กาละแมร์ พัชรศรี : ทีมฟุตบอลที่ไทยเอาใจช่วย มากกว่าชาติไหนๆ

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

นี่คือปรากฏการณ์ของประเทศไทยค่ะ

การช่วยเหลือน้องๆ ทีมฟุตบอลหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย เป็นสิ่งที่คนไทยต้องจดจำ

ตอนแรกก็คิดว่าน้องๆ อาจจะแค่หลงทางแล้วหาทางออกไม่ได้ เดี๋ยวก็เจอ แต่ที่ไหนได้คะ ฝนตกหนักติดต่อกันไม่หยุด น้ำท่วมเข้าไปในถ้ำ อย่าว่าแต่ทางออกเลยค่ะ ทางเดินยังจะไม่มี

ท่านผู้ว่าฯ เชียงรายเป็นผู้นำการช่วยเหลือทันที พร้อมประสานทุกภาคส่วนมาช่วยเหลือ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศ ต่างประเทศก็มากัน แถมมากันอย่างรวดเร็วเสียด้วย

เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะช่วยคน 13 ชีวิตออกจากถ้ำที่มีความยาวหลายกิโลเมตร

ที่สำคัญคือน้ำท่วมถ้ำตลอดเส้นทาง หนำซ้ำฝนยังตกไม่ขาดสาย หนักบ้างเบาบ้างแต่ไม่จางหาย

 

สํานักข่าวทั้งไทยและเทศมุ่งหน้าไปที่ถ้ำหลวง หน่วยงานไหนที่พอจะช่วยอะไรได้ต่างมุ่งหน้าไปที่นั่น มีการจัดระเบียบคนทำงาน นักข่าว พ่อแม่ผู้ปกครอง คนมาช่วยเหลือ อย่างเป็นระบบระเบียบ

คนไทยทุกคนต่างติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ลุ้นกันชั่วโมงต่อชั่วโมง วันต่อวัน ฉันเชื่อว่าเราคนไทยความรู้สึกไม่ต่างกัน อยากเปิดโทรศัพท์ เปิดทีวีขึ้นมาแล้วรู้ข่าวว่า “เจอน้องๆ แล้วนะ”

13 คนเป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้จัก ถึงขั้นว่ามี #คนแปลกหน้าที่อยากเจอมากที่สุด ความสนใจที่คนไทยมีต่อเรื่องนี้ ทำให้บอลโลกนั้นกร่อยสนิทไปเลย ไม่คึกคักเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เรียกว่าทีมเทพจะแพ้ก็ไม่ได้ตกอกตกใจอะไร เพราะสนใจแต่ว่าวันไหนหน่วยไหนจะเข้าไปช่วย ประเทศไหนจะมาอีก เขาต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ตอนนี้เข้าไปถึงไหนแล้ว

ท่านผู้ว่าฯ จะแถลงว่าอะไร 

 

พูดถึงท่านผู้ว่าฯ เชียงราย ตอนนี้ท่านได้กลายเป็นขวัญใจคนทั้งประเทศไปแล้ว

วาทะที่ว่า “ตามหาพวกเขาให้เหมือนตามหาลูกของเรา” น้ำตาจะไหล

แล้วท่านก็ลงมือทำๆๆๆๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจริงๆ มีคนเอาประวัติเรื่องราวของท่านมาลงไว้มากมาย ยิ่งอ่านก็ยิ่งชื่นชมในความตั้งใจทำงาน ตงฉิน ไม่ทุจริต

และคราวนี้ท่านบัญชาการเอง ทำมากกว่าพูด แถลงเองสั้นๆ จบ แล้วกลับไปทำต่อ

ในวันที่ท่านแถลงว่าเจอน้องๆ แล้ว ฉันอยู่ต่างประเทศ แต่ก็ดูถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย น้ำตาไหลไม่หยุด และเชื่อเลยว่าคนไทยไม่น้อยเป็นเหมือนกัน

