำว่าเล่นจึงเหมาะกับการใช้ว่าจะเล่นแบบไหน ไม่ได้หมายความว่านวางศ์นี้ไม่ใช่ของจริงแต่เป็นของเล่นหรอกครับ

อ๋อ-มีการใช้หลากหลายวิธีหรอกหรือครับ มีวิธีอะไรบ้างล่ะ แต่ละวิธีใช้ยากไหม?

ยากหรือไม่ผมตอบไม่ได้หรอกครับ คุณลองไปศึกษาดูเอาเองดีกว่า ดูหัวข้อต่อไป “กลวิธีเล่นนวางศ์” แล้วก็คงจะรู้เองว่ายากหรือง่าย ลองติดตามดูซีครับ

ความจริงผมเคยนำเสนอเรื่องของนวางศ์นี้มาก่อนแล้ว แต่นั่นมันก็เนิ่นนานมาแล้ว เดี๋ยวนี้มีผู้สนใจศึกษารุ่นใหม่ๆ เข้ามาอีก คนรุ่นนี้อาจจะยังไม่เคยรู้ในเรื่องนี้เลย ผมก็เลยนำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเติมส่วนที่ควรรู้เข้ามาอีกเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ศึกษาได้มีความรอบรู้ในเรื่องนี้หลากหลายออกไปจนสามารถนำไปใช้งานได้สะดวกขึ้น

ไปดูกันเลยครับว่าเป็นยังไง?

 

กลวิธี “เล่น” นวางศ์

 

ถ้าเอ่ยขึ้นมาถึงคำว่า “นวางศ์” แล้ว นักโหราศาสตร์ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าคืออะไร เว้นแต่ผู้ที่เริ่มฝึกหัดศึกษาวิชานี้ใหม่ๆ เท่านั้น จึงอาจจะยังไม่รู้ว่านวางศ์คืออะไรกันแน่

แต่การรู้จัก “นวางศ์” ของนักโหราศาสตร์ที่ว่านี้ ก็มีอยู่มากเหมือนกันที่มักจะแค่ “รู้จัก” เท่านั้น แต่ยังหาได้รู้ถึงความนัยหรือความลึกซึ้งของนวางศ์กันเลย คือรู้แต่เพียงว่า นวางศ์คือส่วนหนึ่งในเก้าของราศี

และทุกนวางศ์จะต้องมีดาวพระเคราะห์ครองเป็นเจ้านวางศ์อยู่ และรู้ว่าหนึ่งนวางศ์เท่ากับสามองศายี่สิบลิปดา แล้วก็ถอดนวางศ์เป็นเท่านั้นเอง

เมื่อถอดออกมาแล้วถามว่า ดาวในนวางศ์ที่เราเห็นกันอยู่ในดวงนวางศ์นั้นมีความหมายอย่างไร ก็มักจะได้คำตอบว่า ดาวที่เห็นในดวงนวางศ์นั้นก็คือ “แก่น” ของดาวน่ะซี

คือรู้ว่าการถอดดาวจากราศีจักรมาสู่ดวงนวางศ์นั้น ทำให้เรารู้ถึงความเด่นความด้อยของดาวที่ถอดออกมา ว่าจะเข้มแข็งขึ้นหรืออ่อนแอลงกว่าที่ปรากฏอยู่ในดวงราศีจักรนั่นเอง เช่น อยู่ในราศีจักรเป็นอุจจ์ แต่เมื่อถอดออกมาแล้วปรากฏว่าดาวดวงนั้นอยู่ในนวางศ์ที่เป็นนิจ ก็เรียกว่าดาวดวงนั้นอ่อนแอลง ถ้าในราศีจักรเป็นประ แต่เมื่อถอดออกมาแล้วปรากฏว่าอยู่ในนวางศ์ที่เป็นเกษตร ก็เรียกว่าดาวนั้นได้เกษตรในดวงนวางศ์ ถือว่าเข้มแข็งมาก และเอามาพยากรณ์ว่าดีเด่นกันไปตามเรื่องตามราวกันเลย

บางคนถึงกับยกย่องว่า “ดวงนวางศ์” นี้เป็นเลิศยิ่งกว่าดวงราศีจักรเสียอีก แม้ในดวงราศีจักรจะ “เสีย” แต่ถ้า “ดี” ในดวงนวางศ์แล้ว ท่านก็ถือว่าดวงนั้น “ดี” เลยทีเดียว โดยไม่คำนึงถึงว่าดาวในราศีจักรจะเสียอย่างไรแค่ไหน

 

และอีกบางคนก็ไปโลดกว่านี้อีก คือไปถึงกับเอาดวงนวางศ์ไปอ่านเหมือนกับการอ่านดวงราศีจักรเลย คือลัคนาในดวงนวางศ์อยู่ที่ไหน ก็ตั้งภพขึ้นตามลัคนาที่เห็นนั้น ทำให้เกิดดวงชาตาใหม่ขึ้นมาอีกดวงหนึ่ง เป็นสองดวงรวมกับราศีจักร

และบางคนก็ยังไม่พอ ยังต้องถอดดวง “ตรียางศ์” ขึ้นมาอีกดวงหนึ่ง บอกว่าต้องพร้อมทั้งสามดวงจึงทายได้แม่นยำนัก

แล้วท่านก็อ่านดวงตรียางศ์จักรนั้นเหมือนกับการอ่านดวงราศีจักรอีกนั่นแหละ

อ่านกันจ้อไปเลยสนุกสนานเป็นที่ยิ่ง

คนคนเดียว แต่มีดวงชาตาถึงสามดวง แล้วดวงชาตาทั้งสามดวงนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสอดคล้องต้องกันไปหมด มันจะต้องขัดแย้งกันบ้างเป็นธรรมดา

แต่พระคุณท่านก็อ่านให้เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

ผมเคยเห็นโหรใหญ่ๆ ท่านทายกันสนุกแบบนี้แหละ ทายเหตุการณ์สำคัญๆ ของบ้านเมืองบ้าง ทายชาตาของคนสำคัญในบ้านเมืองบ้าง

ผลที่ได้ก็คือ เห็นหน้าแตกกันไปเป็นแถวๆ ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเข็ดกันหรือยัง?

