คนมองหนัง : วงการภาพยนตร์อาลัย ผู้เขียนบท “ราโชมอน-เจ็ดเซียนซามูไร” อำลาโลกในวัย “100 ปี”

คนมองหนัง

“ชิโนบุ ฮาชิโมโตะ” ผู้เขียนบทภาพยนตร์คลาสสิคระดับขึ้นหิ้ง อย่าง “Rashomon” และ “Seven Samurai” (เจ็ดเซียนซามูไร) ซึ่งกำกับฯ โดย “อากิระ คุโรซาวะ” ได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการปอดบวมที่บ้านพักในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ขณะมีอายุ 100 ปี

ฮาชิโมโตะเป็นบุคลากรสำคัญคนหนึ่งใน “ยุคทอง” ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1950 สไตล์การเขียนบทของเขามีความโดดเด่นจากการมุ่งสำรวจตรวจสอบธรรมชาติของมนุษย์ผ่านประเด็นคู่ตรงข้ามอันขัดแย้งกัน อาทิ “ความดี” กับ “ความเลว” หรือ “ความรัก” กับ “ความเกลียดชัง”

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮาชิโมโตะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในกองทัพพระจักรพรรดิ ทว่ากลับติดเชื้อวัณโรคระหว่างการฝึก จึงถูกส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาลทหารผ่านศึกรวมเวลา 4 ปี

ณ สถานที่ดังกล่าว มีเพื่อนคนไข้บางรายได้แนะนำให้เขารู้จักกับนิตยสารภาพยนตร์ ฮาชิโมโตะเริ่มอ่านสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านั้น และมีความสนใจในงานเขียนบทหนัง

เมื่อสงครามยุติ ฮาชิโมโตะไปทำงานเป็นเสมียนบัญชี พร้อมๆ กับหาเวลาเคี่ยวกรำตนเองในการฝึกฝนเขียนบทภาพยนตร์

ในที่สุด “Rashomon” บทภาพยนตร์ชิ้นแรกของเขาก็ส่งผลให้ฮาชิโมโตะได้ร่วมงานกับคุโรซาวะ

หนังเรื่องนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปคว้ารางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี ใน ค.ศ.1951 รวมทั้งได้รางวัลออสการ์เกียรติยศ ในฐานะหนังภาษาต่างประเทศที่มีความโดดเด่น

หลังจากนั้นฮาชิโมโตะได้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ร่วมกับยอดผู้กำกับฯ ญี่ปุ่นผู้นี้อีกหลายเรื่อง อาทิ “Seven Samurai” “To Live” และ “The Hidden Fortress” (หนังที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ภาพยนตร์ชุด “Star Wars”)

โดยรวมแล้วฮาชิโมโตะมีผลงานการเขียนบทภาพยนตร์กว่า 70 เรื่อง และเคยลงมือกำกับหนัง 3 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ “I Want to Be a Shellfish” หนังดราม่าว่าด้วยสภาพสังคมญี่ปุ่นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งดัดแปลงมาจากบทละครโทรทัศน์ที่เขาเขียนขึ้น

ฮาชิโมโตะเพิ่งเลิกเขียนบทภาพยนตร์ในช่วงที่มีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 9 เพราะล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง

เมื่อปี 2013 ฮาชิโมโตะได้รับรางวัล “ฌอง เรอนัวร์ อวอร์ด” จากสมาคมวิชาชีพผู้เขียนบทแห่งอเมริกาฟากตะวันตก ร่วมกับคุโรซาวะ, เรียวโซ คิคุชิมะ และฮิเดโอะ โอกุนิ

ทั้งหมดนี้คือทีมงานเขียนบทของคุโรซาวะ ผู้ชื่นชอบสร้างสรรค์เรื่องราวในภาพยนตร์ด้วยวิธีการระดมสมอง

ผลงานของผู้กำกับฯ ระดับตำนานชาวญี่ปุ่น จึงมักมีรายชื่อคนเขียนบทมากกว่าหนึ่งรายเสมอ

ครั้งหนึ่งฮาชิโมโตะเคยสนทนากับ “โยจิ ยามาดะ” ยอดนักทำหนังอีกรายของญี่ปุ่น โดยเขาได้เปรียบเปรยการเขียนบทภาพยนตร์กับการเพาะปลูกพืชพันธุ์ มีใจความว่า

“คนเขียนบทภาพยนตร์เป็นดั่งเกษตรกรผู้หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ลงบนผืนดิน ในกาลต่อมา เขายังต้องคอยเอาใจใส่ต้นพืชดังกล่าวในเรื่องสภาพน้ำและอากาศ รวมถึงต้องคอยวิตกกังวลเรื่องฝูงแมลงศัตรูพืชโดยต่อเนื่องสม่ำเสมอ นี่คืองานที่คนทำต้องมีความอดทนและมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง”

