อุรุดา โควินท์ / ความทรงจำ : อย่านับจำนวน

อุรุดา โควินท์

น้องสาวของฉันตั้งชื่อเมนูนี้ว่า จานสิบเอ็ด รอ ดอ

เธอไม่ได้ตั้งใจด่าฉัน เป็นการหยอกเอินระหว่างพี่น้อง

และฉันถือเป็นคำชม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถ สิบเอ็ด รอ ดอ (ยิ้มหวาน)

ข้าวผัดน้ำพริกกะปิเป็นอาหารที่ฉันกินบ่อย เป็นมื้อกลางวันในร้านเดิม แต่เปลี่ยนชายหนุ่มร่วมโต๊ะ นั่นมันกี่ปีล่วงมาแล้ว อย่านับเลย ทั้งปี และชายหนุ่มเหล่านั้น จำนวนไม่สำคัญเท่า-เราได้อะไรติดมือมาบ้าง จากวันเวลาและผู้คน

พวกเขาสมควรได้รับคำขอบคุณ ไม่ว่าเราจะคบหากันนานแค่ไหน กินข้าวด้วยกันกี่มื้อ ทำกิจกรรมอะไรด้วยกันบ้าง หรือจากกันอย่างไร

หากไม่มีพวกเขา ฉันก็คงไม่เป็นแบบที่เห็น

บังเอิญว่าฉันชอบตัวเองตอนนี้ ฉันจึงยินดีกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น

ข้าวผัดน้ำพริกกะปิร้านเดิม พ่อครัวคนเดิม บางวันฉันกินได้นิดเดียว (ทะเลาะกัน) บางวันอร่อยมาก (กินไปวางแผนไป วันหยุดนี้เราจะไปเที่ยวที่ไหน) กินไม่ลง (เบื่อเธอจังแล้ว ทำอย่างไรเธอจะรู้)

 

ร้านอาหารนั้นเป็นร้านเล็กๆ ติดแอร์เย็นฉ่ำ อยู่ใกล้ที่ทำงาน เหมาะกับการนัดกินมื้อกลางวันของพนักงานบัญชีผู้ต้องตอกบัตรเข้างานตอนกลางวันด้วย

ฉันรู้จักร้านก่อนรู้จักพวกเขา เป็นร้านอาหารที่ฉันเลือกสำหรับมื้อพิเศษในที่ทำงาน ส่วนใหญ่ฉันห่อข้าวไป แวะซื้อกับข้าวที่ตลาด หรือไม่ก็กินก๋วยเตี๋ยว ร้านติดแอร์ดูจะเกินรายได้ แต่ฉันอยากให้รางวัลตัวเองในวันแรกของการเป็นพนักงานบัญชี อีกทั้งเป็นวันแรกที่ชีวิตทำงานเริ่มต้น

วันแรกและการเริ่มต้นที่ห่างไกลกับความฝันของฉัน บิลซื้อกองท่วมหัว การตัดสต๊อกด้วยการ์ด ห้องทำงานซึ่งครึกโครมไปด้วยเสียงดีดตัวเลข แต่ไร้บทสนทนา หัวหน้างาน ผู้เลือกฉันเข้าทำงาน แต่ฉันก็รู้สึกตั้งแต่สี่ชั่วโมงแรกว่าเธอค่อนข้างผิดหวัง อาจเป็นฉันเองที่ด่วนรู้สึก จากรอยยิ้มเหยียดและการปรายตามองของเธอ

บรรยากาศในที่ทำงานไม่ปลอดโปร่งเอาเลย ครั้นถึงเที่ยงวัน ก็ยังไม่มีใครลุกจากเก้าอี้ (เพราะหัวหน้างานยังไม่ลุก) เที่ยงสิบห้านาที เธอเดินไปหยิบห่อข้าวของเธอมา ตอนนั้นละ ที่ฉันวิ่งลงจากตึก มาสูดอากาศข้างนอก

เครียด ทำให้ไม่หิว แต่ฉันต้องกิน เพื่อมีแรงกลับไปดีดตัวเลข

ฉันมองหาสถานที่หลบภัย ร้านซึ่งฉันจะนั่งอย่างสบายใจ ไม่เจอเพื่อนร่วมงาน

แล้วฉันก็เจอร้านนี้เข้า

 

ฉันสั่งข้าวผัดน้ำพริกกะปิ เพราะฉันชอบกินน้ำพริก ชอบกินผัก มันมีทุกอย่างในจานเดียว ราคาสูงกว่ากินก๋วยเตี๋ยวสามเท่าตัว แต่มันช่วยให้ฉันหายใจได้เต็มปอด ได้พักใจ แถมเป็นข้าวผัดที่อร่อยมาก

เริ่มต้นจากวันนั้น กลายเป็นจานประจำตัวฉัน เป็นร้านประจำที่ฉันนัดชายหนุ่มกินข้าว บางครั้งฉันนัดน้องสาวด้วย (หากหนุ่มคนนั้นเป็นเพื่อนเธอ หรือรู้จักเธอ)

บ่อยครั้งที่ฉันกินข้าวผัดน้ำพริกกะปิเป็นมื้อกลางวันติดกันสองวัน (เปลี่ยนเพื่อนร่วมโต๊ะ)

หากถามถึงช่วงเวลาที่ฉันเปิดโอกาสให้ตัวเองมากที่สุด และเสี่ยงภัยที่สุด ก็คงเป็นช่วงเวลาขณะเป็นพนักงานบัญชี ที่คงเหลืออยู่คือคำถาม-มันเคยเกิดขึ้นจริงหรือ ใครกันนะ ชื่ออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร โอย…ฉันจำไม่ได้

