ทราย เจริญปุระ : สักวันชีวิตจะศิโรราบต่อเรา

ทราย เจริญปุระ

การวิ่งมีอะไรบางอย่างที่คล้ายโยคะและมังสวิรัติ

คือทำแล้วอยากบอกคนอื่น

คุณลองไถนิ้วผ่านหน้าฟีดส์โซเชียลมีเดียซักแพลตฟอร์มนึงของคุณดูก็ได้

หมดจากรูปบุตรธิดาหมาแมวแล้ว

ก็นี่แหละ

โยคะ/วิ่ง/กินเฮลธ์ตี้

ก่อนๆ นี้ฉันก็ยอมรับว่าแอบมองแรงๆ ใส่ผู้บริโภคกลุ่มเฮลธ์ตี้นี้อยู่บ้างเหมือนกัน

มองไม่มองเปล่า มีเสียง-แหมมมมมมมมมม-ดังก้องอยู่ในหัวด้วย

ก็ฉันมันคนนิสัยไม่ดีน่ะนะ

หรือเอาจริงๆ ก็คือดีแบบคนอื่นเขาไม่ได้

มันคงเหมือนการเอาชนะตัวเองได้

เราไม่กินอะไรที่กินกันเป็นธรรมดา

เราไม่นอนในเวลาที่คนอื่นยังนอน

เราอยู่ในท่ายืนและนั่งต่างจากที่เราทำมาทั้งชีวิต

เจ๋งสุดๆ

เหตุผลก็เหมือนที่หลายๆ คนใช้ คือเหนื่อย ไม่มีเวลา ยุ่งยาก แถมฉันพิเศษเพิ่มเข้าไปอีก ว่ามีอุปกรณ์เสริมในร่าง ออกกำลังกายหนักๆ ไม่ได้

ดังนั้น เวลาเห็นใครโยคะ ใครมังสวิรัติ ใครปั่นจักรยาน ใครตัวอ่อนโยคะ ฉันก็จะนั่งจิบเบียร์หมั่นไส้ไปอย่างสบายอารมณ์ เพราะข้ออ้างแสนสมบูรณ์แบบว่าฉันทำไม่ได้นะ ไม่ใช่ไม่อยากทำ

แต่ก็มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ที่ฉัน-แหม-ใส่ได้ไม่เต็มปาก

คือคุณอุรุดา โควินท์

ในแวดวงเพื่อนโซเชียลของฉัน ก็จะมีทั้งคนร่วมรุ่นและร่วมอาชีพ

นักเขียนหลายคนก็จะมีอาการโอดโอยอย่างฉันบ้าง ยามต้องเขียนงานส่งงาน

ยามแฮงก์และนอนน้อย

ยามเมามายมากเกินไป

ยามโดนออฟฟิศซินโดรมจากการจ่อมจมอ่านเขียนอะไรนานๆ เล่นงาน

แต่ไม่ใช่อุรุดา

พี่พูเป็นผู้หญิงแรงเหลือมาก

เห็นเขียนหนังสืออยู่วับแวบ

เอ้า ไปโผล่เก็บบ้าน จัดบ้านอีก

เลี้ยงหมาอีก

วิ่งอีก

กับข้าวก็ทำ

แล้วยังมีเวลาแต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ ไปเที่ยวไหนต่อไหน

-ใครจะไปมีแรงเหลือเท่าพี่เค้าวะ?- ฉันอัศจรรย์ในใจทุกทีเวลาเห็นรูปสารพัดกิจกรรมที่พี่พูทำ

จนผ่านเวลาไปที่พี่พูต้องมาดูแลเจ้าหมาตัวโตหน้าตายิ้มแป้นที่ชื่อยาวไม่ซ้ำใคร ว่า “สมิงพระราหู” พี่พูเยียวยาสมิง อาบน้ำสางขน คอยจับมันป้อนจิบน้ำทีละนิด บ้านก็ต้องรื้อ หนังสือก็ต้องเขียน

แล้วพี่พูก็เล่าถึงความเศร้า ความเหนื่อยอย่างธรรมดา

ก็เหนื่อย

ก็เศร้า

ฉันเลยรู้สึกถึงด้านธรรมดาของยอดมนุษย์หญิงคนนี้มากขึ้น

-พี่เขาก็เหนื่อยเป็นนี่หว่า- ฉันสรุป แล้วก็หันมาตั้งคำถามกับตัวเอง

-นี่เราทำได้ครึ่งพี่เค้ารึยัง?-

ตอนถามนี่นอนถามด้วยซ้ำ

แล้วหนังสือเล่มนี้ก็ออกมา เหมือนกับจะตอบคำถามนี้ให้กับฉัน

ค่อยๆ ไป แต่ไม่หยุด : ฉันเพิ่งมาเริ่มวิ่งก่อนอ่านหนังสือเล่มนี้สักสองเดือน

เรียกให้มันหรูไปอย่างนั้นล่ะว่า-วิ่ง- ทั้งที่จริงก็คือการปั่นเครื่องวิ่งวงรี (แปลไทยแล้วดูชอบกลเนอะ) หรือ Elliptical อยู่ในห้อง

แต่อ่านหนังสือพี่พูแล้วมีกำลังใจ

เพิ่งออกกำลังกายได้ 2 เดือนเองนะอินทิรา, ฉันดุตัวเองเวลาหิวเบียร์

วิ่งไปเหอะ ซัก 4-5 เดือนให้อยู่ตัว หล่อนค่อยผ่อนมือกับตัวเอง

แต่ระหว่างนี้ เราก็สามารถมาส์กหน้า ทาปาก คุยกันจุ๊กจิ๊กกิ๊กกุ๊กเรื่องลิปสติกรุ่นใหม่ได้

ชีวิตต้องมีพรุ่งนี้ไว้ทาลิปสติกแท่งล่าสุดยังไงล่ะ

โนะ (อันนี้ฉันลองทำเสียงแบบคุณอุรุดา)

“ตราบเท่าที่เรายังไม่หยุด สักวันชีวิตจะศิโรราบต่อเรา”

ฉันไม่รู้ว่าฉันสามารถพูดได้อย่างเต็มปากหรือยัง ว่าได้รับการศิโรราบจากชีวิต

แต่ก็มีอะไรที่ฉันผ่านมาเยอะ

ฉันเปิดได้ไพ่ใบแย่ๆ ออกบ่อยชนิดที่ว่าถ้าเป็นนักพนันก็คงร้องไห้

แต่ฉันไม่ใช่

ชีวิตก็ไม่ได้มีไว้เพื่อการเดิมพันอะไร

เราแค่อยู่ไป

ทำไป

ใช้ตามหน้าไพ่ที่เรามี

กติกาของเกมชีวิตมีเพียงข้อเดียว

ไปต่อไป

เดินต่อไป

ขอเพียงคุณลงมือทำเท่านั้นเอง

“ค่อยๆ ไป แต่ไม่หยุด” เขียนโดยอุรุดา โควินท์ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์มติชน กรกฎาคม, 2561