สมุนไพรเพื่อสุขภาพ : รู้หรือไม่ ? ปลีกล้วย ช่วยบำรุงน้ำนม! ฝรั่งยังชอบยุโรปขายดีมาก!

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ / โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

 

ปลีกล้วย บำรุงน้ำนม

และอาหารสุขภาพในยุโรป

 

อยู่ๆ ก็มีข่าวว่าพ่อค้าส่งออกกว้านซื้อปลีกล้วยส่งขายให้ชาวยุโรปกิน ได้ราคาดีเสียด้วย

พอตามไปหาเหตุผลว่าทำไมฝรั่งจึงหันมานิยมกินปลีกล้วย

ก็พบว่ากระแสสนใจการกินพืชผักมากขึ้น กินเนื้อสัตว์ลดลง และมีคนจำนวนมากหันมากินมังสวิรัติด้วย

แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารการกินนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง รสชาติการปรุงแต่งเมื่อได้เคี้ยวกินแล้วย่อมให้รสกลิ่นสีมีความอร่อยด้วย

ปรากฏว่าลิ้นฝรั่งกินปลีกล้วยแล้วได้รสสัมผัสคล้ายกินเนื้อสัตว์

จึงเริ่มนิยมนำไปปรุงแต่งอาหารแนวอาหารสุขภาพที่ลดเนื้อสัตว์แต่ยังได้กลิ่นรสแบบเนื้อสัตว์นั่นเอง

พอฝรั่งหันมาสนใจปลีกล้วย ก็เท่ากับมากระตุ้นให้คนไทยรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยมานาน นั่นคือยาบำรุงน้ำนม ซึ่งในอดีตแทบทุกบ้านที่มีหญิงคลอดบุตรจะรู้จักปรุงอาหารและปรุงยาประจำบ้านเพื่อบำรุงน้ำนมกันเป็นเรื่องปกติ

แต่ปัจจุบันภูมิปัญญาเหล่านี้ลดความสำคัญลงไปมาก หรือบางครั้งอยากจะปรุงกินก็ทำกันไม่เป็น ก็ขอนำตำรับดั้งเดิมผ่านประสบการณ์คุณแม่ลูกหลายคนมาเผยให้รู้จักใช้กัน

ดังนี้

 

ใช้หัวปลีกล้วยน้ำว้าจะช่วยให้มีน้ำนมมาก หลังคลอดสัก 2 สัปดาห์ สามารถทำกินได้ทุกวัน แนะนำให้กินมื้อเย็นถือเป็นเมนูอาหารหลักได้เลย กินได้นานตลอดเวลาที่ยังให้นมลูก ซึ่งใช้ส่วนประกอบ ดังนี้

หัวปลีกล้วยน้ำว้า 1 หัว พริกไทยดำ 20 เม็ด นำมาป่นให้ละเอียด กุ้งแห้งเลือกอย่างดีหน่อยเอามาสัก 1 กำมือแล้วโขลกให้เป็นผุย หอมหัวเล็ก (หอมแดง) 4-5 หัว กะปิ 1 ช้อนชา ใบแมงลักประมาณ 3 ช่อ

วิธีปรุง หั่นหัวปลีกล้วยตามขวางบางๆ รอไว้ จากนั้นโขลกพริกไทย หอมเล็ก กะปิ กุ้งแห้งให้ละเอียด แล้วนำไปละลายในน้ำสะอาดประมาณ 1 ชามแกง แล้วตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด (ระวังน้ำล้น) เมื่อน้ำเดือดแล้วใส่หัวปลีที่เตรียมไว้ลงไป ปิดฝาทิ้งไว้ให้สุกก่อนยกลงจากเตาหรือดับไฟ จากนั้นใส่ใบแมงลักลงไป แล้วปิดฝาหม้อทิ้งไว้อีกสัก 10 นาที

เมนูบำรุงน้ำนมนี้กินกับข้าวร้อนๆ ก็เท่ากับจะมีน้ำนมขาวข้น มากพอให้ลูกน้อยได้ดื่มกิน

 

หากจะพูดให้เก๋ เป็นจุดขาย ก็น่าจะพูดได้ว่า “เมนูดอกไม้” บำรุงน้ำนม เพราะหัวปลีหรือ banana blossom ก็คือส่วนของดอกกล้วย ที่ยังไม่ได้โตจนกลายเป็นผลกล้วย จึงยังเป็นส่วนที่มีกาบห่อหุ้มอยู่ภายนอกเรียงตัวทับซ้อนกันแน่นเป็นรูปดอกบัวตูมทรงสูงนั่นเอง หัวปลีนำมากินดิบและสุกก็ได้ เช่น กินดิบเป็นผักเคียง เช่น กินกับผัดไทย ซึ่งจะมีรสชาติฝาดๆ แต่ถ้าต้มสุกจะมีรสชาติอร่อยมีหวานน้อยๆ

