วิเคราะห์ : ศึกเก้าอี้ “แม่ทัพเพื่อไทย” เปิดโฉม 7 วันหลังคลายล็อก จับตา “ศิธา” นั่ง ผอ.พรรค สัญญาณคุณหญิงหน่อยฟื้น

ยิ่งใกล้คลายล็อกให้พรรคการเมืองได้ขยับทำกิจกรรมทางการเมือง สถานการณ์ทางการเมืองทั้งจากระหว่างพรรค และภายในพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มกลับมาทวีความร้อนแรงเข้มข้นอีกครั้ง

แม้การคลายล็อกจะยังไม่ใช่การปลดล็อก แต่ก็ถือเป็นกระบวนการที่ทำให้ฝันของพรรคการเมืองในการลงสู่สนามเลือกตั้งเริ่มเห็นเค้าลางของความเป็นจริง

โดยหลายฝ่ายเริ่มออกมาขยับตัว ตอบรับกระแสการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 ที่ กกต.วางกรอบเวลาไว้ แม้แต่คนไกลบ้านอย่าง “เสี่ยแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังมั่นอกมั่นใจว่าจะเกิดการเลือกตั้งขึ้นในห้วงเวลานี้

แทบทุกพรรคดูจะมีความชัดเจนในเรื่องของตัวผู้นำพรรคกันแล้ว

พรรคใหม่ไม่ต้องพูดถึง เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการสรรหาและลงมติเลือกหัวหน้าและกรรมการพรรคได้ก่อนพรรคเก่ามาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ส่วนบรรดาพรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ฯลฯ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เพราะภาพผู้นำพรรคของแต่ละพรรคนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว

แต่กลับมีพรรคใหญ่อีกพรรคหนึ่งอย่าง “พรรคเพื่อไทย” (พท.) เพราะจนถึงวันนี้ ชื่อแม่ทัพที่จะมาถือธงนำพรรคในศึกการเลือกตั้งห้วงปี 2562 นั้นยังไม่ชัดเจน

ชนิดที่พูดว่าไม่ชัดเจนอาจจะเบาเกินไป จนต้องพูดใหม่ว่า “ยังมีปัญหา” น่าจะเข้ากับสถานการณ์การหาหัวหน้าของพรรคเพื่อไทยมากกว่า

ปัญหาก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ตัวเล่นที่พรรคเพื่อไทยมี ขณะนี้แม้จะปรากฏชื่อของ “เดอะอ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง “โภคิน พลกุล” หรือแม้กระทั่งอดีตรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

แต่ก็ไม่กลบชื่อของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย แม้จะไม่เป็นที่ยอมรับของอดีต ส.ส.หลายกลุ่ม หลายก๊วน รวมถึงแกนนำในพรรค ปัญหาจึงคาราคาซัง ไม่มีใครกล้าส่งสัญญาณว่าจะใช่คนนี้หรือไม่

ด้วยว่าจะบอกใช่ ก็กลัวจะมีปัญหากับสมาชิกพรรค ครั้นจะบอกว่าไม่ใช่ ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เนื่องจาก “นายใหญ่” ยังให้โอกาสเข้ามานั่งทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยมี “หญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ผู้มากบารมีแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า อดีตศรีภรรยานายทักษิณ ทั้งดันหลัง ทั้งปูทางให้อย่างเต็มที่อยู่ แล้วแบบนี้ใครจะพูดอะไรได้อีก ก็ต้องให้โอกาสตามประสงค์นายทั้งสอง

แต่ถึงอย่างนั้น การให้โอกาส “คุณหญิงหน่อย” ขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยในวันที่ไม่มีใครทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่าบรรดาสมาชิกพรรค ยอมศิโรราบ ให้โอกาสอย่างสงบสมานฉันท์

ช่วงหลังมานี้จึงเห็นกระแสข่าวปล่อยชื่อคนนั้นคนนี้ขึ้นมาคุมทัพเพื่อไทยกันไม่เว้นแต่ละวัน

ล่าสุดปรากฏชื่อลูกเขย “พ่อแม้ว” ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี “เอม” น.ส.พินทองทา (คุณากรวงศ์) ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ มานั่งคุมทัพพรรคเพื่อไทย

มโนไปถึงขนาดว่าจะจัดทัพคนรุ่นใหม่ วัยไม่ถึง 50 ปี อาทิ ว่าที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. มาช่วยกันทำงาน

ทั้งที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ชัดเจนไว้ก่อนหน้านี้เพียงไม่นานว่า