แน่นอน หมุดหมายสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างคุโรซาวะกับฮาชิโมโตะ ย่อมต้องเป็นภาพยนตร์ “Rashomon”

นี่คือหนังเรื่องแรกสุดที่ทั้งคู่ได้เขียนบทร่วมกัน ทั้งยังเป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องแรกที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางในระดับนานาชาติ

เส้นทาง “ตั้งไข่” ของภาพยนตร์ยิ่งใหญ่เรื่องนี้มีความสลับซับซ้อนไม่น้อย

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อฮาชิโมโตะเขียนบทภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากเรื่องสั้นชื่อ “In a Grove” ของ “ริวโนะสุเกะ อาคุตางาวะ” ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องเล่าอันหลายหลากเกี่ยวกับความตายของซามูไรผู้หนึ่ง

ฮาชิโมโตะตั้งชื่อเรื่องใหม่ให้แก่บทภาพยนตร์ดัดแปลงว่า “ชิยุ” หรือ “Male and Female” (บุรุษและสตรี) ในภาษาอังกฤษ

เมื่อนำบทภาพยนตร์ไปเสนอคุโรซาวะ ฝ่ายหลังวิจารณ์ว่างานชิ้นนั้นสั้นเกินกว่าจะสร้างเป็นหนังยาว ฮาชิโมโตะจึงออกไอเดียแหวกแนวว่าจะผนวกเอาเรื่องสั้นอีกเรื่องของอาคุตางาวะชื่อ “Rashomon” ใส่เพิ่มเข้าไปในบทร่างเดิม

ทั้งๆ ที่เรื่องสั้นชิ้นหลังมิได้นำเสนอประเด็นหลักเดียวกันกับเรื่องสั้นชิ้นแรก แต่มีเนื้อหาว่าด้วยชีวิตอันสิ้นหวังของเหล่าหัวขโมยในเกียวโต

อย่างไรก็ดี ฮาชิโมโตะสามารถประกอบร่างเรื่องสั้นสองเรื่องให้กลายเป็นบทภาพยนตร์ฉบับปรับปรุงได้สำเร็จ คุโรซาวะตอบรับผลงานชิ้นนี้ ก่อนจะนำไป “เขียนใหม่” ซ้ำอีกหนึ่งรอบ (ตามประสาผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ) โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “Rashomon”

ภายหลังชื่อภาพยนตร์ “Rashomon” ยังกลายเป็นคำศัพท์เฉพาะทางที่บ่งชี้ถึงสภาวะการดำรงอยู่ของมุมมองต่อความจริงอันแตกต่างหลากหลาย

เช่นเดียวกับการรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อคราวที่ฮาชิโมโตะและคุโรซาวะได้พบปะกันหนแรกสุดในปี 1949 จากความทรงจำช่วงปัจฉิมวัยของทั้งคู่

ยอดนักเขียนบทเล่าไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของตนเองว่า เขานั่งรถไฟไปหาคุโรซาวะที่บ้าน ทางฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว

“การพบกันครั้งแรกของพวกเราจบลงอย่างเรียบง่าย แต่ไม่สมบูรณ์ เราปริปากพูดคุยกันแค่ 1-2 นาที แล้วจากนั้นผมก็เป็นฝ่ายต้องเก็บต้นฉบับงานเขียนของตัวเองใส่ลงกระเป๋า”

นี่คือความทรงจำของฮาชิโมโตะ ซึ่งผิดแผกจากหนังสือบันทึกความทรงจำของคุโรซาวะอย่างสิ้นเชิง

เพราะยอดผู้กำกับภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นเล่าถึงสถานการณ์เดียวกันเอาไว้ว่า

“ฮาชิโมโตะมาพบผมที่บ้าน แล้วผมกับเขาก็ได้พูดคุยกันนานหลายชั่วโมง เขาดูเป็นคนมีของเลยทีเดียวแหละ”

วันนี้แม้ชีวิตของคุโรซาวะและฮาชิโมโตะจะลาลับ แต่ภาพยนตร์และเรื่องเล่าที่พวกเขาร่วมกันสรรค์สร้างขึ้นกลับยังผลิบาน แตกแขนง โลดแล่น อยู่ในการรับรู้ของนักดูหนังยุคหลัง

รุ่นแล้วรุ่นเล่า

ที่มาข้อมูล

Screenwriter Shinobu Hashimoto, who worked on iconic Kurosawa films, dies at age 100

https://www.hollywoodreporter.com/news/shinobu-hashimoto-dead-screenwriter-seven-samurai-rashomon-was-100-1128623

Shinobu Hashimoto, Scriptwriter for Akira Kurosawa, Dies at 100