โธ่เอ๋ย…แค่ดวงๆ เดียวยังอ่านกันไม่หวัดไม่ไหวแล้ว นี่เล่นตั้งสามดวงจะไม่ปวดหัวกันยังไงไหว ก็ย่อมจะต้องทายเข้าป่าเข้าดงกันไปบ้างเป็นธรรมดา

ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก ตัวผมเองนั้นมีความรู้แค่หางอึ่ง จึงไม่กล้าที่จะออกโรงทำอย่างโหรใหญ่ๆ ท่านทำกัน ได้แต่เจียมเนื้อเจียมตัวเล่นแบบของผมเงียบๆ อยู่เพียงลำพังคนเดียวนี่แหละ

เพราะผมไม่กล้าเอาแบบที่ผมเล่นไปให้ใครเห็น เกรงว่าจะถูกโห่เอาว่าเป็นพวก “นอกครู”

ที่ว่านอกครูก็เพราะผมเป็นคนชอบคิดชอบค้น ชอบทำอะไรที่มันให้ความกระจ่างกับตัวเอง เพราะตั้งแต่เล่นโหราศาสตร์มาเป็นเวลาแค่ห้าหกสิบปีนี่ ยังไม่ถือว่ามากมายอะไร

โหรใหญ่ท่านเล่นกันมานานกว่าผมตั้งเยอะ จะไปสู้ท่านได้ยังไง

 

แต่ผมเป็นคน “ไม่มีครู” คือไม่มีใครที่มาสอนให้ผมโดยตรง หรือสอนให้ผมอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ผมจึงได้แต่ใช้วิธีครูพักลักจำบ้าง เข้าไปหาผู้รู้ที่มีเมตตา ขอร้องให้ท่านบอกวิชาที่ผมขัดข้องอยู่บ้าง

ท่านเมตตาท่านก็ให้

ท่านไม่ชอบหน้าผมท่านก็เฉยเสีย ผมก็ต้องถอยออกมา

อย่างเรื่อง “นวางศ์” นี้ก็เช่นกัน ผมเคยเข้าไปขอร้องอาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่ง เพื่อขอให้ท่านช่วยชี้แจงวิธีเล่นนวางศ์นี้ว่าจะเล่นยังไง จะใช้ยังไง ถึงจะเอามาพยากรณ์ให้เป็นโล้เป็นพายได้ ไม่ใช่แค่รู้แก่นดาวเท่านั้น แล้วการทายดวงนวางศ์นี่น่ะ ใช้ทายอย่างเดียวกับดวงราศีจักรใช่ไหม? นับตนุกดุมพะจากลัคนาในดวงนวางศ์นั่นเลยใช่ไหมขอรับ?

ท่านฟังแล้วก็ทำเสียงหึๆ อยู่ในคอ ไม่รู้ว่าหัวเราะเยาะผมหรือเปล่า พอผมถามซ้ำ ท่านตอบยังไงรู้ไหม?

ท่านตอบว่า “คุณอยากรู้ก็ไปค้นเอาเองซี ของพรรค์นี้คุณให้ผมหมื่นนึงผมก็ไม่บอก”

สมัยนั้นเงินหนึ่งหมื่นบาทไม่ใช่เล็กน้อยนะครับ เท่ากับเงินแสนในสมัยนี้ทีเดียว แต่ท่านบอกว่าให้ท่านหมื่นนึงท่านยังไม่บอกเลย ตอนนั้นอย่าว่าแต่หมื่นเลย แค่เงินพันผมก็ไม่มีแล้ว ผมจึงได้แต่บ่ายหน้ากลับด้วยความผิดหวัง

แต่แล้วก็นึกฮึดขึ้นมาในใจว่า อาจารย์ไม่บอกก็ช่างปะไร ท่านท้าให้ผมมาคิดค้นเอาเอง ผมก็จะคิดค้นเองให้ได้

 

แล้วผมก็คิดของผมจนได้สูตรของผมมานี่แหละ อาจไม่เหมือนใคร หรืออาจเหมือนโดยไม่รู้ตัวก็ได้

คิดได้แล้วนับแต่นั้นมาผมก็ทดลองใช้มาเรื่อย ผลที่ได้ก็นับว่าไม่เลวหรอก ถูกเสียเป็นส่วนใหญ่

มีคลาดเคลื่อนอยู่บ้างเหมือนกัน

ไม่รู้ว่าสูตรของผมไม่เจ๋ง หรือว่าสมผุสองศาไม่ตรงก็ไม่ทราบ ก็มีผิดหน้าหงายอยู่บ้างเหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

หน้ากระดาษหมดแล้ว แต่เรื่องที่จะคุยให้ฟังยังไม่หมด ติดตามกันต่อฉบับหน้านะครับ

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ ฉบับประจำวันที่ 21-27 กันยายน 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว” / ไข่ลูกเขย