มันเป็นวินาทีที่เรารอคอย

เราเอาใจช่วยทุกวัน

เราลุ้นทุกวัน

เราเป็นห่วงพวกเขาทุกวัน

เราส่งใจไปให้เจ้าหน้าที่ทุกคน เห็นใจในการทำงานที่ลำบากยากเข็ญ

การกินอยู่หลับนอนที่เรียกได้ว่านอนกลางดินกินกลางโคลน เมื่อไหร่ที่ต้องการสิ่งของช่วยเหลือ คนไทยก็จะรีบส่งไปให้ในทันทีและเป็นจำนวนมาก

วินาทีที่ท่านบอกว่า “เราเจอน้องๆ ทั้ง 13 คนแล้วและปลอดภัยดี” มันโล่ง น้ำตาแห่งความปลื้มปีติ มันเหมือนมันอั้นไว้นาน นี่เป็นเหตุการณ์ที่เราคนไทยมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีกัน คนเรามักเป็นเช่นนี้

เวลาที่เราลำบาก เวลาที่เราทุกข์ เมื่อมีคนร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย มันจะเป็นเรื่องที่น่าจดจำ และรู้ว่าเราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นอย่างเดียวดาย

 

และเมื่อได้เห็นคลิปที่นักดำน้ำชาวอังกฤษ 2 คนที่ไปเจอเด็กๆ ทำให้รู้เลยว่าเด็กๆ นั้นไม่ธรรมดาเลย พวกเขาแข็งแกร่งมาก มีสติ สามารถโต้ตอบกับฝรั่งได้ ไม่ฟูมฟายโวยวาย ยังมีมุขตลก สมกับเป็นนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาจริงๆ

สื่อต่างประเทศยังเอ่ยชื่นชมเด็กๆ รวมทั้งการช่วยเหลือของคนไทยจากหน่วยงานต่างๆ ดูเอาเถิด จะมีที่ไหนที่เหมือนอย่างเราบ้าง

ชาวบ้านเชียงรายบอกสูบน้ำมาท่วมบ้านเขาได้เลย ชาวบ้านทำอาหารมาเลี้ยงคนทำงาน เอาขนมท้องถิ่นมาให้ชาวต่างชาติได้กิน เอาเสื้อผ้าของเขาไปช่วยซัก

และมีชาวต่างชาติคนหนึ่งทำสายรัดถังออกซิเจนให้หน่วยซีลได้แบกไปอย่างสะดวกมากขึ้น ยังมีอีกหลายคนที่ช่วยเหลือ

เราโชคดีแค่ไหนมีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงเมตตาต่อพวกเราคนไทย ทรงเป็นห่วงเป็นใยและให้การสนับสนุนการทำงานทุกอย่าง

และในวันที่ครูบาบุญชุ่มเดินทางมาที่ถ้ำและบอกว่า ทุกคนยังดีอยู่และอีก 2 วันจะเจอ คำกล่าวนั้นเป็นกำลังใจให้ทั้งพ่อแม่ คนทำงาน และคนไทยที่ติดตามข่าวอยู่อย่างดี หัวใจมันมีความหวัง มันชุ่มฉ่ำด้วยกำลังใจจริงๆ

ในทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ

และทุกเรื่องร้ายมันจะมีเรื่องดีซ่อนอยู่เสมอ

นี่เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่า เราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาเป็นคนไทย บนแผ่นดินนี้ ไม่ว่าเราจะลำบากทุกข์ร้อนอยู่ที่ไหน ใจเราสู้ คนรอบข้างก็พร้อมสู้ไปกับเรา

คนไทยไม่เคยทิ้งกัน…จริงๆ

บทความก่อนหน้านี้การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ มืดแล้ว
บทความถัดไปจะเปิดร้านอาหารเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ต้องรู้เรื่องพวกนี้ไว้(ใช่ว่า)