วงค์ ตาวัน : การต่อสู้ของผู้ร้ายข้ามแดน

วงค์ ตาวัน

ปมปัญหาการเมืองว่าด้วยเรื่องความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย ที่ร้าวลึกมากว่า 10 ปี ได้กลับมาเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้งในช่วงระยะนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเปิดเผยข้อมูลของนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ซึ่งระบุถึงขบวนการโค่นล้มทักษิณและยิ่งลักษณ์ ที่สมคบร่วมกันหลายฝ่าย เป็นการย้อนประวัติศาสตร์ 2548 จนถึง 2557
รวมไปถึงข่าวที่ทางการไทยพยายามจะปิดลับ แต่ถูกเปิดเผยออกมาจากสื่อใหญ่ในอังกฤษ ซึ่งพบว่า รัฐบาลไทยได้ยื่นเรื่องไปยังอังกฤษ เพื่อขอตัวอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาดำเนินคดีในไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

เหล่านี้ได้ทำให้เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกันมาตั้งแต่การโค่นล้มทักษิณ และโค่นล้มยิ่งลักษณ์ ไปจนถึงเมื่อทั้ง 2 พี่น้องชินวัตร หนีออกนอกประเทศ กลับได้รับการต้อนรับจากประเทศต่างๆ สามารถเดินทางไปไหนมาได้อย่างสะดวกสบาย

ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนา ทบทวน และขุดคุ้ยข้อเท็จจริงไปทั่วสังคมไทย


เหตุหนึ่ง ที่กลับมาเป็นเรื่องเป็นราวอีก เพราะทักษิณและยิ่งลักษณ์ได้ออกมาปรากฏตัวเป็นระยะๆ ในช่วงหลายเดือนมานี้ ซึ่งเชื่อว่ามาจากการวางจังหวะก้าว เพื่อสื่อสารถึงมวลชนที่ยังให้การสนับสนุนอยู่ในไทย
คาดว่า หากมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา ก็น่าจะได้เห็นจังหวะก้าวที่ถี่มากขึ้นของทักษิณและยิ่งลักษณ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกกระแสเลือกตั้งเพื่อต่อต้านอำนาจทหาร และการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร

ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่า เพราะฝ่ายทักษิณและยิ่งลักษณ์เริ่มเดินเครื่องเพื่อปูกระแสเตรียมต่อสู้อย่างขนานใหญ่ในห้วงเลือกตั้ง

แต่อีกส่วน การปรากฏตัวที่กรุงลอนดอน เพื่อฉลองงานวันเกิดของยิ่งลักษณ์ ซึ่งทักษิณเป็นเจ้าภาพจัดให้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน โดยมีทั้งภาพและคลิป การสนทนาของทักษิณกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผ่านวิดีโอคอล ทำให้เกิดข่าวที่อยู่ในความสนใจมากมายมีผลกระทบอย่างมากกับข่าวการเดินทางไปเยือนผู้นำอังกฤษของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไทย ในช่วงเวลาเดียวกันพอดี

เป็นกระแสที่กลบกันไปกลบกันมา ทำให้โอกาสที่นายกฯ ไทยจะได้แสดงให้เห็นว่า ทางการอังกฤษให้การยอมรับผู้นำไทยมากขึ้น หลังจากถูกกีดกันมาตลอด ด้วยปัญหาเป็นรัฐบาลรัฐประหาร กลับไม่ฮือฮา
ประเด็นนี้ก็น่าจะเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทางการไทยจะต้องตอบโต้ 2 พี่น้องชินวัตร ด้วยการยื่นเรื่องถึงทางการอังกฤษเพื่อขอตัวยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

โดยจดหมายดังกล่าวลงวันที่ 5 กรกฎาคม หลังเหตุการณ์ในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน!?!
แต่ที่มีความพยายามจะ “ปิดลับ” คงเพราะฝ่ายไทยเองไม่แน่ใจว่า ขอไปแล้วจะได้รับการตอบสนองหรือไม่
ถ้าไม่ได้รับการตอบสนอง จะยิ่งเป็นประเด็นให้ยิ่งลักษณ์-ทักษิณได้เย้ยหยันไปกันใหญ่อีก
เพราะทักษิณก็เคยโดยมาตรการนี้ แต่ก็ยังลอยนวลอยู่มาแล้วนับสิบปี ไม่เคยมีประเทศไหนให้ความร่วมมือจับตัวผู้ร้ายข้ามแดนรายนี้

