มองบ้านมองเมือง / ปริญญา ตรีน้อยใส / มองหมู่บ้านโบราณ

มองบ้านมองเมือง / ปริญญา ตรีน้อยใส

มองหมู่บ้านโบราณ

มองบ้านมองเมืองฉบับนี้ จะพาไปมองหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอิตาลี
แม้จะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็เป็นหนึ่งในห้าหมู่บ้าน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อยี่สิบปีก่อน
ในฐานะหมู่บ้านสวยที่สุดในอิตาลี และอาจในโลกด้วย
หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อ มานาโรลา Manarola ส่วนอีกสี่หมู่บ้านที่เหลือ ได้แก่ มอนเตรรอสโซ อัลมาเร Monterrosso al Mare ริโอมัจจอร์เร Riomaggiore เวอร์นาซซา Verazza และ Corniglia คอร์นิลา
รวมเรียกว่า ซิงเกวแตร์เร Cinque Terre หรือ ห้าแผ่นดิน
หมู่บ้านทั้งห้าเรียงรายอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี ภูมิประเทศทั่วไปเป็นป่าเขาและผาสูงชันริมทะเล อันเป็นชัยภูมิช่วยป้องกันการรุกรานของศัตรู ทำให้มีการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่ช่วงเวลาเดียวกับสมัยสุโขทัยบ้านเรา จนถึงปัจจุบัน
เดิมทีชาวบ้านยังชีพด้วยการประมง และการเกษตรแบบขั้นบันไดตามไหล่เขา
ต่อมา เมื่อมีการตัดทางรถไฟเชื่อมกับเมืองใหญ่อื่น ผู้คนในหมู่บ้านพากันอพยพเข้าไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการในเมือง
รวมทั้งมีบางส่วนย้ายถิ่นฐานไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา
เป็นเหตุให้หมู่บ้านเกือบจะร้างผู้คน

โชคดีว่า กระแสการท่องเที่ยวที่เริ่มประมาณปี 2500 ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมหมู่บ้าน ทางรถยนต์ ทางรถไฟ และทางเรือเพิ่มขึ้น
ชาวบ้านหันมาปรับปรุงอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะเริ่มทาสีผนังอาคารหลากสีสวยงาม จนเป็นอัตลักษณ์ของหมู่บ้าน
แม้แต่ทางเดินเท้าโบราณที่เชื่อมห้าหมู่บ้าน ที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาและไร่สวน กลับกลายเป็นเส้นทางนักท่องเที่ยว ที่เรียกขานว่า ทางเดินแห่งรัก
เพื่อสนับสนุนการขึ้นทะเบียนมรดกโลก รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศให้พื้นที่โดยรอบหมู่บ้านทั้งห้าแห่ง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ ส่งผลให้การปรับหน้าดินและการตัดต้นไม้เพื่อการเกษตรลดลง
อุทกภัยจากน้ำป่าหลากในฤดูใบไม้ผลิ ที่เคยถล่มหมู่บ้านเสมอมานั้นหมดไป
ชาวบ้านยังหวนคืนถิ่นกลับมาประกอบอาชีพบริการรองรับนักท่องเที่ยว ที่มีจำนวนมากถึงปีละ 2.5 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม เพื่อจะรักษาสภาพหมู่บ้านและธรรมชาติ ที่เป็นต้นทุนหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของซิงเกวแตร์เร จึงเริ่มจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหลือเพียงปีละ 1.5 ล้านคน นอกจากจะควบคุมจำนวนห้องพักที่ชาวบ้านแบ่งบ้านให้เช่าค้างแรมแล้ว ยังไม่ให้สร้างโรงแรมขนาดใหญ่ ยังควบคุมการจราจร ให้เป็นหมู่บ้านปลอดรถยนต์ นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถยนต์ในพื้นที่กำหนดที่อยู่ห่างออกไป รวมทั้งจัดตารางเวลาเดินรถไฟและเรือ เพื่อควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน
สภาพหมู่บ้านโบราณอย่างมานาโรลา
แม้จะไม่เป็นเช่นในอดีต เพราะมีการซ่อมบำรุงทาสีอย่างสวยงาม เหมือนชุมชนปัจจุบันที่พบเห็นทั่วไปในอิตาลี
แม้จะมีการก่อสร้างต่อเติมเพิ่มอาคารสิ่งก่อสร้างใหม่ หากมีการควบคุมรูปแบบและประเภทอาคารแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็น ป้ายโฆษณา เสารับสัญญาณโทรทัศน์ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำให้ในหมู่บ้านไม่มีโรงแรม ศูนย์การค้า ซูเปอร์สโตร์ หรือร้านสะดวกซื้อชื่อดัง
มีแต่กิจการชาวบ้านที่มีขนาดเล็กเท่านั้น

แม้จะอำนวยความสะดวกการเข้าถึงหมู่บ้านทางรถไฟ แต่ตัวสถานีตั้งอยู่ห่างออกไปอยู่หลังเขาอีกด้านของหมู่บ้าน ขนาดท่าเรือที่ไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ ไม่มีการขยายผิวจราจรถนน เพื่อควบคุมปริมาณและความเร็วยานพาหนะ จัดเตรียมที่จอดรถรวม ห่างออกไปสองสามกิโลเมตร เพื่อให้เป็นหมู่บ้านคนเดินที่ไม่วุ่นวาย และไร้มลพิษ
เมื่อรวมกับป่าเขาและผาสูงริมทะเลที่สวยงาม ตามสภาพภูมิประเทศ
เมื่อรวมกับไร่องุ่นและสวนมะกอกแบบขั้นบันไดที่ดูแปลกตา
เมื่อรวมกับอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันงดงาม เกาะตามริมผาสูง
หมู่บ้านมานาโรลา จึงเป็นหมู่บ้านโบราณที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งมรดกโลกของมนุษยชาติที่ดำรงคงอยู่ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้นงนุช สิงหเดชะ/’มหาธีร์’ คัมแบ๊กในสไตล์เดิม ‘ชน’ มหาอำนาจ (จีน)
บทความถัดไปวิช่วลคัลเจอร์ / ประชา สุวีรานนท์ / สองตัวพิมพ์ : หน้าตาของอังกฤษ (จบ)