การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/The Last Braedy From Passchendaele to Cambrai (2)

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

The Last Braedy

From Passchendaele to Cambrai (2)

Passchendaele 1917
สงครามที่พาสเคนเดลเกิดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 1917 อันเป็นตอนท้ายๆ ของแนวรบด้านตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรวางยุทธศาสตร์ที่จะยึดแนวรบด้านทิศใต้และตะวันออกของเบลเยียม บริเวณเมือง Ypres แฟลนเดอร์ฝั่งตะวันตก
ปัจจุบันเรียกว่า Passendale อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินห่างจากดันเคิร์กและบรู๊จส์เล็กน้อย กองทัพเยอรมนีตั้งกำลังส่งเสบียงสำคัญไว้ที่นี่
สมรภูมิที่พาสเคนเดลเป็นหนึ่งในสนามรบที่ยากลำบากด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นโคลนชุ่มน้ำฝน เลือด ซากศพ ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรตาย 270,000 คน ฝ่ายเยอรมนีตาย 217,000 คน
ตีห้าตามเวลานัด รถถังเฟรย์เบนตอสเตรียมออกรบ เออร์เนสต์ เบรดี้ เขียนจดหมายถึงภรรยาวิกตอเรีย เล่าเรื่องการรบชี้ชะตาครั้งนี้และชวนเธอออกมาดูดวงจันทร์ดวงเดียวกัน
กัปตันริชาร์ดสันขอขึ้นรถถังไปด้วย รถถังมีพลรบ 8 คน กัปตันขอไปด้วยกลายเป็น 9 คน ทำให้ที่นั่งภายในเบียดเสียดยัดเยียด ทหารแต่ละคนสวมหมวกที่มีผืนโซ่ปกคลุมใบหน้าตั้งแต่จมูกลงมาด้วยฝุ่นผงของเศษเหล็กจะกระเด็นกระดอนไปทั่วห้องเครื่องเมื่อเข้าสู่สมรภูมิ
เฟรย์เบนตอสเดินหน้าเข้าหาศัตรู ยิงต่อสู้ดุเดือด บางคนได้รับบาดเจ็บ แต่แล้วระหว่างที่พลขับพยายามหักหลบลูกปืนใหญ่ที่ลอยมา รถถังจมลงไปในโคลนและขึ้นมาไม่ได้
กัปตันริชาร์ดสันสั่งเบรดี้ให้ออกไปปลดโซ่ที่ล่ามแท่งเหล็กยักษ์หลังรถ ห่าปืนกลพุ่งเข้าใส่เบรดี้ในทันทีที่เขาปลดโซ่ได้ เขานอนหงายจมกองเลือดที่หน้ารถนั่นเอง
ที่อังกฤษ ปัจจุบัน วิกตอเรีย เบรดี้ หลานของหลานของเออร์เนสต์ เบรดี้ กำลังนั่งเรือข้ามฟากออกจากฝั่งโดเวอร์ ตามรอยปู่ของปู่ข้ามช่องแคบอังกฤษไปเบลเยียม

Fray Bentos 1917
ทหารที่เหลือ 8 คนติดกับอยู่ในรถถังที่ร้อนระอุเมื่อดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้น พลทหารคนหนึ่งเลือดออกจากหัวเข่าจำนวนมาก อีกคนหนึ่งถูกด้ามปืนใหญ่เหวี่ยงกระแทกซี่โครงหัก
บางคนเสนอว่าควรออกไปปลดโซ่ที่เบรดี้อาจจะทำไว้กึ่งๆ กลางๆ บางคนว่าศพของเบรดี้อาจจะขวางประตูเอาไว้ และบ้างว่าเขาอาจจะยังไม่ตาย
กัปตันไม่อนุญาตให้ใครออกนอกรถถังอีก ห่ากระสุนของเยอรมนียังปลิวว่อน เสียงระเบิดจากปืนใหญ่ดังขึ้นโดยรอบ ตอนแรกพวกเขาส่งพิราบสื่อสารออกไปแต่เชื่อว่าคงจะถูกยิง เสียงปืนใหญ่ดังถี่ขึ้น ดูเหมือนพวกอังกฤษเองคิดว่าพวกเขาตายแล้วจึงยิงถล่มเข้ามาไม่ยั้ง
พวกเขาติดอยู่ในรถถัง 2 วันและไม่มีน้ำ จึงเอาน้ำหล่อเครื่องรับ-ส่งวิทยุมาดื่มกินกันแม้รสชาติจะเป็นเศษเหล็ก เทียบกับวิกตอเรียรุ่นหลานของหลานซึ่งกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์พาสเคนเดลในเบลเยียม เธอดื่มน้ำจากขวดพลาสติกสะอาดแจ๋วในสนามเพลาะจำลอง
ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าย่ำบนรถถัง พวกเยอรมันหย่อนระเบิดมือลงมา กัปตันออกคำสั่งให้โยนกลับออกไปโดยเร็ว สิ้นเสียงระเบิด ทหารเยอรมันสองคนพร้อมระเบิดมือเป็นลังเดินกลับมาใหม่อีก กัปตันยิงมันตายไปหนึ่ง อีกคนวิ่งหนีไป ทุกคนรู้ว่าพวกมันจะแห่กลับมาอีกแน่นอน
“64 ชั่วโมงแล้ว เราจะออกไป” กัปตันสั่ง “ไปทีละคู่”

Passchendaele 1922
สงครามสงบไป 4 ปีแล้ว วิกตอเรีย เบรดี้ ภรรยาม่ายของเออร์เนสต์ เบรดี้ พาลูกชายแอนโทนี่มาที่เมือง Ypres พวกเขาไม่เคยออกจากอังกฤษ ทหารอังกฤษเกือบทุกคนจะได้มารบที่นี่ในที่สุด สมรภูมิยังคงสภาพเดิม เต็มไปด้วยเศษเหล็ก วัสดุ ลวดหนาม สนามเพลาะ มีชาวนากลับมาทำนาแล้วบ้างแต่ด้วยความยากลำบาก
มีชาวเมืองกลับมาอยู่อาศัยแล้วบ้างท่ามกลางซากปรักหักพัง ไม่มีใครทำอะไรได้มากนัก ระเบิดที่ยังไม่ระเบิดมีอยู่ทั่วไป
วิกตอเรียและลูกชายแอนโธนี่นั่งรถม้ามาถึงชานเมือง ซากรถถังหลายคันยังอยู่บนถนนและในร่องน้ำ เศษเหล็กขนาดยักษ์เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่าควรทำอย่างไรกับมัน วิกตอเรียยังคงเขียนจดหมายถึงสามี เธอรักเขาและจะรักเขาตลอดไป
เธอดั้นด้นมาถึงที่นี่เพื่อหาเฟรย์เบนตอส เธออยากร่วมรับรู้วาระสุดท้ายของเขา
“ตูม” เสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ เพื่อทำลายซากรถถังเป็นเศษเล็กๆ จมลงในโคลน วิกตอเรียทันวาดรูปตอนท้ายรถถังคันหนึ่งที่กำลังจมลง
เบลเยียม ปัจจุบัน วิกตอเรีย เบรดี้ คลาร์กและสามี สตีฟ คลาร์ก ยังขับรถเที่ยวบริเวณเดียวกันในหนึ่งร้อยปีถัดมา เธอเล่าให้สามีฟังว่าวิกตอเรียภรรยาของเออร์เนสต์ เบรดี้ หาเฟรย์เบนตอสไม่พบในวันนั้น แอนโทนี่ลูกชายเติบใหญ่แล้วไปรบสงครามโลกครั้งที่สอง เขารอดตายกลับมาแต่งงานแล้วปู่ก็เกิด ตามด้วยพ่อ พ่อมีลูกสาวคนเดียว เธอจึงเป็นเบรดี้คนสุดท้าย
วิกตอเรียและสามีขับรถผ่านมาที่สุสานไทน์คอตพอดี ไม้กางเขนนับหมื่นเรียงรายไปสุดสายตา เกือบร้อยปีก่อนวิกตอเรียและแอนโทนี่ก็นั่งรถม้าผ่านมาทางนี้เช่นกัน เธอได้แต่คาดหวังว่าเออร์เนสต์จะถูกฝังที่นี่ หลายหลุมไม่มีชื่อ มีเพียงพระเจ้าที่รู้
“เราคงไม่มีทางหาปู่ของปู่พบ” วิกตอเรียบอกสตีฟ
สตีฟพาเธอแวะสนามเพลาะที่อนุรักษ์ไว้ คือสนามเพลาะจริงๆ เธอเล่าต่อไปว่าไม่มีใครรู้ว่าเออร์เนสต์หายไปไหน และทำไมป้ายชื่อทหารของเขาถูกส่งไปเก็บที่แคมไบร ฝรั่งเศส

Cambrai 1917
แคมไบรอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสใกล้พรมแดนเบลเยียม สงครามที่แคมไบรเกิดขึ้นสองครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมปี 1917 ครั้งที่ 2 เป็นเวลาสามวันในเดือนตุลาคมปี 1918 อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการเผด็จศึกเยอรมัน
วิกตอเรียและสามีขับรถไปถึงแคมไบร เธอได้พบกอร์ซินสกี้ซึ่งอาสาขับรถพาเธอและสามีไปดูแนวหน้าที่แคมไบร เขาเล่าว่ากัปตันริชาร์ดสันออกรบที่แคมไบรในเดือนพฤศจิกายนด้วย
“อะไรนะคะ เฟรย์เบนตอสออกรบอีกครั้ง” วิกตอเรียตกใจกับข้อมูลใหม่นี้
“เปล่าครับ เขาได้รถถังคันใหม่ ชื่อเดบอราห์” เจ้าบ้านชี้แจง

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์/เอเชี่ยนเกมส์ 2018
บทความถัดไปไต้หวัน ออกมาตรการจำกัด ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวไทย หลังค้าหญิงบริการพุ่ง!