วงค์ ตาวัน : คนดี-คนลวง ฮีโร่-ฮีลวง

วงค์ ตาวัน

เมื่อเรื่องราวของ “พีท” พ่อค้าล็อตเตอรี่โดนจับได้ว่าสร้างเรื่องลูกค้าถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 90 ล้านขึ้นมาเอง เป็นข่าวกระหึ่มไปทั่วสังคมไทย ทำให้เรื่องราวในอดีตของนายสมพงษ์ เลือดทหาร อดีตคนขับแท็กซี่ผู้อื้อฉาวได้รับการหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบถึงพฤติการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

“ในฐานะคนต้องคดีลวงโลกรุ่นพี่”

ยังดีที่กรณีของนายพีทพ่อค้าล็อตเตอรี่รายล่าสุดนี้ ถูกจับโกหกได้รวดเร็ว ขณะที่องค์กรหน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมจะทำโล่ ทำประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณในฐานะพ่อค้าล็อตเตอรี่ผู้ซื่อสัตย์ เก็บรักษารางวัลที่ 1 ให้กับลูกค้าที่ซื้อกันทางไลน์ เป็นตัวอย่างคนดีศรีสังคมไทยอะไรทำนองนี้

ขณะที่กรณีนายสมพงษ์ เลือดทหาร ตอนนั้นเลยเถิดถึงขั้นมอบรางวัลกันไปมากมายยกใหญ่

ก่อนจะถูกจับได้และโดนดำเนินคดี ต้องติดคุกติดตะรางไปปีกว่าๆ

แต่มาวันนี้ นายสมพงษ์ในวัย 58 ปี ใช้ชีวิตปกติอยู่กับภรรยาและลูกใน ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยอยู่กินเรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และมีอาชีพเสริมคือ เป็นนักร้องตามร้านอาหารและงานพิธีต่างๆ

พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีนายพีท โดยย้ำว่าควรจะศึกษากรณีของตนเองเป็นอุทาหรณ์ ไม่อยากให้โด่งดังในทางที่ผิด

“รวมทั้งย้อนอดีตให้ฟังว่า ที่ผ่านมาเมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ได้ฝึกและคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อผ่านจุดนั้นมาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่อยากให้ใครที่ต้องการโด่งดังสร้างเรื่องในทางที่ผิด เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครสามารถโกหกความจริงได้ จึงอยากฝากเรื่องนี้ไว้ให้กับผู้ที่กระทำผิดและกำลังหลงผิด ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องจะดีกว่า”

เรื่องราวของนายสมพงษ์ เกิดเหตุเมื่อปี 2540 โดยในยุคนั้นสื่ออินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย โซเชียลมีเดียยังไม่มี

แต่นายสมพงษ์ก็สร้างเรื่องผ่านทางสื่อวิทยุ ที่โหมประโคมการสร้างความดี คนดี และฮีโร่

“สุดท้ายโดน “หนังสือพิมพ์ข่าวสด” ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบค้นหาความจริง ไม่ไหลไปกับกระแสสังคม สามารถจับได้ว่าเป็นการกุเรื่อง จนทำให้นายสมพงษ์ตกเป็นผู้ต้องหาและโดนดำเนินคดี ลงเอยยอมรับสารภาพว่าสร้างเรื่องขึ้นมาเองเพื่อหวังความดัง และต้องติดคุกในที่สุด”

การตรวจสอบกรณีแท็กซี่ลวงโลกเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านั้นข่าวสดได้ขุดคุ้ยข่าวประวัติศาสตร์อุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ ไปจนถึงข่าวเปิดโปงพระยันตระห่มเหลืองลวงโลก และภาวนาพุทโธ รวมถึงข่าวอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับกรณีสมพงษ์ เลือดทหาร วันนี้ได้รับการพูดถึงอีกครั้ง ในฐานะคนเคยกระทำผิดมาก่อน จึงได้ออกมาบอกเล่าแนะนำคนรุ่นหลังว่าอย่าได้ทำเช่นนี้อีกเลย

กรณีนายสมพงษ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2540 เริ่มจากมีชายอ้างว่าชื่อวิโรจน์ เป็น รปภ.ของสนามบินดอนเมือง โทรศัพท์ไปยังวิทยุที่ชอบโหมสร้างคนดี แล้วออกอากาศสดบอกเล่าเรื่องราวที่ได้พบเห็นแท็กซี่ผู้ซื่อสัตย์ นำกระเป๋าเดินทางพร้อมทรัพย์สินจำนวนมากของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่ลืมไว้บนแท็กซี่ เอามาคืนที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่ชายฝรั่งคนดังกล่าวกำลังนั่งร้องไห้ด้วยนึกว่าทรัพย์สินสูญหายไปหมดสิ้นแล้ว

“ทรัพย์สินมีค่ามากมาย โดยเฉพาะเช็คเงินสด ที่เขียนไว้ที่มุมเช็คด้วยว่า ขึ้นเงินสดได้เลยกว่า 19 ล้านบาท”

แต่แท็กซี่ใจงาม ไม่ยอมฮุบเอาไว้ กลับนำมาคืนผู้โดยสารคนดังกล่าว ทำเอาชายชาวฝรั่งต่างชาติดีอกดีใจอย่างที่สุด

จากนั้นชื่อเสียงของนายสมพงษ์ เลือดทหาร แท็กซี่ฮีโร่ก็กระหึ่มไปทั่ว สื่อมวลชนสัมภาษณ์ยกย่องกันใหญ่ หลายหน่วยงานมอบโล่ มอบรางวัล ยกย่องเป็นผู้ซื่อสัตย์แบบอย่างของสังคมไทย

“ต่อมาหนังสือพิมพ์ข่าวสดได้เข้ามาตรวจสอบหาความจริง โดยต้องฝืนกระแสสังคมที่กำลังเห่อไปกับคนดี!”

ทั้งนี้เพราะข่าวสดพบสิ่งผิดปกติมากมาย เช่น อ้างว่าเป็นเช็คเงินสดเขียนไว้ด้วยว่าขึ้นเงินได้เลย รวมถึง รปภ.วิโรจน์ที่โทรศัพท์ไปเล่าเรื่องทางวิทยุ ก็ไม่ปรากฏตัวตน

จากนั้นเมื่อนำเทปเสียง รปภ.วิโรจน์กับเสียงสัมภาษณ์สื่อของนายสมพงษ์มาเทียบเคียงกันก็พบว่าเหมือนกันมาก เพียงแต่เสียง รปภ.วิโรจน์จะบี้แบนกว่า

จากการตรวจสอบยังพบว่า นายสมพงษ์เคยมีวีรกรรมด้วยการไปหลอกแต่งงานกับหญิงสาวรายหนึ่ง มีการจัดพิธีวิวาห์ใหญ่โต โดยบอกกับฝ่ายหญิงและครอบครัวว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อฝ่ายหญิงถามว่าเป็นตำรวจสังกัดที่ไหน ก็ตอบว่า “สังกัด สน.ทั่วไป”

“ข่าวการหลอกสาวแต่งงาน ได้รับการตีพิมพ์พร้อมภาพถ่ายหลักฐานงานแต่งงานดังกล่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด จนทำให้สังคมต้องฮือฮาและเริ่มเห็นความจริง”

ต่อมาเมื่อข้อเท็จจริงของแท็กซี่ฮีโร่ถูกขุดคุ้ยจนประจักษ์ชัดจึงถูกแจ้งความดำเนินคดี และยอมรับสารภาพกับตำรวจแต่โดยดีว่าตนเองสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งหมด เพราะอยากดัง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่

แล้วก็ยอมรับโทษจากความผิดที่ก่อขึ้นแต่โดยดี

สุดท้ายเมื่อพ้นโทษออกมาก็กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ และได้มีบทบาทร่วมแนะนำผู้คนในสังคมเมื่อมาเกิดเรื่องพ่อค้าล็อตเตอรี่ลวงโลกซ้ำรอย