ข้อมูลจากนายนคร มาฉิม ได้สร้างความเดือดดาลให้แก่คนประชาธิปัตย์จำนวนไม่น้อย พร้อมกับประกาศจะฟ้องร้องเป็นคดีในศาลต่อไป แต่จะว่าไปแล้ว มีการเสนอข้อเท็จจริงและข้อวิเคราะห์มาก่อนแล้วจากหลายๆ ฝ่าย ที่ใกล้เคียงกันกับนายนคร มาฉิม มาแล้ว


เอาง่ายๆ ว่า การชุมนุมประท้วงบนท้องถนนของนักศึกษาประชาชนในประวัติศาสตร์บ้านเมืองเรา ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 มาจนถึงพฤษภาคม 2535 นั้น คือการขับไล่เผด็จการทหารไม่เคยมีการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาประชาชนที่เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร หรือเรียกร้องให้ล้มประชาธิปไตย ให้หยุดประชาธิปไตย
เพราะธรรมชาติของนักศึกษาประชาชนทั่วไป ย่อมใฝ่หาเสรีภาพ มากกว่าจะเรียกร้องให้อำนาจการเมืองไปอยู่ในมือคณะทหาร

แต่การเกิดของม็อบเสื้อเหลืองในปี 2548 กลับตรงกันข้าม เพราะต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อต้านผู้นำการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนถล่มทลาย โจมตีประชาธิปไตยว่าเป็นเครื่องมือของนายทุนสามานย์ ควรต้องหยุดประชาธิปไตย เท่ากับปูทางมาสู่การรัฐประหาร 2549 นั่นเอง


ต่อมามีการชุมนุมในปลายปี 2556 โดยม็อบนกหวีดขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ได้รับเลือกตั้งอย่างท่วมท้น พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ กลับไม่ยอมรับแนวทางนี้ เท่ากับยืนยันชัตดาวน์เพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ทางตัน และลงเอยก็มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

นับวันข้อเท็จจริงจากการเรียกหาปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพื่อยังไม่ให้มีเลือกตั้ง จะยิ่งกระจ่างชัดว่า ไม่มีจริงหรอกการปฏิรูป!!
ทั้งหมดวิเคราะห์ได้ว่า เป็นขบวนการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองจากมือของฝ่ายนักการเมือง ให้กลับมาสู่มือของขุนศึกขุนนาง รวมๆ คือขบวนการอนุรักษนิยมทางการเมืองที่หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ภายใต้อำนาจของฝ่ายรักการเมืองและทุนเสรี
ทั้งกรณีรัฐประหาร 2549 ล้มทักษิณ และรัฐประหาร 2557 ล้มยิ่งลักษณ์

เป็นสูตรสำเร็จแบบเดียวกันคือ จัดม็อบปลุกชนชั้นกลางให้ออกมาต่อต้านนักการเมืองขี้โกง แล้วเรียกหารัฐประหาร ลงเอยก็มีรัฐประหาร

อีกทั้งชัดเจนอยู่แล้ว การรัฐประหารก็คือ ทำให้อำนาจการเมืองมาอยู่ในมือฝ่ายที่ต้องการแช่แข็งการเมืองและสังคมไทย ไม่ให้ก้าวไปไหน
ถ้าจำกันได้ คำว่าแช่แข็งการเมือง เกิดจากม็อบ เสธ.อ้าย เมื่อปลายปี 2555 ซึ่งโผล่ขึ้นมาขับไล่ยิ่งลักษณ์อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่มีกระแส จึงทำให้ม็อบล้มเหลว
แต่นั่นก็คือสัญญาณชัดเจนว่า ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ต้องการจะล้มรัฐบาลเพื่อไทยและยึดอำนาจคืนมาตั้งแต่ระยะนั้นแล้ว
ผลการเลือกตั้งในปี 2554 ที่ยิ่งลักษณ์ผงาดบนถนนการเมือง ทำให้ฝ่ายอำนาจเก่านั่งไม่ติด ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ พร้อมกับเกิดความคิดต้องล้มให้ได้ตั้งแต่ยิ่งลักษณ์ชนะเลือกตั้ง
เพราะในทันทีก็มีนักวิชาการฝ่ายเสื้อเหลือง มีหมอเสื้อเหลือง ตั้งโต๊ะแถลงต่อต้านยิ่งลักษณ์ในภาพรวมเรื่องการคอร์รัปชั่น แล้วต่อเนื่องเป็นการนัดชุมนุมใหญ่ไล่ยิ่งลักษณ์ เพื่อแช่แข็งการเมือง ของ เสธ.อ้าย
ลงเอยก็นำมาสู่ขบวนการก่อกวนปั่นป่วนในห้องประชุมสภา เพื่อทำให้ภาพสภาเลือกตั้งแหลกเหลว ชูถ้อยคำประเภท เผด็จการรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนเบื่อหน่ายระบบสภาจากการเลือกตั้ง
จนเกิดม็อบนกหวีดและการไม่ยอมรับแนวทางยุบสภาเพื่อเลือกตั้ง จนนำไปสู่การรัฐประหาร 2557 ในที่สุด!

ไม่ว่าจะทำกันขนาดไหน แต่สุดท้าย ไม่มีใครฝืนระบบการเมืองต้องมีการเลือกตั้งได้ เพราะเป็นระบบเดียวที่เปิดให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงมีส่วนร่วม เพียงแต่การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ได้อยู่ภายใต้การวางกฎกติกาที่เสมือนการล็อกผลเอาไว้ล่วงหน้า
วันนี้มีแนวโน้มเกือบ 100% แล้วว่า นายกฯ หลังเลือกตั้ง จะเป็นคนเดิม โดยมาในฐานะคนนอก มาจากคนที่ไม่เคยยอมรับว่าจะเล่นการเมือง


ดังนั้น แนวโน้มการต่อสู้ในเลือกตั้งหนนี้ น่าเชื่อว่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายที่ไม่เอานายกฯ คนนอก กับพรรคการเมืองที่สนับสนุนนายกฯ จากคณะ คสช.

จะเต็มไปด้วยบรรยากาศของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายที่เห็นว่ามีประชาธิปไตยนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยผู้นำการเมืองไม่ควรเป็นนักการเมือง

ต่อสู้ระหว่างพรรคที่ไม่เอารัฐธรรมนูญ 2560 และยุทธศาสตร์ 20 ปี กับพรรคที่ต้องการให้ประเทศอยู่ภายใต้กฎกติกา ที่แช่แข็งสังคมการเมืองเอาไว้ยาวนาน

ขณะเดียวกันจะมีตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ชูธงต้านเผด็จการ ในนามพรรคอนาคตใหม่ ที่จะปลุกปัญญาชนชนชั้นกลาง ให้หลุดออกมาจากความเชื่อล้าหลัง ให้หันมาสู่การพัฒนาก้าวหน้าใฝ่หาเสรี

ที่สำคัญจะต้องได้เห็นการขยับเขยื้อนของ 2 ผู้ร้ายข้ามแดน 2 นักโทษหนีคดี ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ที่จะสื่อสารผ่านโลกยุคดิจิตอลอย่างร้อนแรง
ตอกย้ำขบวนการโค่นล้มประชาธิปไตย เพื่อสร้างกระแสต่อต้านอำนาจทหารอย่างดุเดือด
ระหว่างนี้ คงได้เห็นการต่อสู้เพื่อตอบโต้กันไปมาระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ ก่อนจะหนักหนาสาหัสขึ้นเมื่อเข้าสู่ห้วงเลือกตั้ง!

บทความก่อนหน้านี้ผู้ต้องหากลุ่มวีวอล์ก ยื่นผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.วินิจฉัยคำสั่งคสช. ขัดรธน.
บทความถัดไปทนายษิทรา พา ‘เจ๊เยา’ ผู้ต้องหาสั่งฆ่าเศรษฐีโรงเกลือมอบตัว ‘กองปราบ’ ยันรู้ผู้บงการ