หนุ่มเมืองจันท์ : เชื่อ-บ้า-กล้า-ก้าว

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

ตั้งแต่ดูหนังมา หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมกล้าแนะนำทุกคนแบบสุดเสียง

“2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”

ไม่ใช่แค่ “น่าดู”

“แต่…ต้องดู”

หนังเรื่องนี้สร้างจากโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของ “ตูน บอดี้สแลม” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ซึ่งกลายเป็น “ปรากฏการณ์” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย

เมื่อคนคนหนึ่งวิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุดของเมืองไทย

ก่อนที่ “ตูน” จะเริ่มโครงการนี้ เขาเข้าไปคุยกับ “พี่เก้ง” จิระ มะลิกุล

ตอนแรก เขาอยากให้ GDH ช่วยตัดฟุตเทจจากการ LIVE ของการวิ่งไปบางสะพานเป็นหนังหรือบันทึกความทรงจำ

แต่ “พี่เก้ง” และ “วรรณ” วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์มือทองของ GDH บอกว่าการทำหนังกับการบันทึก LIVE นั้นแตกต่างกัน

ขอเป็นโครงการใหม่ที่ “ตูน” กำลังจะทำดีกว่า

“พี่เก้ง”ชอบวิ่งอยู่แล้ว

เขาเคยไปวิ่งกับ “ตูน” มาแล้วในโครงการบางสะพาน

ได้เห็นความงดงามและพลังดีๆ ตลอดข้างทางที่ “ตูน” วิ่ง

GDH ดึง “ไก่” ณฐพล บุญประกอบ คนเขียนบทภาพยนตร์มือดี และผู้กำกับหนังสารคดีหลายเรื่องมาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้

“ไก่” กำลังเรียนต่อที่นิวยอร์ก เรื่องสารคดี

เขาบินกลับมาทันทีเมื่อรู้ว่าได้ทำโครงการนี้

“ไก่” และน้องๆ อีก 5 คน ติดตามบันทึกภาพการวิ่ง 2,215 กิโลเมตรของ “ตูน”

ถ่ายไป-ตัดไป ตลอดเส้นทาง

สารคดีแบบนี้ไม่มี “บทภาพยนตร์” ล่วงหน้า

เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตลอดเวลา 55 วันนี้

จากวันนั้นจนถึงวันนี้

7 เดือนกว่า

ฟุตเทจทั้งหมดก็กลายมาเป็นหนังสารคดีที่ยิ่งใหญ่

“2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”

ผมดูหนังเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขอ “พี่เก้ง” เหมารอบให้นักเรียน ABC ทุกรุ่นได้ดูกัน

หวังจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการร่วมบริจาคเงินตามเป้าหมายของ “ตูน”

ตอนแรก “ตูน” ตั้งใจที่จะให้ทุกคนได้ดูฟรี

“ตูน” ขอเปลี่ยน “ค่าตั๋ว” เป็นเงินบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

“ราคาตั๋ว” ขึ้นอยู่กับเราจะให้ค่ากับหนังเรื่องนี้แค่ไหน

“คิงเพาเวอร์” ให้การสนับสนุนโครงการนี้เต็มที่

เหมาโรงทั้งในเครือเมเจอร์และเอสเอฟให้คนดูฟรี 700,000 กว่าที่นั่ง

แต่ตอนหลังมีคนบอกว่าถ้าเปิดให้ดูฟรีอย่างเดียว คนที่อยากดูแต่ขี้เกียจไปลุ้นหน้าโรงว่ามีที่นั่งว่างหรือเปล่าจะไม่ไปดู

เขาก็เลยเปิดขายบัตรตามปกติแต่ราคาถูกเป็นพิเศษ

และเพิ่มช่องทางให้คนที่อยากส่งต่อแรงบันดาลใจบริจาคเงินก้อนหนึ่งเข้ามูลนิธิและเหมาโรงให้นักเรียนหรือคนในบริษัทมาดู

“2,125 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” เป็นหนังที่น่ารักมากๆ ครับ

คุณเคยเจอหนังที่น่ารักจนน้ำตาคลอเพราะความประทับใจไหม

หนังเรื่องนี้พาเราให้ย้อนอดีตกลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องราวของผู้ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่ง

บนเวที เขาเป็น “ร็อกสตาร์” อันดับหนึ่งของเมืองไทย

แต่ช่วงเวลานั้น “ตูน” คือคนที่ทั้ง “บ้า” และ “ดื้อ” กับเกมที่เขากำหนดขึ้นมาเอง

55 วันกับระยะทาง 2,215 กิโลเมตร

ไม่มีการผ่อนปรนอะไรทั้งสิ้น

มีฉากหนึ่งที่ทีมงานบอกให้ “ตูน” เลิกแวะถ่ายรูปหรือทักทายกับคนที่ยืนรอตามทาง

แต่ “ตูน” บอกว่าเขาทำไม่ได้

ทุกคนอยากเจอเขา

ถ้าเขาวิ่งผ่านไป ภาพนั้นก็จะยังติดตาเขาอยู่

แล้วจะ “คาใจ” ว่าทำไมไม่ทักทายคนที่รอเจอเขา

นั่นคือ “ตูน”

สิ่งที่ผมชอบมากในหนังเรื่องนี้คือ บทภาพยนตร์

“ไก่” เก่งมาก

เขาเขียนบทจาก “ความจริง” ที่เกิดขึ้น

แต่เสริมแต่งอย่างเหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์พ่อ-แม่ของ “ตูน” ถึงวัยเด็ก

หรือการใช้เส้นเรื่องจากการสัมภาษณ์ “กบ” บิ๊กแอส

คนที่แต่งเพลงให้ “ตูน”

และเข้าใจ “ตูน” มากที่สุดคนหนึ่ง

เพราะ “ตูน” เป็นคนขี้อายที่จะพูดถึงตัวเองในมุมดีๆ

คำพูดของ “กบ” จึงช่วยทำให้เรารู้จัก “ตูน” มากขึ้น

ในมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้คมคายขึ้นเพราะคำพูดของ “กบ”

แต่ละประโยคของ “กบ” คมมากครับ

ในหนังเราจะเห็นว่าแท้จริง “ตูน” ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง

ไม่ใช่ “ซูเปอร์ฮีโร่”

มีทั้งอารมณ์เกรี้ยวกราด ขว้างของบนรถบ้าน

ดื้อกับแม่

หรือมุขแป้กในบางเวลา

แต่ “ความยิ่งใหญ่” ของ “ตูน” คือ ขนาดของ “หัวใจ”

คุณเคยดูหนังที่ไม่อยากให้จบไหมครับ

ตอนที่หนังเดินเรื่องมาถึงเชียงราย

เรารู้แล้วว่าหนังกำลังจะจบ

เพราะอีกนิดเดียวก็ถึง “แม่สาย”

ปลายทางของการวิ่งครั้งนี้

แต่เรายังอยากดูต่อ

ไม่อยากให้จบ

แต่ไม่ว่า “ความปรารถนา” ของเราจะเป็นอย่างไร

“ความจริง” ก็คือ “ความจริง”

หนังเรื่องนี้ต้องจบ

เหมือนกับ “ชีวิต” ที่ต้องมีการแยกจาก

ถ้าถามว่าหนังเรื่องนี้ให้อะไรกับเรา

ตอบได้เลยครับว่าให้แรงบันดาลใจที่ท่วมท้น

ได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราได้ทำอะไรเพื่อผู้อื่นบ้างหรือยัง

ไม่ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติเหมือน “ตูน”

เพราะทุกคนมี “ขนาด” ที่เหมาะสมของตัวเอง

ไม่ต้องทำใหญ่เท่าเขา

แต่ให้ทำแบบเขา

มีคนถามผมว่าเขามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง

จะบริจาคเข้ามูลนิธิทั้งหมดหรือเหมาโรงให้คนในบริษัทหรือนักเรียนได้ดูหนังเรื่องดี

คำแนะนำของผมก็คือ…

“เหมาโรงเถอะครับ”

เพราะผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้เหมือน “น้ำ” และ “ปุ๋ย” ที่จะช่วยให้ต้นไม้ “ความดี” ในใจที่ทุกคนมีอยู่เติบโตขึ้น

ถ้าแค่ครึ่งหนึ่งของคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้

อยากทำอะไรเพื่อผู้อื่น

สังคมไทยคงงดงาม

ตอนใกล้จบของ “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”

มีฉาก “ตูน” บอกกับทีมงานก่อนลงไปวิ่งครั้งสุดท้าย

“จบแล้ว ไม่ทำอีกแล้ว”

เหมือนจะบอกทีมงานที่เหน็ดเหนื่อยทุกคนว่า “อาทิวราห์ คงมาลัย” จะไม่ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อีก

ผมเชื่อว่าฉากนี้ “ไก่” คงไม่ได้คิดเอง

แต่ทีมงาน “ก้าว” กดดันผู้กำกับฯ

ขอให้มีฉากนี้ในหนัง

เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน

เวลา “ตูน” คิดอะไรบ้าๆ ขึ้นมาอีก

ทุกคนจะเอาฉากนี้ให้ “ตูน” ดู

“สัญญาว่าไง”

เพราะทุกคนรู้ดีว่า “ตูน” คงไม่จบแค่นี้แน่นอน

“เส้นชัย” สำหรับ “ตูน”

มันคือ “การสิ้นสุด” ของสิ่งหนึ่ง

เพื่อจะ “เริ่มต้น” สิ่งใหม่เท่านั้นเอง

เพราะนี่คือ “ความสุข” แท้จริงที่เขาค้นพบแล้ว

บทความก่อนหน้านี้มหัศจรรย์ปีนัง อย่างนี้ก็มีด้วย! [ขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว]
บทความถัดไปปิดฉากรุ่นคลาสสิค โฟล์กสวาเก้นเลิกผลิต ‘บีเทิล’ ในปีหน้า