ความที่สังคมไทยเรามีลักษณะโหยหาคนดี และพร้อมจะเชื่อไปตามกระแสที่มีคนบอกเล่าว่าคนนี้เป็นคนดี โดยไม่มีการตรวจทาน อีกทั้งกระแสเห่อคนดียังได้กลายเป็นเครื่องมือในทางการเมือง เพื่อสร้างคนฝ่ายหนึ่งให้เป็นคนดี แล้วนำคนดีเหล่านี้ไปใช้ทำลายคนอีกฝ่ายที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นคนโกง

ปลุกปั่นกระแสเสียจนวันนี้ถ้าใครถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเลวคนโกง ก็พร้อมจะไปร่วมชี้หน้าป่าวประณามไปด้วย โดยไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อเท็จจริงหรือเหตุผลใดๆ

“ขอเพียงให้ทำตัวดูเป็นผู้ดี พูดจาสุภาพ ทำตัวดูสมถะหน่อย ก็พร้อมจะยกย่องกันว่าเป็นคนดี”

กระบวนการเหล่านี้ ยังได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองอย่างได้ผล

“โดยเฉพาะนักการเมืองมักถูกสร้างกระแสทุจริตคดโกง จนกลายเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การล้มประชาธิปไตยอยู่บ่อยครั้ง!”

แน่นอนว่า ใครก็ตามที่เข้าสู่อำนาจ มักมีแนวโน้มจะก่อทุจริต แต่ความที่ระบบการเมืองประชาธิปไตยนั้น สามารถตรวจสอบได้ง่าย

ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายซักฟอกรัฐบาลบ่อยๆ เปิดหลักฐานการโกงกินให้สังคมได้เห็นกันเสมอๆ

“นักการเมืองจึงถูกตีตราว่าเป็นอาชีพเลวร้ายได้ง่ายๆ”

แล้วเมื่อถึงวาระที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อล้มประชาธิปไตย ก็จะโหมเรื่องระบบการเมืองการเลือกตั้งเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น สังคมก็พร้อมจะคล้อยตาม ลงเอยก็เกิดการยึดอำนาจ ปกครองด้วยรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมือ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ กลายเป็นระบบที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เลยไม่รู้ว่าเขาโกงกันหรือไม่ อย่างไร

แทนที่สังคมจะมองว่า นักการเมืองถูกแฉเรื่องโกงกิน เพราะเราเป็นระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาทำให้สามารถตรวจสอบได้ก็เป็นเรื่องดี ดังนั้น เราควรยึดระบอบนี้เอาไว้

กลับไปมองว่า เมื่อเห็นว่านักการเมืองโกง ก็ต้องล้มกระดานกันไปเลย โดยหารู้ไม่ว่า เข้าสู่ยุครัฐบาลเผด็จการยิ่งตรวจสอบอะไรไม่ได้ กลายเป็นรัฐบาลคนดี ดีกว่านักการเมือง

“จึงมีคำกล่าวกันว่า อย่าเชื่อในคนดี แต่ควรเชื่อในระบบที่ดี จะดีกว่ามาก”

ไม่ว่าจะเรื่องราวของนายพีท เรื่องราวของแท็กซี่สมพงษ์ ล้วนเป็นบทเรียนให้ได้รู้กันว่า การสร้างคนดี สามารถสร้างได้ไม่ยาก

แต่ถ้าเราหลงเชื่อไปกับกระบวนการสร้างคนดี และยังพร้อมจะไปชี้หน้าด่าว่าคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโกง โดยที่ยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรยืนยันได้ชัดเจน

เราก็อาจจะกลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง และที่สำคัญทำลายระบอบประชาธิปไตย ทั้งที่เป็นระบอบที่สังคมตรวจสอบรัฐบาลได้ดีที่สุด!

บทความก่อนหน้านี้ประยุทธ์ ชี้พัฒนาศก.ต้องทำให้ปชช.เข้มแข็งด้วย หวั่นคนบอกไม่ได้อะไรเลยจากรบ.นี้
บทความถัดไปหมอวรงค์ ให้การสืบพยานยึดทรัพย์ บอกอยากให้เพื่อไทยมาฟัง จะได้รู้จำนำข้าวโกงยังไง