สุจิตต์ วงษ์เทศ /ดนตรีมีค่าควรเมือง สุนทรภู่ รู้เท่าทัน โลกและชีวิตไม่เหมือนเดิม

สุจิตต์ วงษ์เทศ
พระอภัยมณีเป่าปี่นอก (ไม่ปี่ใน ไม่ปี่ชวา) เป็นปี่ตระกูลพื้นเมืองในวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์ มีลำตัวเป็นปล้องแล้วป่องตรงกลาง (เหมือนเต้าแคน) (ภาพนี้เป็นอนุสาวรีย์แห่งความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องประวัติสุนทรภู่ ที่เมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง)

สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

ดนตรีมีค่าควรเมือง

สุนทรภู่ รู้เท่าทัน

โลกและชีวิตไม่เหมือนเดิม

 

ดนตรี เป็นตัวแทนของอำนาจ และ/หรือวิชาความรู้ เพราะวิชาความรู้คืออำนาจ ผู้ใดมีวิชาความรู้ ผู้นั้นมีอำนาจ

สิ่งนี้เป็นที่รับรู้ในทางสากล ทั้งโลกตะวันออกและโลกตะวันตก ตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนกรุงแตก

นอกจากนั้น ดนตรีและกวีนิพนธ์ยังเป็นส่วนหนึ่งของศิลปศาสตร์ (หมายถึงวิชาความรู้ทั่วไปอันเป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์ มี 18 ประการ) ที่คนชั้นสูงสมัยก่อนๆ ต้องเรียนรู้ ดังนิทานจักรๆ วงศ์ๆ มักมีโครงเรื่องหลักให้เจ้าชายเมืองใดเมืองหนึ่งต้องเดินดงไปเรียนศิลปศาสตร์กับพระฤๅษีตามที่พระบิดากำหนดไว้

 

สุนทรภู่ในโลกไม่เหมือนเดิม

 

พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรีจนชำนาญเป่าปี่เป็นเลิศ เท่ากับสุนทรภู่แต่งกลอนเรื่อง พระอภัยมณีด้วยสำนึกยกย่อง 2 อย่างว่ามีอำนาจ ได้แก่

(1) เนื้อหาวิชาความรู้ และ (2) ผู้มีวิชาความรู้

ดังแสดงพฤติกรรมของพระอภัยมณีใช้วิชาความรู้แก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยไม่ใช้ความรุนแรงจนนำไปสู่ชัยชนะและมีอำนาจ

สุนทรภู่รู้เท่าทันโลกสากลยุคนั้น เพราะเกิดในตระกูลผู้ดีบางกอกกลุ่มวังหลัง (กรุงเทพฯ) ใกล้ชิดราชวงศ์จักรี อยู่ท่ามกลางนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งวังหลังและวังหลวง

พ.ศ.2329 สุนทรภู่เกิดวังหลัง เมืองบางกอก ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาราว 10 ปี หลังอเมริกาประกาศอิสรภาพ (พ.ศ.2319) และราว 6 ปี หลังปฏิวัติอุตสาหกรรม (พ.ศ.2323)

นานาประเทศที่เคยติดต่อค้าขายคับคั่งกับกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี ต่างคืนกลับมากรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ กับแนวคิดใหม่ เท่ากับสุนทรภู่เติบโตในโลกไม่เหมือนเดิม

 

พระอภัยมณีเป่าปี่

 

ดนตรีคืออำนาจ และ/หรือวิชาความรู้เท่าทันโลก สุนทรภู่แสดงออกผ่านพระอภัยมณีด้วยข้อความสำคัญว่าดนตรีมีค่าควรเมืองเหมือนแก้วสารพัดนึก

พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรี ขณะนั้นศรีสุวรรณ (ซึ่งเป็นน้องชาย) เรียนวิชาอาวุธกระบี่กระบอง ถูกพระบิดาไล่ออกจากเมืองทั้งสองคนโทษฐานเรียนวิชาไม่เป็นคุณต่อบ้านเมืองยุคนั้น

สองพี่น้องออกเดินดงนานหลายวัน จนถึงชายทะเลแห่งหนึ่ง พบสามพราหมณ์มีวิชาความรู้ชำนาญต่างๆ กัน แล้วได้เป็นมิตรกัน ชื่อ โมรา, สานนท์, วิเชียร

สามพราหมณ์ฟังพระอภัยมณีบอกเรื่องเรียนวิชาดนตรี ก็สงสัยถึงวิชาดนตรีดียังไง? จึงถามว่า “อันดนตรีมีคุณที่ข้อไหน”

พระอภัยมณีตอบว่า วิชาดนตรีมีคุณและมีค่าควรเมืองอันประเมินมิได้ดุจแก้วสารพัดนึก มีกลอนว่า “อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์”

จินดา หมายถึง วิชาความรู้ความคิด สมัยก่อนๆ เรียกตำรับตำราวิชาความรู้ว่า “จินดามณี” หมายถึง ความรู้ดังแก้วสารพัดนึก

[จินดามณี สุนทรภู่ไม่ได้บอกว่าเรียนอักษรไทยจากตำราเล่มนี้ (หรือบอกไว้ที่อื่น แต่ยังไม่เคยพบ?) ทั้งๆ มีหลักฐานน่าเชื่อว่าเป็นตำราคัดลอกลงสมุดข่อยสมัย ร.1 (ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร บอกไว้ในคำนำหนังสือจินดามณี)]

 

ปี่พระอภัย

 

พระอภัยมณีเป่าปี่อะไร? มีผู้นิยามแล้วสร้างคำอธิบายหลายหลาก เช่น ปี่ชวา, ปี่สก๊อต เป็นต้น

“พระอภัยมณีเป่าปี่นอก” ถาวร สิกขโกศล เขียนอธิบายปี่นอกของพระอภัยมณี มีรายละเอียดในบทความ 2 เรื่อง (1) สุนทรภู่กับครูมีแขก ปรมาจารย์ปี่ของไทย และ (2) ปี่และเพลงปี่พระอภัยมณี (พิมพ์ในหนังสือความรู้เรื่องชงและเรื่องน่ารู้จีน-ไทย สำนักพิมพ์แสงดาว พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2560 หน้า 136-208)

เป็นงานค้นคว้าวิชาการดนตรีไทยชุดหนึ่งถึงระดับสุดยอด เท่าที่ผมเคยอ่านพบเกี่ยวกับครูมีแขกและปี่พระอภัย

บทความก่อนหน้านี้หลังเลนส์ในดงลึก/ ปริญญากร วรวรรณ/’ในป่า’
บทความถัดไปใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ/Battle of the Sexes