การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Hostage ตอนที่ 2 ชื่อ

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Hostage ตอนที่ 2 ชื่อ

 

Hostage ตอนที่ 2 ชื่อ

 

กายใช้เนื้อที่ประมาณหนึ่งร้อยหน้าเขียนภาพและบรรยายสภาพของตัวประกันที่นั่งๆ นอนๆ ทั้งวันทั้งคืน

ตอนกลางวัน มีเพียงผู้คุมร่างอ้วนที่เอาอาหารมาให้ อาหารเหมือนเดิม เขาได้ไปห้องส้วมตามเวลา ห้องส้วมเหมือนเดิม มีเสียงคุยกันเบาๆ ในห้องนั่งเล่นบ้าง ในห้องครัวบ้าง มือเขาเป็นอิสระได้แค่ช่วงเวลากินข้าวและปฏิบัติภารกิจ

ตอนกลางคืน เขาถูกล็อกเอาไว้กับฮีตเตอร์ตลอดคืน ห้องโล่งๆ มีเพียงเสื่อนอน หลอดไฟ ฮีตเตอร์ และหน้าต่างที่ปิดตาย ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เขาใส่เพียงกางเกงตัวเดียว ไม่ใส่เสื้อ และหนวดเครายาวขึ้นทุกวัน

จนกระทั่งวันที่ 14 หรืออาจจะ 15 กรกฎาคม วันจันทร์หรืออาจจะอังคาร เขายังคงนั่งรอนอนรอความช่วยเหลือระคนความหวาดหวั่นว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่มีความช่วยเหลือมาเสียที

ป่านนี้แล้วยังไม่มีใครรู้ว่าเขาหายตัวไปหรืออย่างไร

 

สมองของเขาวนเวียนจากวันเป็นคืน จากคืนเป็นวัน กับคำถามว่าเกิดอะไรที่ห้องนั่งเล่นข้างนอก มีอะไรที่ห้องครัว ผู้หญิงคนแรกที่เขาเห็นในครัวหายไปไหน เพื่อนร่วมงานที่สำนักงานถอนกำลังกลับไปหมดแล้วหรือ

นานๆ ครั้งหนึ่งที่ผู้คุมทั้งสองคือไอ้อ้วนและไอ้ผอมจะให้เขาสูบบุหรี่ พาออกไปนั่งดูทีวี หรือชนแก้วกับเขาสักกรึ๊บ แต่นั่นก็น้อยครั้งมาก

เรื่องบันเทิงที่เขาทำได้มีเพียงเรื่องเดียวคือตั้งชื่อให้แก่ผู้คุมร่างอ้วนว่า Th?nardier เจ้าของโรงเตี๊ยมตัวร้ายในเหยื่ออธรรม Les Mis?rables

แต่ที่จริงคำเปรียบเปรยนี้อาจจะไม่ตรงนัก เพราะคนคนนี้ไม่เพียงใจร้ายแต่ยังเห็นแก่เงินเป็นที่หนึ่ง ผิดกับผู้คุมอ้วนที่คอยเอาข้าว-น้ำมาให้แก่เขาและมิได้กระทำรุนแรงอะไรให้แก่เขา

ปลายเดือนกรกฎาคมมีเหตุการณ์พิเศษ เขาถูกนำตัวออกไปถ่ายรูป นั่นทำให้เขาคิดฟุ้งซ่าน อะไรกัน เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเพิ่งจะมาถ่ายรูป มองในแง่ดีพวกเขาต้องการคำยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่

ต้นเดือนสิงหาคม พวกมันมาขอให้เขาเขียนหมายเลขโทรศัพท์ ครั้งนี้เขาสติแตกด้วยไม่คิดว่าเวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่เขาถูกกักตัว จนป่านนี้เพิ่งจะมาขอหมายเลขโทรศัพท์ หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงผู้เจรจา

ก่อนที่เขาจะสูญเสียการควบคุมตัวเองมากไปกว่านี้ เขานอนจินตนาการในแง่ดี จุดประสงค์เพื่อหยุดความคิดทางลบ เขาจะหนี ได้กลับไปปารีส เขาทำอะไรที่ปารีสนะ

ขั้นแรกกระแทกประตู วิ่งหนี ลงบันได กระโดดข้ามกำแพง วิ่งเร็วที่สุด บินกลับบ้าน เพื่อนฝูงมาต้อนรับ นั่งกินข้าวกับครอบครัวพร้อมหน้า ไปคาเฟ่ เดินดูหนังสือ ไปดูหนัง เดินเล่นในสวน อ่านหนังสือบนอาร์มแชร์ นอนฟังเพลงบนโซฟา คือชีวิตดี๊ดีของชาวปารีส

กลางเดือนสิงหาคม ที่นี่อากาศร้อนมาก พวกมันยังคงปิดหน้าต่างตลอดเวลายิ่งทำให้ที่นี่เป็นเตาอบจนเขาหายใจไม่ออก ตอนนี้เขาไม่แน่ใจนักว่าเวลาผ่านมาแล้ว 30 หรือ 40 วัน แต่เขาคิดว่าเขายังคงนับวันถูกต้องอยู่ ช่วงนี้มีเด็กหนุ่มหน้าใหม่เอาอาหารมาให้ บางวันข้างนอกเงียบมากเหมือนไม่มีใครเลย

ก่อนที่เขาจะเสียสติ เขาเริ่มคิดอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราว เรื่องอะไรดีน้า

 

นโปเลียนยาตราทัพมาถึงเวียนนา รัสเซียและออสเตรียผนึกกำลังกันหยุดเขา เขาจำเรื่องราวตอนนี้และรายละเอียดต่างๆ ได้ดี ทั้งชื่อนายพลของแต่ละทัพ ยุทธวิธีที่ใช้ ตัวแปรสำคัญเช่นลิคเคนสไตน์ จบลงด้วยชัยชนะยิ่งใหญ่ของนโปเลียน เขารู้สึกดีที่สมองได้ทำงานอย่างเป็นระบบ ไม่แตกฉานซ่านเซ็นไปเสียก่อน

ระหว่างที่คิด เขาออกกำลังกายนิ้วเท้าไปด้วย

กายใช้เนื้อที่หมดไปแล้ว 200 หน้าเขียนภาพเขานั่งๆ นอนๆ ภาพหน้าต่าง เสื่อ กุญแจมือ หลอดไฟ ห้องน้ำ อาหาร กำแพง ประตู มืด สว่าง มืด สว่าง จนกระทั่งบัดนี้หนังสือปกแข็งเล่มหนาผ่านไปแล้วครึ่งเล่ม นักอ่านก็เริ่มจะเบื่อๆ แล้วเหมือนกัน

มองในแง่ดี กายคงตั้งใจสะกดจิตนักอ่านให้มึนซึมเหมือนตัวประกันของเขา

ที่ต่างกันคือความรู้สึกหมดหวัง นักอ่านยังหวังว่าหนังสือการ์ตูนราคาแพงเล่มนี้จะให้อะไรคุ้มค่ามากกว่าให้ความรู้สึกถูกจับเป็นตัวประกัน

แต่สำหรับตัวประกัน เขารู้สึกว่าเป็นนักโทษในคุกยังดีกว่าเป็นตัวประกัน นักโทษในคุกรู้เวลา รู้สถานที่ รู้ตารางภารกิจประจำวัน ดีที่สุดคือรู้ว่าเหลืออีกกี่วันจะได้ออกไปเป็นอิสระ

เขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้อยู่มาแล้วกี่วัน แม้ว่าพยายามนับอย่างดีที่สุด

ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

และแย่ที่สุดคือไม่รู้ว่าต้องอยู่ไปอีกนานเท่าไร

 

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม เขานอนตะแคงซ้ายเข้าหาฮีตเตอร์ที่ซึ่งมือซ้ายถูกล็อกเอาไว้ เขาทำได้แค่สองท่าตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา คือตะแคงซ้ายหรือนอนหงาย มีนอนคว่ำอีกท่าหนึ่งแต่ไม่บ่อยนัก คงจะทำได้ยาก เขาคิดว่าตัวเองถูกจับมาในคืนวันที่ 1 กรกฎาคม กลางกรกฎาคมที่พวกมันมาถ่ายรูป อีกสิบห้าวันต่อมาที่พวกมันมาขอเบอร์โทรศัพท์ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนใกล้จะบ้า

วันที่ 5 กันยายน อีก 8 วันน้องสาวของเขาจะแต่งงาน ยุทธสงครามอะไรอีกนะที่เขาจำได้ พวกมันเอาเสื้อมาให้เขาใส่ตอนปลายเดือนสิงหาคม เดาว่าเพราะอากาศที่จะหนาวขึ้น เขาได้อาบน้ำอีกครั้งตอนนั้นหลังจากไม่ได้อาบมาครึ่งเดือน

คืนหนึ่ง พวกมันมาพาตัวเขาออกไป เดินออกนอกบ้าน

เขาเห็นกลุ่มที่จับตัวเขามา พวกมันต้อนเขาขึ้นรถ ขับออกไปกลางทุ่งนาสักที่แล้วให้เขารับโทรศัพท์ เสียงเจอราร์ด

เจอราร์ดแจ้งแก่เขาว่าทุกคนกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวเขากลับ พวกมันต้องการหนึ่งล้านดอลลาร์ อย่าให้มัน เขาบอกแก่เจอราร์ด ไม่มีเอ็นจีโอไหนจะยอมจ่ายหนึ่งล้านแน่ๆ

พวกมันพาเขากลับมาลั่นกุญแจมือและนอนบนเสื่อผืนเดิม ล็อกเขาไว้กับฮีตเตอร์ตัวเดิม ในห้องมืดห้องเดิม การได้คุยกับเจอราร์ดช่วงสั้นๆ ช่วยให้จิตใจเขาดีขึ้น อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าตัวเองชื่ออะไร

คริสทอฟ อังเดร

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์/ มหรสพทางปัญญา
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / ความทรงจำ : พะโล้อร่อยอยู่ในครัว