ในทางยาแพทย์แผนไทยหรือยาพื้นบ้าน ถือว่าหัวปลีนอกจากเป็นอาหารบำรุงน้ำนมของสตรีให้นมลูกแล้ว หัวปลีคือยาบำรุงเลือด แก้ภาวะโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเลือด และแก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ด้วย

น่าจะอธิบายได้ว่า จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าปลีกล้วยมีธาตุเหล็กอยู่จำนวนมากพอสมควร จึงมีส่วนในการบำรุงเลือด แก้ภาวะโลหิตจาง และมีสูตรยาโบราณขนานหนึ่งกล่าวว่า ปลีกล้วยแก้ปัญหาปวดท้องโรคกระเพาะ และปัญหาลำไส้ โดยให้นำหัวปลีมาเผาแล้วคั้นเอาแต่น้ำมากินครั้งละประมาณ 1/2 แก้ว ควรกินก่อนกินอาหารแต่ละมื้อสัก 1 ชั่วโมง หัวปลีจะเป็นยาคล้ายๆ จะช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร

ซึ่งเคยมีงานศึกษาในต่างประเทศพบว่า สารสกัดจากหัวปลีสามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้มากถึง 47.88-87.63% โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทดลองที่มีอาการแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากผลการดื่มสุรา จึงเท่ากับสอดคล้องกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของเรา

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การนำเอาหัวปลีกล้วย 1 หัว มาย่างไฟให้เปลือกชั้นนอกไหม้เกรียม แล้วนำไปต้มกับน้ำ (ใส่น้ำพอท่วมหัวปลี) ให้เดือด แล้วกินน้ำยาหัวปลีต่างน้ำให้หมดในวันนั้น วันรุ่งขึ้นต้มใหม่ กิน 7 วัน จะช่วยบรรเทาอาการเบาหวานหรือช่วยลดน้ำตาลในเลือด

แต่ผู้เป็นเบาหวานควรควบคุมอาหารการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย

 

ในปลีกล้วยยังมีสาระสำคัญในกลุ่มฟีโนลิก เช่น แอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นอาหารสุขภาพที่กินเป็นประจำย่อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ และที่พิเศษจริงๆ ที่ชาวต่างชาติสนใจก็ตรงที่หัวปลีมีแคลอรี่ต่ำ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่ธรรมดา มีแคลเซียมสูง มีโปรตีน มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบตา-แคโรทีน ถ้าได้ทำเป็นเมนูอาหารกินเป็นประจำ ก็คืออาหารเพื่อสุขภาพชั้นเลิศดีๆ นี่เอง ลองสูตรยำหัวปลีของมูลนิธิสุขภาพไทยไปทำกิน ดังนี้

เคล็ดลับ หั่นหัวปลีบางๆ แล้วควรแช่ในน้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาว (น้ำที่มีรสเปรี้ยว) ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อไม่ให้หัวปลีสีคล้ำ ทำให้น่ากิน และลดความฝาดลงบ้าง

ในการปรุงยำสูตรนี้ หาภาชนะเช่นชามใบใหญ่ ให้ใช้น้ำพริกเผารสที่ชอบใส่ลงไป ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลทรายแดง น้ำปลา แต่งรสตามใจชอบ

แต่ไม่ควรหวาน-เค็มเกินไป

เมื่อคลุกเคล้าดีแล้ว ใส่หัวปลี มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว ใบชะพลู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หากอยากได้เนื้อสัตว์กินด้วย แนะนำเป็นปลากรอบ หรือกุ้งแห้ง หรือที่ชอบได้

ยำหัวปลีนี้ ใครได้กินแล้วฟินสุดๆ รสชาติแบบอาหารไทย แล้วยังได้สรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ไม่จำเป็นว่ากำลังให้น้ำนมลูกก็ทำกินกันได้ทุกสัปดาห์ กินแล้วเลือดลมดี ผิวพรรณผ่องใส โบราณว่ามีเลือดฝาด คือ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และช่วยระบบขับถ่ายไม่ให้เก็บสะสมของเสียในร่างกายได้ดีด้วย นอกจากเมนูยำแล้ว หัวปลียังปรุงอาหารได้หลายประเภท ทั้งแกง ผัด ชุบแป้งทอด หรือผัดใส่ไข่ก็ได้รสชาติเด็ดเช่นกัน

ต่อไปเราควรทักทายกันว่า วันนี้คุณกินปลีกล้วยหรือยัง?

บทความก่อนหน้านี้กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยคิดสั้นชม.ละ6คน ชี้ชีวิตเร่งด่วน ทำขาดยั้งคิด
บทความถัดไปแมลงวันในไร่ส้ม/ ‘ปัจจุบัน’ ของ ‘อดีต’ สรุปคดีความ-ผลเสียหาย วิกฤตการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา