ส.ว.อย่าฉี่รดหัวใจประชาชน! คำเตือนจาก “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่เขียนมาเหมือนกับว่ามีความตั้งใจให้เกิดงูเห่าให้ได้อยู่แล้ว มีอย่างที่ไหน หากเทียบในอดีตเขาเขียนว่าเมื่อพ้นสภาพของความเป็นสมาชิกพรรค นั่นหมายถึงว่าสมาชิกภาพของการเป็นสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สิ้นสุดลงด้วย ไม่ว่าคุณจะยื่นใบลาออกหรือถูกขับออก แต่ฉบับนี้กลับกลายเป็นว่า ถ้าคุณทำชั่ว ทำไม่ดี ทำขัดพรรค จนพรรคไล่คุณออก คุณสามารถที่จะไปหาพรรคอื่นสังกัดได้ภายใน 60 วัน การเขียนมาแบบนี้คือมันชัดเจนมาก! ตั้งใจจะให้เกิดงูเห่า การโหวตสวนมติพรรคทำได้ ปรากฏการณ์นี้เราจะได้เห็นอีกแน่นอน เพราะเขียนมาให้เป็นแบบนี้”

“สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” อดีตรองประธานรัฐสภา และรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้ซึ่งคร่ำหวอดในเวทีการเมืองมายาวนาน ฉายภาพงูเห่า 2019 ให้เห็น

อาจจะมีคำกล่าวอ้างว่า ที่ต้องโหวตสวน หรือขัดมติพรรค เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ มันมีเหตุผลให้อ้างได้ทั้งนั้น ถ้าใจอยากจะกบฏต่อพรรค มันก็พูดได้ทั้งนั้น

แต่ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่า พ.ศ.นี้ประชาชนสั่งสอนนักการเมืองได้ การเลือกตั้ง 24 มีนาคม มันทำให้เห็นว่าการเมืองมันพลิกโฉมหน้าไปแล้ว เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

ความพึงพอใจพรรคการเมืองมีมากกว่าตัวบุคคล

มองอีกแง่หนึ่งของการลงคะแนนเสียงด้วยบัตรใบเดียวเลือก 3 อย่าง คนที่ทรยศหักหลังประชาชนก็จะถูกลงโทษด้วยบัตรใบเดียวนี้แหละ

ผมคิดว่าประชาชนฉลาดพอ รู้ทัน ชัดเจนที่สุดคือภาพของการที่ “ช้างถูกล้ม” ในหลายๆ จังหวัด แม้คนมีบารมี อาจจะเคยเป็นรัฐมนตรี มีประสบการณ์มากมายก็ยังแพ้คนที่ไม่เคยลงสมัครผู้แทนราษฎรมาก่อน โดยที่เขาไม่ต้องหาเสียงด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเป็นบัตร 2 ใบ ผมคิดว่าผลก็จะออกมาเป็นอีกแบบหนึ่ง อาจจะเป็นหนี้บุญคุณคน มีความผูกพัน อะไรแบบนี้

ปรากฏการณ์ ปชป.-ภท.

ผมว่าประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยก็คงคิดหนักในการตัดสินใจร่วมรัฐบาล ภาพที่น่าจะตอบให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือกรณีที่กรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ ภาคใต้เสียหายหนักหนา คะแนนทั้งประเทศเหลือเพียง 3 ล้านคะแนน ต้องไม่ลืมว่าที่เขาตัดสินใจเลือกคุณเพราะคุณประกาศเด็ดขาดออกมาว่าคุณไม่เอาหรือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คนจึงตัดสินใจเลือกคุณเข้ามา

ภูมิใจไทยก็เช่นกัน แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่นโยบายกัญชาเสรีอาจจะเป็นแรงอันหนึ่งที่ทำให้คะแนนเสียงมา

ก่อนหน้านี้ตามรายงานข่าวที่เราเห็นคือ การต่อรองว่า อย่างตอนแรกออกมาว่าแกนนำจัดตั้งจะเหมากระทรวงเศรษฐกิจไว้ทั้งหมด ก็จะทำให้เกิดความสงสัยของพรรคที่จะเข้ามาร่วมว่ามึงจะเหลืออะไรให้กู?

นี่คือผลของรัฐธรรมนูญและกติกาที่ออกแบบมาอย่างนี้

อายุรัฐบาลหน้าสั้นหรือไม่ ?

หลายคนชอบประเมินว่าอยู่ได้ไม่ถึงปีแน่นอน แต่ตัวผมเองกลับประเมินอีกแบบนะว่า การที่รัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมาแบบนี้ เขาตั้งใจที่จะให้รัฐบาลที่มาจาก คสช. อยู่ในอำนาจได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงูเห่าก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวุฒิสมาชิกเข้ามาโหวตในช่วง 5 ปีแรก สามารถเลือกนายกฯ ได้

ซึ่งภายใน 5 ปีแรกอย่าลืมว่ามันไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้ง 1 หรือ 2 ครั้ง มันอาจจะเกิดอุบัติเหตุนายกฯ ลาออก หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่นายกฯ ชิงลาออกก่อน เขาอาจจะไม่ได้เลือกใช้วิธียุบสภา การลาออกแล้วเลือกนายกฯ ใหม่เขาก็ยังมีวุฒิสมาชิกอยู่ในกระเป๋า 250 เสียงทำให้เขา (คนเดิม) กลับมาอีกได้ หรือเป็นคนใหม่ที่เขาจัดวางตัวไว้

เขาไม่ยุบสภาหรอก เขามีตัวตายตัวแทนแล้วก็ทำให้ภาพมันสดขึ้น และออกเพื่อให้คณะรัฐมนตรีหายไปสิ้นสุดลง หากเกลี่ยกันไม่ลง หลังจากนั้นก็อยู่ที่เขาแล้วว่าจะมีการกระจายอำนาจใหม่อย่างไร จะนำพรรคการเมืองไหนออกหรือเข้ามาร่วมรัฐบาล ผมเชื่อมั่นอย่างมากว่าจะออกมาในรูปแบบนี้

ผมมองออกตั้งแต่อ่านรัฐธรรมนูญตอนแรกแล้ว เพราะว่าเขายังควบคุมอะไรหลายๆ อย่างไว้ได้ ชิงความได้เปรียบไว้หลายอย่าง ยังมีนโยบายลดแลกแจกแถมเต็มที่ ข้าว มัน ปาล์ม ยาง อ้อย บัตรคนจน มารดาประชารัฐ เด็กแรกเกิดเต็มไปหมด แต่ที่ผมเชื่อว่าจะไม่มีการยุบสภา ไม่ใช่เขากลัวเลือกตั้ง แต่เพราะว่ากติกามันเขียนให้เป็นแบบนี้ มันเป็นเจตนาชัดๆ!

ใครที่มองว่าผ่านงบประมาณแล้วก็อยู่ไปสักพักอยู่ไม่ได้ ผมว่าการมองแบบนี้มองผิด! ถ้าผมเองยังอยู่ในแวดวงการเมือง หรือผมเองมีส่วนในพรรคพลังประชารัฐ ผมมีกุนซือผมเล่นเกมนี้แน่นอน

ข้อเสนอให้ ส.ว.มามีส่วนร่วมในเกมสภามากกว่าแค่โหวตนายกฯ

ข้อเสนอของ ส.ส.บางคนที่พยายามอยากจะให้ ส.ว.เข้ามามีส่วนร่วมในการโหวตเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องของงบประมาณหรือญัตติอื่นด้วยเพื่อแก้เกมปริ่มน้ำ เพียงแค่อำนาจการโหวตนายกรัฐมนตรีที่กติกาเขียนเอื้อไว้แล้วนั้น ผมมองว่าแค่นี้คนก็สะอิดสะเอียนกันแล้ว ยังอุตส่าห์มีบางคนให้มีความเห็นในเชิงกฎหมายแบบนี้อีก ผมมองว่าสังคมจะยิ่งรับไม่ได้ไปกันใหญ่

แค่ปมนายกฯ มันก็หนักหนาพอแล้ว จะมาช่วยโหวตงบประมาณอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก

ผมว่าหากคุณกระทำการแบบนี้คุณกำลัง “ฉี่รดหัวใจประชาชน!” มันดูถูกกันเกินไป ขอบเขตของวุฒิสภา ประเพณีปฏิบัติทางการเมืองมันมีว่าอย่างไร ก็ควรจะทำไปอย่างนั้น ไม่ใช่คิดแต่จะเอาตามอำเภอใจ หรือว่าจะกูจะทำอย่างไรก็ได้ เพราะมีอำนาจในมือ แล้วประชาชนล่ะครับ? ประเทศไม่ใช่ของคุณ

คุณต้องเห็นหัวประชาชนบ้าง

แต่เขาก็อ้างประชามติเป็นใบเบิกทาง?

อ้างประชามติก็เหมือนกัน ผมถามหน่อย คุณรับความจริงกันไหม ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีคนอ่านถึง 1% หรือเปล่า?

ไม่มีใครรู้เลยที่เขาไปกาบัตรกัน คุณไปถามคนต่างจังหวัดได้ เขาไปกาเพราะว่าอยากจะให้ทหารไปเสียที จะได้มีการเลือกตั้งในเร็ววัน จะได้รัฐบาลใหม่ มีคนมาเชื่อมร้อย ประสานระหว่างรัฐกับประชาชน มีใครบ้างไหมสักคนที่บอกว่าอยากให้เลือกตั้งเพราะว่าชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากๆ ผมท้าให้ไปไล่ถามคนในชนบทได้ว่า เขาก็ยังผิดหวังกันเป็นแถบๆ

ประชาชนเขาต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นนายกฯ ที่มาจากมือของพวกเขา ต้องการอยากจะเห็นกลไกระบบรัฐสภามันทำงาน

แล้วไม่ต้องห่วงรัฐธรรมนูญแก้ยาก เพราะเขียนมาเพื่อไม่ให้แก้!

คนรอดู “พล.อ.ประยุทธ์ถูกเชือดในสภา”

ยากจะเห็น เพราะคนที่อยู่รอบข้าง พล.อ.ประยุทธ์ระดับกุนซือคงจะพอมองเห็นเกมนี้ในสภาว่าคงมีความเสี่ยงการออกไปยืนในสภาไปตอบกระทู้ ตอบญัตติ ต้องตกเป็นเป้าใหญ่แน่นอน เพราะฉะนั้น เขาก็ต้องเปลี่ยน เขาต้องหลบขุนไว้หลังกระดาน หลังม้า ปล่อยให้รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบมาตอบ

สมัยคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ทำเช่นเดียวกันจนถูกตำหนิว่าทำไมคุณยิ่งลักษณ์ไม่ยอมมาสภา แต่ก็เป็นสิทธิ์ของท่านนายกฯ ที่จะมอบหมายใครก็ได้

ผมคิดว่าคงไม่ต่างกันใครที่อยากจะเห็น พล.อ.ประยุทธ์เป็นเป้า ทนกับเสียงในสภาได้ไหม ผมมองว่าพวกคุณคิดผิด วาระที่นายกฯ คงต้องเข้าแน่ๆ มีเพียงแค่วันแถลงนโยบาย และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แถมอีกครั้งหนึ่งคือตอนพิจารณางบประมาณ แค่มาอาจสรุปงบประมาณว่ามีเท่าไหร่แล้วก็ออกไป ใครจะสับจะโขกยังไงมีรัฐมนตรี มีองครักษ์คอยพิทักษ์อยู่รับผิดชอบต่อๆ กัน

เขาจะทำให้เป็นยิ่งกว่าไข่ในหิน

การจัดการกับพรรคอนาคตใหม่

ผมเชื่อว่าเขาคงไม่กล้าถึงขนาดทำลายพรรค แต่ถ้าตัวบุคคลคือไม่แน่ ผมเองมีความรู้สึกว่าอย่าทำกันแบบนี้เลย เพราะว่าเขาเองก็มาตามระบบ อะไรที่ผ่อนหนักผ่อนเบาแล้วมันไม่ใช่ความผิดร้ายแรงขนาดหนักไม่ควรทำขนาดนี้ บางอย่างการเขียนกฎหมายเรื่องการถือหุ้นสื่อ เกี่ยวกับสื่อผมว่าตอนเขียน เขาอาจจะคิดแคบไป

ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายนะที่คนที่กล้าคิดนอกกรอบ คิดใหม่ๆ เสนอสิ่งใหม่ๆ ถูกกำจัดออกไปจากการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังโหยหา แสวงหานักการเมืองหน้าใหม่ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเดิม ผมว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่ถ้าในเมื่อเขาเล่นการเมืองกันถึงขนาดนี้ ผมว่าหนีไม่พ้นหรอก

แล้วส่วนตัวก็เชื่อว่าในหมู่ประชาชนจะเกิดผลกระทบอย่างแน่นอน เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะแสดงออกอย่างไร แต่ที่จะเห็นแน่ๆ คือการเลือกตั้งครั้งหน้า (ถ้ามีเกิดขึ้น) เชื่อมั่นเหลือเกินว่า 4 ปีล้างแค้นยังไม่สาย และพรรคไม่ใช่ตัวบุคคล ผมเชื่อว่าแผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ไม่มีธนาธร ไม่มีปิยบุตร ก็ยังมีคนอื่นๆ ขึ้นมา

ผมเชื่อว่าคนที่มีอุดมการณ์ มีแนวคิดความอ่านใหม่ๆ ในสังคมไทยไม่สิ้นไร้ไม้ตอก อย่างเมื่อก่อนคนก็คิดกันว่าไม่มีทักษิณแล้ว พรรคของเขา จะเป็นอย่างไร ก็ดูคำตอบจากคุณสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชนที่ได้รับความนิยมเกินครึ่ง และยิ่งกรณีของคุณยิ่งลักษณ์เมื่อปี 2554 ซึ่งหาเสียงเพียง 40 กว่าวันแล้วชนะด้วยเสียงถล่มทลายเกินครึ่งมาเยอะ มันก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน ยิ่งเธอไม่ใช่นักการเมืองมาก่อนมีคะแนนถล่มทลาย

ผมถึงบอกไงว่า แม้คุณจะถูกตัดสิทธิ์ ถูกตัดแขน ตัดขา แต่เขายังมีจิตวิญญาณ มีลมหายใจสามารถไปยืนอยู่ที่เบื้องหลังได้

การเมืองวันนี้ผมเห็นว่าเป็นการยิ่งฉุดประเทศถอยหลังเกินกว่า 20-30 ปีแล้ว เสียงประชาชนที่คนเคยบอกว่าเป็นเสียงสวรรค์ มาวันนี้เสียงประชาชนกลายเป็นเสียงนกเสียงกา 5 ปีที่ผ่านมานอกจากไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงแล้ว ไม่มีปฏิรูปแล้ว ยังมองถอยกลับไปข้างหลังอีก

มองไปข้างหน้าผมเองก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะคิดอย่างไร แต่คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนทั่วโลกจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ ผมว่าทุกคนมีเหมือนกันหมด เมื่อคนเราอดทนถึงที่สุดแล้ว สามารถจะทำให้อะไรเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ลองดูอาหรับสปริง และ 14 ตุลาคม ก็น่าจะใช้เป็นบทเรียนสำหรับสังคมไทยเราได้

อย่าลืมเข้าไปติดตามชมคลิป สมศักดิ์วิเคราะห์การเมือง ที่รวมผู้เข้าชมล้านกว่าวิวได้ที่

บทความก่อนหน้านี้“นิพิฎฐ์”รับ เสียดาย “นิวเด็ม”ออกจากปชป. ชี้ เกิดมาช่วงบ้านเมืองเลวร้าย อวยพรขอให้โชคดี
บทความถัดไปนิทาน-เรื่องเล่า บทเรียนที่ทำให้ธุรกิจ “อยู่รอด” | ธุรกิจพอดีคำ