จะกี่คน กี่มื้อ อย่าได้นับจำนวน ช่างมันเถิด ตราบเท่าที่ฉันรู้จักทำข้าวผัดน้ำพริกกะปิ ฉันย่อมมีอาหารจานโปรดกิน

 

ไม่ใช่เอาน้ำพริกกะปิเหลือๆ มาผัดแล้วจะอร่อย แบบนั้นแฉะไป จืดเกินไป หากคิดทำข้าวผัดน้ำพริกกะปิ อันดับแรก ฉันต้องมีข้าวเย็น สอง มีปลาทูตัวงาม สาม มีชะอมสักมัด สี่ มีผักเยอะๆ ทั้งแบบลวก แบบสด

ฉันมักเริ่มจากผัก ดูว่าในตู้เย็นมีอะไรบ้าง อะไรที่กินสดได้ก็ล้าง แล้วแช่ตู้เย็น ผักบางชนิดลวกถึงจะอร่อย ฉันจัดการลวกในน้ำเดือด ใส่เกลือลงในน้ำสักนิด น้ำมันอีกหน่อย ลวกแล้วเอาผักขึ้นมาแช่น้ำเย็นเจี๊ยบให้หายร้อน จะได้ผักลวกสีสวยน่ากินที่สุด

ฉันมีแตงกวา แน่นอน เกือบทุกครัวมีแตงกวา ได้มาหนึ่งผัก มีมะเขือเปราะอ่อนๆ ด้วย (ของโปรด) ถั่วพูก็มี แต่ไม่งาม ไม่เป็นไร จับลวกเลย จากนั้นก็ไปตลาด ซื้อปลาทู ดอกแค กระเจี๊ยบ และชะอม

ถ้ามีคนถาม ฉันชอบกินผักอะไรกับน้ำพริกกะปิที่สุด คำตอบคือดอกแคกับกระเจี๊ยบ ส่วนชะอมเลือกแต่ยอดงาม ใบอ่อน เอามาทอดกับไข่ ใครๆ ก็รัก แต่กับข้าวผัดน้ำพริกกะปิ เราเอายอดชะอมมาผัดให้สุกไปกับข้าว

น้ำพริกต้องตั้งใจตำเพื่อคลุกข้าว เข้มข้นกว่าปกติ ทั้งรสชาติและผิวสัมผัส เพิ่มทั้งพริก หอม กระเทียม กะปิ ตำให้หวานขึ้น เค็มขึ้น และเผ็ดขึ้น เมื่อคลุกข้าวแล้วมันจะอร่อยพอดี

ใส่พริกมากที่สุด รองลงมาคือหัวหอม ส่วนกระเทียมน้อยกว่าเพื่อน ตำให้ละเอียด ใส่กะปิ น้ำตาล บีบมะนาว ใส่สากบดให้เข้ากันแล้วชิม ถ้ายังไม่เค็ม แต่ไม่อยากเติมกะปิ เหยาะน้ำปลาเพิ่มได้ น้ำพริกกะปิของบ้านไหนก็ทำเช่นนี้ ต่างกันที่การจัดสมดุลของรส

เอาน้ำพริกคลุกข้าวรอไว้ คลุกให้ทั่วถึงและมากพอ แต่ไม่มากจนข้าวแฉะ ฉันมักชิมเสียตั้งแต่ตอนนี้ หากจืดไป เติมในกระทะได้ ทั้งน้ำปลา น้ำตาล

ทอดปลาทูให้สีสวยทั้งสองด้าน แล้วฉันก็ตั้งกระทะใบใหม่ ใส่น้ำมันน้อยที่สุด พอน้ำมันร้อน ใส่ข้าวคลุกน้ำพริกลงไป ปรุงรสเพิ่มนิดหน่อย ผัดให้ร้อนฉ่า แล้วค่อยใส่ชะอม ผัดต่อจนชะอมสุก จึงปิดเตา จัดลงจาน

บางครั้งฉันใส่หมูสับลงในข้าวผัดด้วย ส่วนข้างจาน นอกจากปลาทูและผัก จะเพิ่มไข่ต้มก็ได้ สำหรับฉัน ขอให้มีผักเยอะๆ ก็แล้วกัน

 

ร้านอาหารที่ทำให้ฉันรู้จักข้าวผัดน้ำพริกกะปิเลิกกิจการไปหรือยังนะ

เชียงใหม่ตอนที่ฉันเรียนและทำงานต่างจากเชียงใหม่ตอนนี้มาก ร้านเล็กๆ ขายอาหารไม่กี่อย่าง แถมไม่มีที่จอดรถ คงรอดยาก

ข้าวผัดเป็นสิ่งเดียวที่ผ่านเวลามากับฉัน

หนุ่มทั้งหลาย (กี่คนอย่าไปนับ) รวมทั้งร้านอาหาร และที่ทำงานแห่งแรกในฐานะพนักงานบัญชี ได้ไปเสียจากฉันอย่างสิ้นเชิง

และโดยยินดี

บทความก่อนหน้านี้จรัญ พงษ์จีน : เปิดหน้า นักการเมืองถูกดูด ร่วมพรรคทหาร
บทความถัดไป5 เดือนส่งข้าววูบ 10% แต่มูลค่าเพิ่มคาดปีนี้ทะลุ 18,000 ล้าน