Burning : เผา…ให้ไฟลามเลีย

มาดามหลูหลี[email protected]

ฉากหนังเกาหลีตอนหนึ่งใน “Be With You” ที่พระเอกเห็นนางเอกถือหนังสือชื่อ Norwegian Wood ของฮารูกิ มูราคามิ ซึ่งพระเอกคิดว่าเป็นหนังสือท่องเที่ยวนอร์เวย์!

ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นผู้มีผลงานการเขียนแปลกแนวชวนสงสัย ที่มีผู้อ่านทั่วโลกในหลายภาษา เรื่อง Norwegian Wood (2010) นิยายดังสร้างเป็นหนังญี่ปุ่นโดยผู้กำกับฯ ชาวเวียดนาม อันห์หงตราน

และแล้วผู้กำกับฯ อีชางดง (ผู้กำกับฯ Green Fish, Peppermint Candy, Secret Sunshine, Oasis, Poetry) ผู้กำกับฯ ระดับบรมครูของเกาหลี ได้นำต้นฉบับ Barn Burning เรื่องสั้นของฮารูกิ มูราคามิ (แปลเป็นไทยโดยวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา รวมอยู่ในหนังสือ “เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน” โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่) สร้างเป็นภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง “Burning” จนลือลั่นสนั่นเมืองคานส์ ได้รับคัดเลือกเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d”Or)

Burning มีนักแสดงระดับฝีมือคือ สตีเฟน ยอน จาก Walking Dead ร่วมกับยูอาอินพระเอกดังจาก Sungkyunkwan Scandal และชอนจงซอ นางเอกใหม่ใจถึง ได้เกิดและดังเพียงชั่วข้ามคืนจากหนังเรื่องนี้

 

หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ดูเรียบง่าย แต่กลับลึกลับชวนสงสัยให้ค้นหา ระหว่างชายสองหญิงหนึ่งที่ได้รู้จักกันเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ

อีจงซู (ยูอาอิน) ชายหนุ่มจบวิทยาลัยยังไม่มีงานทำ รับจ้างส่งของไปวันๆ และมีความฝันอยากเป็นนักเขียน เขาได้พบชินแฮมี (ชอนจงซอ) หญิงสาวผู้มีอาชีพเป็นพริตตี้เต้นโชว์เรียกลูกค้าตามบูธขายสินค้าต่างๆ

ชินแฮมียัดกระดาษใส่มือจงซู กระดาษที่มีหมายเลขรางวัล และเธอได้ของรางวัลนาฬิกาข้อมือสีชมพู!

แฮมีบอกกับจงซูว่าเป็นเพื่อนนักเรียนและจำจงซูได้ แต่จงซูจำแฮมีไม่ได้ ด้วยเธอบอกว่าแต่ก่อนเธอขี้เหร่ ที่สวยขึ้นเพราะไปทำศัลยกรรมมา และเอ่ยปากชวนชายหนุ่มไปดื่มหลังเลิกงาน

ระหว่างกินดื่ม แฮมีเล่าว่าเธออยากเป็นนักแสดงละครใบ้ และทำท่าปอกเปลือกผลส้มกับท่ากินที่ดูน่าอร่อย เหมือนส้มให้รสหวาน ซึ่งเธอบอกว่าการแสดงที่เสมือนจริงนี้ “หลักสำคัญคือไม่ใช่การเชื่อว่ามันมี แต่คือการต้องลืมว่ามันไม่มีอยู่ต่างหาก…”

หญิงสาวได้ขอให้จงซูช่วยแวะมาให้อาหารแมวในระหว่างที่เธอเดินทางไปเที่ยวแอฟริกา ซึ่งแฮมีเล่าถึงเรื่องราวความแตกต่างของคนแอฟริกา ระหว่างคนหิวสองจำพวก รวมทั้งท่าทางการเต้นของคนสองกลุ่มนี้

 

จงซูมาหาแฮมีเมื่อรู้จักที่อยู่ ช่วยดูแลแมว ซึ่งเขาบอกว่ากำลังจะกลับบ้านนอกที่เมืองพาจู เพราะพ่อได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐจนบาดเจ็บ ต้องโทษติดคุก เขาจึงกลับไปดูแลบ้านและวัวที่เลี้ยงไว้

เราจึงได้รู้ว่า หนุ่มสาวทั้งคู่เป็นเด็กบ้านนอกเมืองพาจู เมืองชายแดนเกาหลีใต้ติดกับเกาหลีเหนือ ที่บ้านของจงซูจะได้ยินเสียงโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งส่งเสียงตามสายมาดังถึงฝั่งเกาหลีใต้

ทั้งคู่ได้ร่วมเสพสัมพันธ์กันในห้องเล็กๆ ของแฮมี ห้องที่หันไปทางทิศตะวันออก แต่ไม่เคยได้รับแสงแดด แสงที่ส่องมาคือแสงสะท้อนจากกระจกของตึกโซลทาวเวอร์มายังห้องของเธอ ชั่วเดี๋ยวเดียวในแต่ละวัน

ขณะที่จงซูกำลังอยู่บนร่างเปลือยเปล่าของแฮมี เขาได้มองเห็นแสงสะท้อนนั้น และทุกครั้งที่เขามาให้อาหารแมว ซึ่งเขาไม่เคยได้พบ เพียงแค่เรียกชื่อแมว เขามักจะช่วยตัวเองพร้อมๆ ไปกับการยืนมองโซลทาวเวอร์ สัญลักษณ์แห่งกรุงโซล

แฮมีโทร.ทางไกลจากแอฟริกาให้จงซูไปรับเธอที่สนามบิน เขาดีใจที่จะพบแฮมี แต่ต้องผิดหวังเพราะแฮมีมากับเบน (สตีเฟน ยอน) ชายหนุ่มที่รู้จักกันที่แอฟริกา

และในทุกครั้งเมื่อแฮมีนัดพบกับจงซู จะต้องมีเบนทุกครั้ง

 

วันหนึ่งแฮมีและเบนมาหาจงซูที่บ้าน ทั้งสามดื่มไวน์และพี้กัญชาซึ่งเบนเป็นผู้นำมา แฮมีถอดเสื้อร่ายรำและเมาหลับไป จงซูเล่าว่าเขาเผาเสื้อผ้าของแม่หลังจากที่แม่ทิ้งเขาไป ส่วนเบนบอกว่าเขามักจะเผาโรงเพาะชำร้างที่ไม่มีคนสนใจในทุกสองเดือน และที่มานี่ก็เพื่อมองหาโรงเพาะชำเพื่อเผา

ในวันนั้นจงซูสารภาพว่ารักแฮมีกับเบนที่ไม่สนใจคำพูดของเขา และด่าแฮมีว่าทำตัวเหมือนอีตัว!

หลังจากวันนั้น จงซูไม่พบแฮมีอีกเลย ไม่มีโทรศัพท์ โทร.ไปก็ไม่มีสัญญาณ จงซูออกวิ่งตามดูโรงเพาะทุกแห่ง และสะกดรอยตามเบนด้วยความสงสัย

แฮมีเคยชวนจงซูไปบ้านเบนในย่านกังนัม ห้องชุดที่หรูหราพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก กับของสะสมแปลกๆ และดูเหมือนคนรวยผู้เพียบพร้อมมีชีวิตที่ดูน่าเบื่อหน่าย

เบนหนุ่มไฮโซผู้มีชีวิตดี๊ดี ขับรถปอร์เช่ขับโฉบไปวันๆ โดยไม่ต้องทำงาน มีครอบครัวที่ดี จงซูเฝ้าดูครอบครัวของเบนรับประทานอาหารร่วมกันในห้องอาหารหรูหราของอาร์ตแกลเลอรี่ หลังจากไปโบสถ์ แสดงให้เห็นสถานะที่ร่ำรวย

 

Burning หนังเล่าเรื่องจากเรียบง่ายไม่มีอะไร กลับให้อะไรอย่างลุ่มลึก ชวนสงสัย และน่าอึดอัดใจ กับเสียงดนตรีประกอบไพเราะที่เหมือนเพลงละครใบ้ของแฮมี

ความสัมพันธ์ง่ายๆ ที่เปราะบาง การคบหากันแบบรู้หน้าไม่รู้ใจ คนที่ดูดีใช่ว่าจะเป็นคนดี คนบ้านนอกที่ดูเหมือนเลื่อนลอย เซ่อๆ ซ่าๆ กลับจริงใจมั่นคงกว่า

สาวพริตตี้ที่รับงานตามความพอใจ ใช้จ่ายเพื่อความสุขเบื้องหน้า แม้จะเป็นหนี้บัตรเครดิต และครอบครัวไม่ยอมรับถ้าเธอยังไม่จัดการเรื่องหนี้สิน

เกาหลีใต้ สังคมที่พัฒนาก้าวหน้าสูงสุดในทุกๆ ด้าน แต่ความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่มาก แม้แต่แสงแดดที่เป็นสิ่งธรรมชาติและทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม คนจนยังได้เพียงแค่แสงสะท้อนเพียงเล็กน้อย!

สิ่งที่แฮมีบอกเล่า เหมือนไม่มีอยู่จริงคล้ายละครใบ้ แต่กลับมีอยู่จริง!!!

บทความก่อนหน้านี้พิศณุ นิลกลัด : บริการที่ใครๆก็ชอบ ตามไปดูยูเอสโอเพ่นที่เฟ้นช่างผมหัวละ1พันดอลล่าร์มาให้ฟรี!
บทความถัดไปศาลออกหมายจับปรับนายประกัน 1 ล้านอดีต ผกก.เมืองน้ำดำเบี้ยวนัดฟังคำพิพากษา