ดอกหงอนไก่ ต้มดื่มแก้ท้องเสีย แก้อาเจียนเป็นเลือด ตกเลือด

หงอนไก่เป็นไม้เล็ก สูงประมาณ 50 เซนติเมตรเท่านั้น มีกิ่งก้านสาขาไม่มาก ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ในช่อเต็มไปด้วยดอกเล็กๆ แน่นเบียดเสียดกันหนาแน่น

โคนช่อนั้นหนาแข็งแรงเพื่อจะรองรับดอกเล็กๆ อันมากมาย จนก้านดอกบิดหยิกหยักชูดอกที่ส่งสีใสดังกำมะหยี่ มีประกายสวยงาม

จากก้านดอกซึ่งบิดพลิ้ว ส่งดอกได้สวยงาม เหมือนแสร้งทำให้เหมือนหงอนของตัวไก่เพศผู้

จึงเรียกดอกไม้นี้ว่า ดอกหงอนไก่

ต้นหงอนไก่มีสีน้ำตาลแดงอมเหลือง ต้นไม่มีแก่น ลำต้นอวบ และเมื่อออกดอก ส่วนโคนดอกจะอวบใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อรองรับดอกอันหนาแน่น

ดอกหงอนไก่เป็นช่อใหญ่ มีก้านเดียว เต็มไปด้วยดอกเล็กมากมาย ออกติดกันแน่นเบียดเสียด จนก้านดอกบิดหยิกหยักไปมา เหมือนดังรูปของหงอนไก่ที่เป็นไก่ชน หงอนแดง ตัวดำ ช่างเปรียบกันได้เหมือนจริง ดอกหงอนไก่สีแดงนั้น เป็นสีแดงสด มีประกายดังกำมะหยี่

สวยงามจริงๆ

ต้นหงอนไก่ มีการพัฒนาบ้าง ซึ่งนอกจากสีแดงสดแล้ว ขณะนี้ยังมีสีเหลือง ชมพู ขาว ซึ่งแปลกออกไป

ดอกหงอนไก่ มีผลเล็กๆ อยู่ภายในดอก จนแก่จัดดอกแห้ง เมื่อเคาะดอกดู จะเห็นเมล็ดเล็กๆ สีดำจำนวนมาก ส่วนนี้นำไปเพาะขยายพันธุ์

หงอนไก่เหมาะที่จะปลูกประดับ โดยทำแปลงยกร่องปลูกใหรนอบบ้าน ให้น้ำให้ปุ๋ยและถูกแดดพอเหมาะก็จะงอกงาม ออกดอกดกแน่นขนัด น่าชมมาก หรือจะปลูกลงกระถางก็สวย

แต่ไม่คงทนเท่าปลูกลงดิน

ประโยชน์ต่างๆ ของหงอนไก่ยังมี เช่น ตัดดอกปักแจกัน หรือแต่งกระเช้า หรือนำไปใช้ในงานดอกไม้สด ซึ่งผู้รู้นำไปใช้ในงานต่างๆ ก็สวยงามดี

ไม่อยากเชื่อว่าหงอนไก่ยังเป็นยอดยาสมุนไพร โดยนำลำต้นมาต้มเอาน้ำกินแก้ท้องเสีย แก้อาเจียนเป็นเลือด ตกเลือด หรือใช้ต้นอ่อนตำพอกฝี แก้แมลงสัตว์กัดต่อย ตลอดจนงู ตะขาบ ก็ใช้ได้

ดอกหงอนไก่ยังนำมาต้มกินแก้บิดมูกเลือด หรือเกี่ยวกับการที่เลือดออกจากร่างกายก็แก้ได้

ดูอาการของโรคที่รักษาด้วยต้นหงอนไก่นั้นน่ากลัว แต่เมื่อสมัยหนึ่งไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาล หมอพื้นบ้านก็รักษากันไป ถึงอย่างไรก็ได้ผลพอบรรเทา จนกระทั่งหายได้

ที่ห้ามคือ หญิงมีรอบเดือน เพราะจะยิ่งออกมาก

ดังนั้น ควรระวังไว้ สมุนไพรไทยมีค่าในยามจำเป็น ที่ผู้คนยังขาดแคลนก็ได้ยาพื้นบ้านรักษา

แต่ยาพื้นบ้านเหล่านี้ เมื่อวิจัยแล้วพบว่ามีคุณค่าก็ควรสงวนไว้ หรือจดสิทธิบัตรไว้สำหรับยาไทย

ได้ฟังผู้ที่ผลิตยาสมุนไพรไทยรักษาโรคบางอย่างและหายโรคได้ ผู้คนต่างนิยมและมาใช้บริการ

และเคยได้ยินผู้รู้ (หมอสมัยใหม่) ตำหนิบางคน (ผู้รู้) ว่าไม่ควรเชื่อ เมื่อฟังข่าวเช่นนี้ก็ฟังไว้

การที่ผู้ผลิตยาสมุนไพรไทยรักษาโรคบางอย่างนั้น เขาได้ทดลองและรักษามานานจนหายจากโรคร้าย

น่าจะถือว่าบุคคลเช่นนั้นมีประโยชน์ต่อสังคมและบ้านเมืองของเรา ตลอดจนวงการแพทย์ควรพิจารณาติดตามดู หาข้อจริง และจดทะเบียนไว้

เพื่อเป็นมรดกของชาติต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“วัดล่ามช้าง-วัดร้างต้นปูน” หัวใจเชียงใหม่ที่กำลังถูกย่ำยีด้วยทุนนิยม ตอนจบ
บทความถัดไปพิศณุ นิลกลัด : คอนเนอร์ VS คาบิบ ศึกทวงแชมป์จาก “คาบิบ”