“ผมไม่สนใจเล่นการเมือง ตอนนี้ Passion ผมเป็นเรื่องธุรกิจที่กำลังทำ ผมถนัดทางนี้ ขอลุยทางนี้ Passion ผมคือเรื่องธุรกิจ ผมถนัดทางด้านธุรกิจ ไม่ถนัดการเมือง มันเป็นเรื่องของอนาคต อยากทำตรงนี้ให้ดีที่สุด อนาคตยังไม่ได้คิดครับ”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง “พงศ์” จะมานั่งเบอร์ 1 เพื่อไทยนั้นเคยเป็นกระแสมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งคนรอบข้างต่างพากันเรียงหน้ากระดานออกมาปฏิเสธแทนเสียงแข็ง

ในประเด็นนี้ร้อนถึง “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ต้องออกโรงแจงว่า พรรคและแกนนำพรรคยังไม่มีการพูดเรื่องนี้เลย เพิ่งจะได้ยินชื่อ “ณัฐพงศ์” ว่าจะมานั่งคุมพรรคจากสื่อนี่แหละ เป็นอันว่ากระแสข่าวนี้จบไป

ข่าว “ลูกเขยแม้ว” นั่งคุมทัพเพื่อไทยเป็นกระแสยังไม่ทันเว้นวัน ก็มีชื่อ “น.ต.ศิธา ทิวารี” หรือ “เสี่ยปุ่น” จะมานั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตามมาติดๆ อีก

แถมบอกด้วยว่า ชื่อใครก็ตามที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะ “ลูกเขยพ่อแม้ว” หรือ “หญิงหน่อย” ฯลฯ เป็นเพียงแค่การสับขาหลอกทั้งนั้น แต่ “ศิธา” คือตัวจริง เพราะคุณหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้าเคาะมาเองกับมือ ทำเอางงไปถ้วนหน้า

เพราะแหล่งข่าวจากแกนนำตัวจริงของพรรคเพื่อไทยยืนยันมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีการเคาะชื่อ “เสี่ยปุ่น” ให้นั่งตำแหน่ง ผอ.พรรคเพื่อไทย โดยเป็นการตั้งกันภายใน ชนิดที่บรรดา ส.ส.เองก็ยังแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้

การตั้ง “ผู้พันปุ่น” นั่งตำแหน่ง ผอ.พรรคแบบนี้ ทำให้ใครก็อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า คนในพรรคยอมถอยให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” เข้ามาคุมงานเพื่อไทยในฐานะผู้นำพรรคแล้วหรือไม่

เพราะอย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า นอกจาก “ศิธา” จะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณแล้ว “ศิธา” ยังเป็นคนที่มีความสนิทสนมและใกล้ชิดกับ “คุณหญิงสุดารัตน์”

จนถูกขนานนามว่าเป็นขุนศึกคู่บุญคุณหญิงสุดารัตน์มาแล้ว

ศิธาเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยการผลักดันของ “คุณหญิงหน่อย” ที่ชักชวนเข้ามาสังกัดพรรคไทยรักไทย ได้ลงสมัคร ส.ส.กทม. ในนามพรรคไทยรักไทย

และเมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทยได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล “ผู้พันปุ่น” ก็ได้รับโอกาสให้นั่งในตำแหน่งโฆษกรัฐบาล โลดแล่นอยู่ในเส้นทางสายการเมืองจนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองพร้อมกับสมาชิกบ้าน 111

แต่เมื่อพ้นล็อก 5 ปี “ผู้พันปุ่น” ก็กลับมาผงาดในฐานะบอร์ดการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยทันที

หลายๆ ครั้งที่ “หญิงหน่อย” ต้องเผชิญปัญหา “ศิธา” ก็เป็นมือขวาที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ เรียกว่าอยู่ด้วยกันมานาน สู้ด้วยกันมานาน

การได้ “ศิธา” มาเป็นพ่อบ้านพรรคในสถานการณ์เช่นนี้ จึงทำให้มองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจาก “คุณหญิงหน่อย” กำลังจะขึ้นมานั่งเก้าอี้แม่ทัพเพื่อไทยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ คสช.คลายล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง พรรคเพื่อไทยระบุว่า จะได้เห็นชื่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในทันที ไม่เกิน 7 วัน ไม่ว่าตำแหน่งหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคจะเป็นใครก็ตาม

ที่น่าจับตามองมากกว่าคือ 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะตัวผู้นำพรรค สมาชิกจะโหวตใครนั่งตำแหน่งนี้ก็ได้

แต่ตัวผู้นำเบอร์ 1 ของประเทศ ต้องประชาชนโหวตเลือกให้เท่านั้น

ส่วนใครจะเข้ามานั่งในตำแหน่งไหน ไม่นานเกินรอคงได้รู้กัน