ช่วงที่ผ่านมาคนชอบดู ‘คลิปการเมือง’ อะไรมากที่สุด ? เป็นล้านๆ!

จับตา “3 ไฮไลต์การเมืองไทย” จากฐานข้อมูล “มติชนทีวี”

พื้นที่คอลัมน์ “เปลี่ยนผ่าน” ฉบับนี้ ขออนุญาตอัพเดตความเคลื่อนไหวของช่องยูทูบ “มติชนทีวี” (matichon tv) ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์

โดยระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน คลิปข่าวการเมืองยังมีผู้ติดตามรับชมเป็นจำนวนมาก

และรักษาอุณหภูมิร้อนแรงได้อย่างต่อเนื่อง

ไฮไลต์แรกของสัปดาห์ดังกล่าวอยู่ในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ผลลัพธ์ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. และ ส.ว. เสียงส่วนใหญ่ จัดเป็นเรื่องที่พอจะคาดเดากันได้แล้วก่อนหน้านั้น

สีสันจริงๆ จึงอยู่ที่การอภิปรายคุณสมบัติของว่าที่นายกฯ ในสภา ซึ่งดำเนินไปทั้งวัน ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ ณ ช่วงค่ำ

คลิปการอภิปรายที่มียอดผู้ชมในช่อง “มติชนทีวี” สูงที่สุด ถึงกว่า 1.3 ล้านวิว คือคลิปการอภิปรายของ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย

ในปี 2562 อดีตสื่อมวลชนผู้นี้ค่อยๆ เจิดจรัส กลายเป็น “ดาวสภา” จากพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด เคียงคู่กับรุ่นพี่มือเก๋า อาทิ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน ผู้แม่นยำเรื่องข้อบังคับการประชุม และ “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม ผู้อภิปรายประเด็นเหมืองทองอัครา และการใช้อำนาจตาม ม.44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีขั้นมีตอน

“คลิปท็อปฮิต” จากวันโหวตนายกรัฐมนตรี อันดับรองลงไป ยังประกอบไปด้วยคลิปการอภิปรายของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และคลิปการอภิปรายของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” นักวิชาการกฎหมายมหาชน-เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมียอดผู้ชมราว 4-5 แสนวิว

ขณะเดียวกัน น่าสนใจว่าคลิปการอภิปรายของเหล่า ส.ส.ดาวรุ่งหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “รังสิมันต์ โรม” และ “ช่อ พรรณิการ์ วานิช” แห่งพรรคอนาคตใหม่ รวมถึง “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” แห่งพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ล้วนมีคนดูเกินหลักแสนทั้งสิ้น

ประเด็นต่อเนื่องจากการประชุมสภาวันที่ 5 มิถุนายน ยังนำไปสู่คลิปแนว “รายงานข่าว” ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนไม่น้อย

เช่น รายงานข่าวว่าด้วยวิวาทะระหว่าง “กษิดิ์เดช ชุติมันต์” ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ผู้อภิปรายว่า “คนเราไม่เท่ากัน” กับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” แห่งพรรคอนาคตใหม่ ผู้ยืนยันในหลักการ “คนเท่ากัน” ซึ่งมียอดคนดูกว่า 8 หมื่นวิว

หรือประเด็นเครื่องแต่งกายไล่เฉดขาวดำของ “ช่อ พรรณิการ์” ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกวิจารณ์จาก ส.ว.-ส.ส.หญิงบางรายว่าไม่เหมาะสม-ผิดระเบียบ ในบรรยากาศการไว้ทุกข์ แต่กลับถูกนำไปผลิตซ้ำ-เลียนแบบโดยประชาชนนอกสภา

ซึ่งกลายเป็นรายงานข่าวที่มีผู้ชมกว่า 7 หมื่นวิว

ขณะที่ไฮไลต์อีกกลุ่มหนึ่งนั้นเกิดขึ้นนอกสภา (ตึกทีโอที)

ไล่ตั้งแต่คลิปข่าวพรรคพลังประชารัฐพยายามทวงเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกรดเอคืนจากพรรคร่วมรัฐบาล ท่ามกลางความตึงเครียดในฝั่งพรรคประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ซึ่งมียอดคนดูเกือบๆ 3 แสนวิว

ถัดมาในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน มีงานครบรอบ 1 ปีพรรคอนาคตใหม่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

คลิปข่าวที่โดดเด่นสุดจากงานวันนั้นคือการให้สัมภาษณ์ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่าด้วยความไร้เสถียรภาพและแนวโน้มจะอายุไม่ยืนของ “รัฐบาลประยุทธ์ 2” รวมทั้งการจี้ให้เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ 41 ส.ส.ที่มีปัญหาเรื่องปมถือหุ้นสื่อ (เช่นกัน)

คลิปธนาธรที่ธรรมศาสตร์มียอดผู้ชมมากถึง 6 แสนวิว เป็นรองแค่คลิปการอภิปรายในสภาของ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” เท่านั้น

อีกหนึ่งคลิปที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือคลิปสัมภาษณ์พิเศษ “พิชัย รัตตกุล” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผู้อาวุโสวัย 94 ปี พูดถึง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เอาไว้ว่า นี่คือนักการเมืองที่ถือเป็น “ความหวังของชาติ” เพราะมีทั้งกำลังทรัพย์, ความรู้ และทักษะการปราศรัยที่ใช้ได้

ปู่พิชัยให้กำลังใจธนาธรว่า ไม่ว่าจะพบเจออุปสรรคอะไรในเร็ววันนี้ ก็ขอให้เจ้าตัวอย่าท้อถอยและกัดฟันสู้

ประเด็นสำคัญที่อดีตประธานรัฐสภาฝากเตือนไปยังหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก็คือ ขอให้ลดความรุนแรง-แข็งกร้าวในการพูดจาต่อสาธารณะลง

โดยเขาแนะนำให้ธนาธรถ่อมตัวและมีบุคลิกนิ่มนวลมากขึ้น แต่ต้องรักษาจุดยืนดั้งเดิมเอาไว้ให้มั่นคง

คลิปที่ปู่พิชัยกล่าวถึงหลานธนาธรนี้มีคนดูราวๆ 3 แสนวิว

หากจะให้สรุปภาพรวมสั้นกระชับของการเมืองไทยช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2562 ผ่านความคึกคัก-พลวัตในช่องยูทูบ “มติชนทีวี” ซึ่งมีฐานผู้ชมประมาณ 2 ล้านราย

เราก็อาจฟันธงได้ว่าไฮไลต์ของการเมืองเวลานี้นั้นอยู่ที่สีสันการอภิปรายในสภา (ซึ่งห่างหายจากสังคมไปนาน), ดราม่าการต่อรองผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่

บทความก่อนหน้านี้“รัฐบาลใหม่” จะอยู่ยาว โดยไม่มีใครทำอะไรได้ ?
บทความถัดไป“ปิยบุตร” ซัด ศึกแย่งเก้าอี้รมต.-รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ผลพวงสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร